
จากข่าวเรื่องอุบัติเหตุที่ ภูทับเบิก ซึ่งรถยนต์ไฮบริตยี่ห้อหนึ่งเกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงมาจากที่พักดังแห่งหนึ่ง จนทำให้ใครที่เพิ่งถอย รถยนต์ไฮบริด (HEV) มาใหม่ๆ อาจจะเกิดที่ไม่อยากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เนื่องจากรถไฮบริตส่วนใหญ่จะมีแค่เกียร D และ B และโหมด Power (PWD)
คำถามโลกแตกจึงเกิดขึ้นว่า "ถ้าจะขับขึ้นเขาชันๆ ต้องตบไปเกียร์ B หรือต้องกดปุ่ม Power Mode กันแน่?" วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบที่ถูกต้องมาฝากครับ รับรองว่าขับสนุก เครื่องไม่พัง และปลอดภัยแน่นอน
ก่อนอื่นความเข้าใจผิดอันดับ 1 ของคนใช้รถไฮบริดคือ คิดว่า B ย่อมาจาก Boost หรือคล้ายกับเกียร์ L (Low) ที่เอาไว้เรียกกำลังเครื่องยนต์เพื่อไต่ทางชัน
ที่จริงแล้วเกียร์ B ในรถไฮบริด ย่อมาจาก "Brake" (Regenerative Braking) ครับ หน้าที่หลักของมันคือการสร้างแรงหน่วงจากมอเตอร์ไฟฟ้า (Engine Brake) เพื่อช่วยชะลอความเร็วรถ และปั่นกระแสไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ให้แรงขึ้น
จริงๆ แล้วควรใช้เกียร์ D + กดโหมด Power (หรือ Sport) ดีที่สุด
เพราะการใช้เกียร์ B ขับขึ้นเขา ไม่ได้ช่วยเพิ่มแรงบิด (Torque) ให้รถมีแรงปีนป่ายมากขึ้นครับ ซ้ำร้าย เมื่อท่านถอนคันเร่งขณะอยู่บนทางชัน เกียร์ B จะสั่งให้รถหน่วงความเร็วทันที ทำให้รถเสียจังหวะ (Momentum) ต้องเหยียบคันเร่งส่งใหม่เปลืองน้ำมันกว่าเดิม

เมื่อกดปุ่ม Power Mode หรือ Sport Mode ระบบสมองกลจะสั่งการให้
หน้าที่จริงของเกียร์ B เมื่อท่านต้องขับรถลงเขาลาดชันยาวๆ การเหยียบเบรกแช่ตลอดเวลาจะทำให้ "เบรกไหม้" (Brake Fade) และเกิดอุบัติเหตุได้
การทำงานง่ายมากเมื่อรถเริ่มไหลลงเขา ให้ผลักคันเกียร์มาที่ B รถจะมีอาการหน่วง (เหมือนมีคนดึงท้ายรถไว้) ช่วยให้ท่านควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ลดภาระผ้าเบรก และยังได้ไฟชาร์จกลับเข้าแบตฯ ฟรีๆ อีกด้วย

เทคโนโลยีรถไฮบริดออกแบบมาให้ฉลาดอยู่แล้ว การเลือกใช้โหมดให้ถูกกับสถานการณ์ นอกจากจะช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยขึ้นแล้ว ยังช่วยถนอมเกียร์และระบบเบรกให้อยู่กับเราไปนานๆ ด้วยครับ เที่ยวภูเขาครั้งหน้า อย่าลืมปรับตัวเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และถ้ารถเกิดหมดกำหลังอย่าฝืนขับต่อจะดีกว่า ให้พักก่อนขึ้น