รถครบ 7 ปี ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี ทำอะไรบ้าง รู้ก่อนถูกหลอก

รถครบ 7 ปี ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี ทำอะไรบ้าง รู้ก่อนถูกหลอก

รถครบ 7 ปี ต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี ทำอะไรบ้าง รู้ก่อนถูกหลอก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อเข้าสู่ศักราชใหม่ หลายท่านคงเริ่มตรวจสอบป้ายวงกลมหรือป้ายภาษีหน้ารถว่าใกล้หมดอายุหรือยัง สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาอย่างยาวนานจนเข้าสู่ปีที่ 7 กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าจะต้องนำรถไป ตรวจสภาพรถยนต์ ที่สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการต่อภาษีประจำปีได้

ปัญหาที่หลายคนเจอคือ ไปตรวจแล้ว ไม่ผ่าน ทำให้เสียเวลาต้องนำรถกลับมาซ่อมแล้วไปตรวจใหม่ วันนี้ Sanook Auto ได้รวบรวมเช็กลิสต์สำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนเลี้ยวรถเข้า ตรอ. เพื่อให้ท่านตรวจผ่านได้ในครั้งเดียวกันได้

นับอายุรถอย่างไร ว่าต้องตรวจสภาพหรือยัง

กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ โดยวิธีนับให้ดูจาก วันจดทะเบียน ในเล่มคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มสีน้ำเงิน) เป็นหลัก

ตัวอย่างเช่น หากรถของท่านจดทะเบียนปี 2562 เมื่อถึงปี 2569 รถของท่านจะมีอายุครบ 7 ปีเต็ม จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพก่อนเสียภาษีในปีนั้นทันที (สามารถตรวจล่วงหน้าได้ 3 เดือนก่อนวันสิ้นอายุภาษี)

5 จุดที่มักจะทำให้ตรวจสภาพ "ไม่ผ่าน"

ก่อนขับรถไป ตรอ. ขอแนะนำให้ท่านเดินดูรอบรถและทดสอบระบบพื้นฐานดังนี้ครับ

1. ระบบส่องสว่างและสัญญาณไฟ (สำคัญมาก)

เป็นจุดที่ตกม้าตายกันบ่อยที่สุด ให้ตรวจสอบไฟทุกดวงรอบคันต้องติดครบ ได้แก่

  • ไฟหน้า (สูง-ต่ำ)
  • ไฟเลี้ยว (ซ้าย-ขวา ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และแก้มข้าง)
  • ไฟเบรก (ต้องติดทันทีที่เหยียบ และต้องเป็นสีแดงเท่านั้น)
  • ไฟถอยหลัง
  • ไฟส่องป้ายทะเบียน

2. ควันดำ และค่าไอเสีย

สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล เรื่องควันดำเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ แนะนำว่าก่อนเข้าตรวจสภาพ ควรนำรถไปวิ่งให้เครื่องยนต์ร้อนได้ที่ และหลีกเลี่ยงการปรับแต่งจูนกล่องดันรางที่ทำให้ควันดำเกินมาตรฐาน ส่วนรถเครื่องยนต์เบนซินจะตรวจค่าก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และไฮโดรคาร์บอน (HC) ซึ่งมักไม่ค่อยมีปัญหาหากดูแลเครื่องยนต์ตามปกติ

3. ประสิทธิภาพระบบเบรก

ทาง ตรอ. จะนำรถขึ้นลูกกลิ้งเพื่อทดสอบแรงเบรก ทั้งเบรกมือและเบรกเท้า ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง หากท่านรู้สึกว่ารถเบรกไม่อยู่ เบรกลึก หรือดึงเบรกมือแล้วรถยังไหล ควรนำรถเข้าอู่เพื่อปรับตั้งเบรกให้เรียบร้อยก่อนไปตรวจ

4. สัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด

เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้ว ไม่ควรมีไฟเตือนความผิดปกติโชว์ค้างอยู่บนหน้าปัด โดยเฉพาะไฟรูปเครื่องยนต์ (Engine Check), ไฟเตือนระบบเบรก ABS หรือไฟเตือนถุงลมนิรภัย หากมีไฟเหล่านี้โชว์ เจ้าหน้าที่อาจพิจารณาว่ารถไม่มีความพร้อมในการใช้งาน

5. การดัดแปลงสภาพรถ

ข้อมูลตัวรถต้องตรงกับเล่มทะเบียน หากมีการดัดแปลงต้องแจ้งลงเล่มให้เรียบร้อย เช่น

  • สีรถ (หากมีการเปลี่ยนสี หรือติดสติ๊กเกอร์เปลี่ยนสีเกิน 30% ของพื้นที่ตัวถัง)
  • ชนิดเชื้อเพลิง (เช่น ติดแก๊ส LPG/NGV ต้องมีใบรับรองวิศวกรที่ยังไม่หมดอายุ)
  • ขนาดล้อและยางที่ยื่นออกมานอกตัวถังมากเกินไปจนเสี่ยงอันตราย

เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่าย

เมื่อมั่นใจว่ารถพร้อมแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมไปที่สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) มีดังนี้

  • เอกสาร: เล่มทะเบียนรถตัวจริง หรือ สำเนาเล่มทะเบียนรถ
  • ค่าบริการ:
    • รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กก.): 200 บาท/คัน
    • รถยนต์ (น้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กก.): 300 บาท/คัน

การตรวจสภาพรถไม่ใช่เพียงแค่การทำตามกฎหมายเพื่อให้ต่อภาษีได้เท่านั้น แต่เป็นการรีเช็กความปลอดภัยของรถที่เราใช้ทุกวัน หากพบจุดบกพร่องควรรีบแก้ไข เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมทาง และไม่โดนตำรวจเรียก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล