ทำไมอุบัติเหตุของรถยนต์ไฟฟ้า มักจะจบด้วยคำว่า คืนทุนประกัน

ทำไมอุบัติเหตุของรถยนต์ไฟฟ้า มักจะจบด้วยคำว่า คืนทุนประกัน

ทำไมอุบัติเหตุของรถยนต์ไฟฟ้า มักจะจบด้วยคำว่า คืนทุนประกัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ช่วงนี้เรามักเห็นข่าวดราม่าบนโลกโซเชียลบ่อยครั้ง ที่รถยนต์ไฟฟ้าเกิดอุบัติเหตุ ดูภายนอกเหมือนเสียหายไม่เยอะ แต่ประกันภัยกลับแจ้งว่า "ขอคืนทุนประกัน"  หรือตีเป็นซากรถแทนการซ่อม ทั้งๆ ที่เบี้ยประกนัก็แพงกว่า แต่ทำไมถึงไม่สามารถซ่อมได้ วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบ

ปัญหาอยู่ที่ราคาแบตฯ

เหตุผลหลักอันดับหนึ่งคือ "ราคาแบตเตอรี่" ครับ ในรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ High Voltage คือชิ้นส่วนที่แพงที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราวๆ 40-60% ของราคารถ หากอุบัติเหตุนั้นกระทบกระเทือนถึงตัวแบตเตอรี่ หรือเคสแบตเตอรี่ (Housing) แม้เพียงเล็กน้อย ทางผู้ผลิตมักจะมีนโยบาย "ห้ามซ่อม เปลี่ยนลูกใหม่เท่านั้น" เพื่อความปลอดภัย

มื่อค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่ 1 ลูก ราคาหลักแสนถึงหลักล้าน ไปรวมกับค่าซ่อมตัวถังอื่นๆ ทำให้ค่าซ่อมรวมพุ่งทะลุ 70% ของทุนประกัน ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ คปภ. และบริษัทประกัน หากค่าซ่อมเกิน 70% จะต้องตีเป็น Total Loss (คืนทุน) ทันที

 aion_v_15

โครงสร้างตัวรถยุคใหม่ 

รถ EV รุ่นใหม่ๆ (เช่น Tesla หรือ BYD) นิยมใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบอัดขึ้นรูปชิ้นเดียว หรือเอาแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถ (Cell-to-Body) ซึ่งมีข้อดีคือรถแข็งแรง น้ำหนักเบา ผลิตง่าย

แต่! เมื่อชิ้นส่วนมันเป็นชิ้นเดียวกันหมด การชนที่จุดหนึ่งอาจส่งแรงกระแทกไปถึงโครงสร้างหลักหรือรังแบตเตอรี่ได้ทันที การจะ "เคาะ ปะ ผุ ดึงตัวถัง" แบบรถสมัยก่อนทำได้ยากมาก หรือทำไม่ได้เลย เพราะจะเสียความแข็งแรงไป ทำให้ต้องเปลี่ยนยกชิ้น ซึ่งแพงมหาศาลกว่าปกติ

 dfqror7owzulq5fa6rpodvgfmvnmu

ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย 

ไม่มีช่างคนไหนอยากเสี่ยงซ่อมแบตเตอรี่ที่ถูกกระแทกแน่นอน เพราะ หากแบตเตอรี่มีรอยบุบ หรือเซลล์ภายในเสียหาย เสี่ยงต่อการเกิด Thermal Runaway (ไฟลุกไหม้เอง) ในภายหลังได้

เพื่อตัดปัญหาความเสี่ยงที่รถจะไปไฟไหม้ที่บ้านลูกค้า บริษัทประกันและค่ายรถจึงเลือกที่จะ "ตัดจบ" ด้วยการคืนทุนประกัน ดีกว่าเสี่ยงซ่อมแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งความเสียหายจะประเมินค่าไม่ได้ 

ราคารถ EV ผันผวน 

และสุดท้ายเป็นเรื่องของตัวเลขทางการเงินครับ ในยุคที่รถ EV มีการลดราคาบ่อยๆ ทำให้ "ทุนประกัน" ของปีถัดไปลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว

สมมติรถชนหนัก ค่าซ่อมประเมินมา 5 แสนบาท แต่ราคามือสองในตลาดเหลือ 6 แสนบาท ประกันอาจมองว่าการซ่อมไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ สู้จ่ายเงินคืนทุนให้ลูกค้าไปดาวน์รถใหม่ อาจจะเป็นทางออกที่ "วิน-วิน" กว่าสำหรับทุกฝ่าย (ลูกค้าได้เงินก้อนไปเริ่มใหม่ ดีกว่าได้รถซ่อมหนักกลับมาขับ)

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการที่รถยนต์ที่ถูกชนแล้วจบที่ "คืนทุนประกัน" ง่ายกว่ารถน้ำมัน ไม่ได้แปลว่ารถไม่ดีครับ แต่เป็นเพราะ "โครงสร้างต้นทุน" และ "มาตรฐานความปลอดภัย" ที่สูงกว่ามาก

อย่างไรก็ตามสำหรับคนใช้ EV การขับขี่อย่างระมัดระวังเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และที่สำคัญ "ห้ามทำประกันขาด" เด็ดขาด เพราะถ้าชนโดนแบตเตอรี่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ค่าเสียหายอาจจะเกินกว่าที่เงินส่วนตัวจะจ่ายไหวดีกว่า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล