เติมลมยางรถ เติมเท่าไหร่ถึงจะพอดี? เปิดตารางลมยางรถ 4 ประเภท ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน!

เติมลมเท่าไหร่ดี? เปิดไกด์ลมยางรถยนต์ 4 ประเภท ขับขี่มั่นใจ ประหยัดน้ำมันชัวร์
การเติมลมยางเป็นเรื่องที่คนรักรถต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะตัวเลขเพียงไม่กี่ PSI ส่งผลโดยตรงต่อความนุ่มนวล ความปลอดภัย และค่าน้ำมันในกระเป๋า แต่หลายคนมักจะสับสนว่ารถที่ตัวเองขับอยู่นั้นควรเติมเท่าไหร่ถึงจะพอดี ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถแบ่งเกณฑ์การเติมลมตามประเภทของรถได้ดังนี้ครับ
รถเก๋งขนาดเล็ก
สำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เน้นการใช้งานในเมือง แรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปที่มีผู้โดยสาร 1-2 คน จะอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 32 PSI ซึ่งค่านี้จะช่วยให้รถมีความนุ่มนวลและเกาะถนนได้ดี แต่ในกรณีที่ต้องมีการบรรทุกผู้โดยสารเต็มคัน 4-5 คน หรือมีสัมภาระหนักที่ท้ายรถ แนะนำให้เพิ่มแรงดันลมยางขึ้นไปอยู่ที่ 33 ถึง 35 PSI เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและป้องกันไม่ให้หน้ายางแบนจนเกินไปครับ
รถเก๋งขนาดกลาง
รถยนต์นั่งขนาดกลางที่มีตัวถังใหญ่ขึ้นมาและมักใช้ในการเดินทางไกล แรงดันลมยางที่แนะนำสำหรับการใช้งานปกติจะเริ่มต้นที่ 32 ถึง 35 PSI เพื่อให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่สมดุลที่สุด แต่ถ้าหากต้องออกเดินทางไกลหรือบรรทุกของหนักเต็มพิกัด ควรปรับแรงดันขึ้นไปอยู่ที่ 35 ถึง 38 PSI ซึ่งจะช่วยลดความร้อนสะสมในยางและทำให้การทรงตัวของรถในขณะใช้ความเร็วสูงมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
รถ SUV / MPV
เนื่องจากรถกลุ่มนี้มีน้ำหนักตัวรถค่อนข้างมากและถูกออกแบบมาเพื่อการบรรทุก แรงดันลมยางมาตรฐานจึงต้องสูงกว่ารถเก๋งทั่วไป โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 35 ถึง 38 PSI สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าวันไหนที่ต้องยกโขยงกันไปทั้งครอบครัวพร้อมกระเป๋าเดินทางจำนวนมาก สามารถขยับแรงดันขึ้นไปได้ถึง 38 ถึง 42 PSI เพื่อให้ยางยังคงรูปทรงที่เหมาะสมและช่วยให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
รถกระบะ
รถกระบะถือเป็นรถที่มีความต่างของลมยางมากที่สุดตามลักษณะการใช้งาน หากเป็นการขับขี่ตัวเปล่าแบบไม่ได้บรรทุกของ ควรเติมลมเพียง 35 ถึง 40 PSI เพื่อไม่ให้ช่วงล่างแข็งกระด้างและลดอาการกระโดดของท้ายรถ แต่ถ้าต้องรับบทหนักในการบรรทุกสัมภาระหรือส่งของ แรงดันลมยางอาจต้องขยับขึ้นไปสูงถึง 50 หรือ 65 PSI โดยต้องพิจารณาจากน้ำหนักของที่บรรทุกและขีดจำกัดของยางแต่ละรุ่นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางครับ
ข้อควรรู้เพิ่มเติม: นอกจากค่าเฉลี่ยเหล่านี้แล้ว คุณสามารถเช็กค่าแรงดันลมยางมาตรฐานที่แม่นยำที่สุดได้จาก "สติกเกอร์ข้างประตูฝั่งคนขับ" หรือในคู่มือประจำรถของคุณครับ
ข้อควรระวัง: เติม "ขาด" หรือ "เกิน" ส่งผลเสียอย่างไร?
- เติมลมอ่อนเกินไป: ยางจะสึกหรอเร็วกว่าปกติโดยเฉพาะบริเวณขอบยาง เสี่ยงต่อการยางระเบิดเพราะความร้อนสะสมสูง และทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้น
- เติมลมแข็งเกินไป: พื้นที่หน้ายางสัมผัสถนนน้อยลง ทำให้รถเกาะถนนแย่ลง เบรกยาวขึ้น และที่สำคัญคือ "รถจะเด้ง" จนรู้สึกไม่สบายขณะขับขี่
ทุกครั้งที่จะเช็คลมยางควรทำในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ หรือหลังจากจอดพักรถมานานพอที่ความร้อนในยางจะระบายออกไปหมดแล้ว เพื่อให้ได้ค่าแรงดันที่แม่นยำที่สุด และอย่าลืมตรวจสอบลมยางอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อให้รถของคุณพร้อมใช้งานอยู่เสมอครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



