ขับรถ EV ขึ้นเขายังไงให้รอดถึงที่ ไม่มีไฟเต่าขึ้น

ขับรถ EV ขึ้นเขายังไงให้รอดถึงที่ ไม่มีไฟเต่าขึ้น

ขับรถ EV ขึ้นเขายังไงให้รอดถึงที่ ไม่มีไฟเต่าขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในช่วงปีใหม่ หลายคนก็เลือกที่จะไปเที่ยวขึ้นเขากัน ซึ่งก็มีข่าวเรื่องรถกำลังไม่ไหว ไหลตกเนน บางคันขับแล้วอยู่ดีๆ เจอไฟ "เจ้าเต่ามหาภัย" หรือสัญลักษณ์ Turtle Mode (Limited Power) 

อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อรถต้องใช้กำลังมหาศาลในการไต่ทางชันต่อเนื่อง จนระบบต้องตัดกำลังเพื่อเซฟตัวเอง ทำให้รถอืด เหยียบไม่ไป หรือความเร็วลดฮวบ

วันนี้ Sanook Auto มีเทคนิคการขับรถ EV ขึ้นเขาให้ฉลุย เต่าไม่โชว์ มาฝากกัน

 kia_ev5_test_drive_01

ทำไมขับขึ้นเขาแล้ว "รูปเต่า" โชว์

ก่อนจะรู้วิธีแก้ ต้องรู้สาเหตุครับ การขับรถขึ้นเขาชันยาวๆ (เช่น ดอยอินทนนท์, ภูทับเบิก) มอเตอร์ต้องทำงานหนักตลอดเวลา ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูง ประกอบกับแบตเตอรี่ต้องจ่ายไฟปริมาณมาก (High Discharge Rate) ต่อเนื่อง

เมื่อความร้อนของ "มอเตอร์" หรือ "แบตเตอรี่" พุ่งสูงเกินค่าความปลอดภัย หรือ "ปริมาณแบตเตอรี่ต่ำเกินไป" ระบบ BMS จะสั่งลดการจ่ายไฟทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย ทำให้ไฟรูปเต่าโชว์และความเร็วลดลงนั่นเอง

เคล็ดลับ ขับ EV ขึ้นเขาให้รอด 

หากไม่อยากให้ไฟเต่าหรือรถหมดแรง ก่อนขึ้นเขาเรามาดูเคล็ตลับที่จะทำให้ไฟไม่โชว์และปลอดภัยถึงที่หมายแน่นอน มาเริ่มได้เลย

1. แบตเตอรี่ต้องพร้อม (ห้ามต่ำกว่า 20-30%)

นี่คือกฎเหล็กครับ การขับขึ้นเขาต้องใช้พลังงานมากกว่าทางราบหลายเท่า ยิ่งแบตเตอรี่เหลือน้อย แรงดันไฟ (Voltage) จะยิ่งตกง่าย ทำให้ระบบเข้าสู่โหมดจำกัดกำลังได้เร็วกว่าปกติ ควรวางแผนชาร์จให้เต็ม (หรืออย่างน้อย 80%) จากตีนดอยก่อนขึ้นเสมอ

2. เลือกโหมดให้เหมาะสม

หลายคนเข้าใจผิดว่าขึ้นเขาต้องใช้โหมด Sport เพื่อเรียกกำลัง... จริงๆ แล้ว Sport Mode จะทำให้คันเร่งไวและกระชากไฟแรงมาก ซึ่งสร้าง "ความร้อนสะสม" มหาศาลในเวลาอันสั้น เป็นตัวการเรียกเต่าชั้นดี

ดังนั้นถ้าไม่อยากให้ขึ้น แนะนำว่าใช้โหมด Normal หรือ Eco ก็เพียงพอ เพราะแรงบิด (Torque) ของมอเตอร์ไฟฟ้ามีมากพอให้ไต่เขาได้สบายๆ อยู่แล้ว การใช้โหมดนี้จะช่วยคุมอุณหภูมิแบตเตอรี่ไม่ให้พุ่งปรี๊ดจนเกินไป

3. เลี้ยงคันเร่งให้เนียน 

พยายามรักษาความเร็วให้คงที่ ใช้แรงส่ง (Momentum) ช่วยส่งรถขึ้นเนิน หลีกเลี่ยงการ "กระทืบคันเร่ง" สลับกับ "ยกคันเร่ง" บ่อยๆ เพราะการกระชากไฟบ่อยๆ ทำให้อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น

4. อย่าขับจี้ตูดคันหน้า

การขับจี้ท้ายรถคันหน้าบนทางชัน ทำให้เราต้อง เบรก-เร่ง-เบรก-เร่ง อยู่ตลอดเวลา ซึ่งกินพลังงานและสร้างความร้อนมากกว่าการขับไต่ความเร็วคงที่ ควรเว้นระยะห่างให้มากพอที่เราจะเลี้ยงความเร็วขึ้นไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องหยุดรถกลางเนินชัน

5. ตรวจสอบระบบระบายความร้อน

รถ EV สมัยใหม่ส่วนใหญ่ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooled) ซึ่งมักจะทำงานสัมพันธ์กับระบบแอร์ ดังนั้นการเปิดแอร์ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานและช่วยระบายความร้อนให้แบตเตอรี่ได้ด้วย (แต่ไม่ต้องถึงกับเปิดเย็นจัดจนหนาวสั่นนะครับ)

line_album_s05_250905_6

ถ้า "รูปเต่า" โชว์ขึ้นมาแล้ว ต้องทำยังไง

หากสุดวิสัยจริงๆ ไฟเตือนโชว์ขึ้นมา อย่าเพิ่งตกใจครับ ให้ปฏิบัติดังนี้

  • อย่าฝืนเหยียบ: ยิ่งเหยียบ ยิ่งร้อน ยิ่งตัดกำลัง
  • หาที่จอดพัก: หาไหล่ทางที่ปลอดภัย จอดรถ (ไม่ต้องดับเครื่องก็ได้ เพื่อให้ระบบระบายความร้อนทำงานต่อ) เปิดฝากระโปรงหน้าช่วยระบายความร้อน (ถ้าทำได้)
  • รอสัก 10-15 นาที: เมื่ออุณหภูมิลดลง ไฟรูปเต่าจะหายไปเอง แล้วค่อยไปต่อครับ

ถึงแม้รถยนต์ไฟฟ้ามีแรงบิดมหาศาลที่เอาชนะภูเขาได้ทุกลูกครับ เพียงแต่เราต้องรู้จักบริหารจัดการ "ความร้อน" และ "พลังงาน" ให้สมดุล การขับแบบนุ่มนวล ไม่ตะบี้ตะบันเหยียบ คือกุญแจสำคัญที่จะพาคุณและรถ EV คู่ใจพิชิตยอดดอยได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล และถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล