เฉลยแล้ว! นั่งรถ EV ล้วนแล้วทำไมเวียนหัวง่ายกว่ารถมีเครื่องยนต์

เฉลยแล้ว! นั่งรถ EV ล้วนแล้วทำไมเวียนหัวง่ายกว่ารถมีเครื่องยนต์

เฉลยแล้ว! นั่งรถ EV ล้วนแล้วทำไมเวียนหัวง่ายกว่ารถมีเครื่องยนต์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนที่เลือกรถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV มักจะหวังเรื่องการประหยัดไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมัน ซึ่งพอออกมาให้เพื่อนนั่งแล้วบอกว่าเกิดอาการ "พะอืดพะอม เวียนหัว เหมือนจะเมารถ" ซะอย่างนั้น? จนทำให้หลายคนสงสัยว่าเราขับรถไม่ดีหรือเป็นที่ตัวรถ จนเป็นข้อสงสัย

วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบและวิธีแก้ปัญหาให้คุณได้รู้

 

สาเหตุที่นั่งรถไฟฟ้าแล้วเวียนหัวง่ายกว่ารถน้ำมัน

ต้องบอกก่อนว่าการขับนั่งรถไฟฟ้าแล้วเกิดอาการเวียนหับง่าย จนทำให้เกิดสงสัยว่าเพราะอะไร ก็มีหลายปัจจัย่เช่น

ระบบเบรกหน่วง 

สาเหตุอันดับ 1 เพราะรถไฟฟ้าส่วนใหญ่มีระบบดึงพลังงานกลับเมื่อถอนคันเร่ง หรือโหมด One-Pedal โดยการทำงานของระบบนี้คือ มื่อถอนคันเร่ง รถจะ "ดึง" หรือหน่วงความเร็วทันทีเพื่อให้ได้ไฟกลับ ทำให้เกิดอาการ "หน้าทิ่ม-หลังติดเบาะ" สลับไปมาตลอดเวลา ยิ่งคนขับถอนคันเร่งบ่อยๆ น้ำในหูชั้นในจะกระฉอกไปมาจนสมองปรับตัวไม่ทัน 

หากจะแก้ไขเบื้องต้นคือ ถ้ายังเลี้ยงคันเร่งไม่ชิน อย่าเพิ่งเปิดระบบนี้ ควรใช้เบรกด้วยตัวคุณเองดีกว่า

mg4_48

แรงบิดเยอะดึงคุณติดเบาะ

รถไฟฟ้ามีแรงบิด แบบกดปุ๊บมาปั๊บ ไม่ต้องรอรอบ ไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ และที่สำคัญคือ "มันเงียบมาก" ปกติเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามขึ้น จะเป็นสัญญาณบอกสมองว่า "เฮ้ย รถจะเร่งแล้วนะ เตรียมตัว!"

แต่ใน EV รถพุ่งออกไปอย่างรุนแรงโดย "ไม่มีเสียงเตือน" สมองจึงเตรียมรับแรง G-Force ไม่ทัน ทำให้เกิดความสับสนและเวียนหัวได้ง่ายเช่ยเดียวกัน ดังนั้นควรออกตัวแบบนิ่มนวลรับรองแก้ปัญหานี้ได้

จุดศูนย์ถ่วงต่ำ 

แบตเตอรี่ที่วางอยู่พื้นรถทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำมาก ช่วงล่างรถ EV จึงมักจะถูกเซ็ตมาให้แข็งเพื่อรองรับน้ำหนัก ทำให้รถมีการสั่นสะเทือนในความถี่ที่ต่างจากรถน้ำมัน ซึ่งร่างกายบางคนอาจไวต่อความถี่นี้เป็นพิเศษ

ช่วงล่างที่นิ่มเกินไป

ต่อเนื่องจากเรื่องของจุดถ่วงของแบตเตอรี่ เมื่อมีการออกแบบช่วงล่างที่ไม่ได้ถูกปรับให้เหมาะกับพื้นถนนเมืองไทยก็อาจจะทำให้การคนนั่งเกิดอาการมึนเมื่อนั่งในรถไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน

batch_volvo_ex60_studio3-2048

วิธีแก้ปัญหานั่ง EV แล้วมึนหัว

เรื่องนี้อาจจะปรับได้ทั้งคนขับและคนนั่งด้วยวิธีดังนี้

  1. หากมีผู้โดยสารขี้เมารถ ให้เข้าไปตั้งค่า Regenerative Braking ให้เป็นระดับ Low หรือ Standard (ให้เหมือนรถน้ำมันที่สุด) เลี่ยงการใช้โหมด One-Pedal ไปก่อน
  2. เลี้ยงคันเร่งให้นิ่ง อย่า "กระทืบแล้วถอน" บ่อยๆ พยายามรักษาระดับความเร็วให้คงที่

สำหรับ "คนนั่ง"

  1. ตามองถนน: พยายามมองไปข้างหน้าไกลๆ เพื่อให้ตากับหูทำงานสัมพันธ์กัน ห้ามก้มเล่นมือถือเด็ดขาด!
  2. ลดอุณหภูมิแอร์: อากาศเย็นและถ่ายเท จะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้
  3. นั่งหน้าดีที่สุด: การนั่งเบาะหน้าช่วยให้เราเห็นทางและคาดเดาการเคลื่อนไหวของรถได้ดีกว่าเบาะหลังครับ

ดังนั้นแล้วต้องบอกว่าการขับรถ EV ที่เน้นประหยัดน้ำมันก็ต้องแลกกับบางอย่างที่หายไปจนทำให้รถเกิดการขับที่ต่างจนทำให้มึนหัวเวลานั่งได้ แต่ถ้าปรับตัวให้เหมาะสมรับรองว่าอาการเหล่านั้นจะหายไป ถ้าไม่ให้ คงต้องพิจารณาทำอะไรกับช่วงล่างเช่นทำให้แข็งขึ้นหรือจูนช่วงล่างใหม่ก็ช่วยได้ แต้องจ่ายเงินนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล