แบต Easy Pass หมดเช็กยังไง? วิธีเช็กง่ายๆ ดูได้เลย ไม่ต้องลุ้นติดหน้าด่าน!

เช็กได้เลยง่ายๆ! วิธีเช็กแบต Easy Pass ว่าใกล้หมดหรือยัง?
หลายคนใช้งาน Easy Pass มาอย่างยาวนานจนลืมไปว่าอุปกรณ์ตัวนี้ไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน หากช่วงหลังมานี้คุณเริ่มเจอปัญหา "อุปกรณ์ไม่อ่านสัญญาณ" บ่อยขึ้น ทั้งที่มียอดเงินคงเหลือเพียงพอ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องตรวจเช็กสุขภาพเครื่องกันแล้วครับ
วิธีเช็กง่ายๆ ว่า Easy Pass โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย EXAT
โดยปกติแล้ว Easy Pass จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5 ปี หรือคุณอาจจะสังเกตได้ง่ายๆ หากตัวเครื่องเริ่มไม่ทำงานเวลาเข้าช่องทางด่วน นั่นอาจหมายความแบตของตัวเครื่องอาจใกล้จะหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม วันนี้ทาง EXAT ได้มาแชร์วิธีเช็กแบบชัวร์ๆให้กับทุกคน นั่นคือการดูที่ "รหัสการผลิต" ของตัว Easy Pass นั่นเอง
โดยให้คุณพลิกดูด้านหลังเครื่อง Easy Pass แล้วสังเกต ตัวเลข 4 หลักสุดท้าย ซึ่งจะเป็นตัวบอก "สัปดาห์และปี" ที่ผลิตครับ:
-
2 หลักแรก: คือ ปี ที่ผลิต (ค.ศ.)
-
2 หลักท้าย: คือ สัปดาห์ ที่ผลิตของปีนั้น
ตัวอย่างการอ่านค่า: หากเลขลงท้ายด้วย ...0938
-
09 = ผลิตในปี 2009
-
38 = ผลิตในสัปดาห์ที่ 38 ของปี (หากนับถึงปัจจุบัน เครื่องนี้ก็มีอายุเกิน 10 ปีแล้ว แบตเตอรี่หมดแน่นอนครับ)
หาก Easy Pass แบตหมด ต้องทำอย่างไร?
หากเช็กแล้วพบว่าเครื่องของคุณเข้าข่ายแบตเสื่อม ไม่ต้องแกะเครื่องมาเปลี่ยนถ่านเองให้เหนื่อย (และอาจทำเครื่องพัง) ครับ เพราะทาง กทพ. เขามีบริการ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ให้ฟรี!
-
สถานที่ติดต่อ: อาคารด่านเก็บค่าผ่านทางทุกแห่ง หรือศูนย์บริการลูกค้า Easy Pass (Fast Service)
-
สิ่งที่ต้องเตรียม: ตัวเครื่อง Easy Pass เดิม และบัตร Smart Card (ถ้ามี)
-
ค่าธรรมเนียม: ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ครับ
อ่านจบแล้ว ก็ลองไปเช็คกันดูนะครับ ว่าตอนนี้แบตของ Easy Pass ของคุณใกล้จะหมดหรือยัง ถ้าใกล้แล้วก็สามารถนำไปเปลี่ยนไปเลยฟรีๆครับ!
ขอบคุณข้อมูลจาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



