"รถไฮบริด" ขับขึ้นเขาชันๆ ต้องใช้เกียร์ B หรือกดโหมด Power? ถึงจะถูก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/19/97435/uphil.jpg"รถไฮบริด" ขับขึ้นเขาชันๆ ต้องใช้เกียร์ B หรือกดโหมด Power? ถึงจะถูก

"รถไฮบริด" ขับขึ้นเขาชันๆ ต้องใช้เกียร์ B หรือกดโหมด Power? ถึงจะถูก

แชร์เรื่องนี้

จากข่าวเรื่องอุบัติเหตุที่ ภูทับเบิก ซึ่งรถยนต์ไฮบริตยี่ห้อหนึ่งเกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงมาจากที่พักดังแห่งหนึ่ง จนทำให้ใครที่เพิ่งถอย รถยนต์ไฮบริด (HEV) มาใหม่ๆ อาจจะเกิดที่ไม่อยากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เนื่องจากรถไฮบริตส่วนใหญ่จะมีแค่เกียร D และ B และโหมด Power (PWD)

คำถามโลกแตกจึงเกิดขึ้นว่า "ถ้าจะขับขึ้นเขาชันๆ ต้องตบไปเกียร์ B หรือต้องกดปุ่ม Power Mode กันแน่?" วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบที่ถูกต้องมาฝากครับ รับรองว่าขับสนุก เครื่องไม่พัง และปลอดภัยแน่นอน

ทำความรู้จัก "เกียร์ B" คืออะไร? 

ก่อนอื่นความเข้าใจผิดอันดับ 1 ของคนใช้รถไฮบริดคือ คิดว่า B ย่อมาจาก Boost หรือคล้ายกับเกียร์ L (Low) ที่เอาไว้เรียกกำลังเครื่องยนต์เพื่อไต่ทางชัน

ที่จริงแล้วเกียร์ B ในรถไฮบริด ย่อมาจาก "Brake" (Regenerative Braking) ครับ หน้าที่หลักของมันคือการสร้างแรงหน่วงจากมอเตอร์ไฟฟ้า (Engine Brake) เพื่อช่วยชะลอความเร็วรถ และปั่นกระแสไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ให้แรงขึ้น

รถไฮบริตขาขึ้นเขา ใช้อะไรดี?

จริงๆ แล้วควรใช้เกียร์ D + กดโหมด Power (หรือ Sport) ดีที่สุด

เพราะการใช้เกียร์ B ขับขึ้นเขา ไม่ได้ช่วยเพิ่มแรงบิด (Torque) ให้รถมีแรงปีนป่ายมากขึ้นครับ ซ้ำร้าย เมื่อท่านถอนคันเร่งขณะอยู่บนทางชัน เกียร์ B จะสั่งให้รถหน่วงความเร็วทันที ทำให้รถเสียจังหวะ (Momentum) ต้องเหยียบคันเร่งส่งใหม่เปลืองน้ำมันกว่าเดิม

yaris_cross_26

ทำไมโหมด Power ถึงดีกว่า?

เมื่อกดปุ่ม Power Mode หรือ Sport Mode ระบบสมองกลจะสั่งการให้

    • คันเร่งไวขึ้น: แตะนิดเดียวรถพุ่งทันที ไม่ต้องรอรอบ
    • รวมพลัง 2 ระบบ: เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานประสานกันเต็มที่ เพื่อเรียกแรงบิดสูงสุดออกมา ทำให้ไต่ทางชันได้นิ่มนวลและต่อเนื่องกว่า





แล้ว "เกียร์ B" ต้องใช้ตอนไหน?

หน้าที่จริงของเกียร์ B เมื่อท่านต้องขับรถลงเขาลาดชันยาวๆ การเหยียบเบรกแช่ตลอดเวลาจะทำให้ "เบรกไหม้" (Brake Fade) และเกิดอุบัติเหตุได้

การทำงานง่ายมากเมื่อรถเริ่มไหลลงเขา ให้ผลักคันเกียร์มาที่ B รถจะมีอาการหน่วง (เหมือนมีคนดึงท้ายรถไว้) ช่วยให้ท่านควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ลดภาระผ้าเบรก และยังได้ไฟชาร์จกลับเข้าแบตฯ ฟรีๆ อีกด้วย

batchimg_20260105_081508

ดังนั้นสรุปง่ายๆ คือ

  • ขึ้นเขา: เกียร์ D + โหมด Power (ต้องการแรงส่ง)
  • ลงเขา: เกียร์ B (ต้องการแรงเบรก)
  • ทางราบ: เกียร์ D + โหมด Normal/Eco (ประหยัดน้ำมัน)

เทคโนโลยีรถไฮบริดออกแบบมาให้ฉลาดอยู่แล้ว การเลือกใช้โหมดให้ถูกกับสถานการณ์ นอกจากจะช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยขึ้นแล้ว ยังช่วยถนอมเกียร์และระบบเบรกให้อยู่กับเราไปนานๆ ด้วยครับ เที่ยวภูเขาครั้งหน้า อย่าลืมปรับตัวเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ และถ้ารถเกิดหมดกำหลังอย่าฝืนขับต่อจะดีกว่า ให้พักก่อนขึ้น