เงินเดือน 20,000 ซื้อรถไม่เกิน 6 แสนทำได้ไหม? มีรุ่นไหนบ้าง ผ่อนยังไงไม่ให้ตึง

เงินเดือน 20,000 ซื้อรถไม่เกิน 6 แสนทำได้ไหม? มีรุ่นไหนบ้าง ผ่อนยังไงไม่ให้ตึง

เงินเดือน 20,000 ซื้อรถไม่เกิน 6 แสนทำได้ไหม? มีรุ่นไหนบ้าง ผ่อนยังไงไม่ให้ตึง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เงินเดือน 20,000 บาท ออกรถป้ายแดงได้ไหม? เจาะลึกวิธีวางแผนการเงิน พร้อมส่องรถน่าใช้ปี 2025 งบไม่เกิน 6 แสน

คำถามยอดฮิตที่มนุษย์เงินเดือนและเด็กจบใหม่มักสงสัยคือ "เงินเดือน 20,000 บาท ซื้อรถได้ไหม?" คำตอบคือ "ได้" แต่ต้องมาพร้อมกับ "การวางแผนที่รัดกุม" เพราะการมีรถสักคันไม่ได้จบแค่การเซ็นสัญญาและจ่ายเงินดาวน์ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว บทความนี้จะพาไปกางตำราวิชาการเงินฉบับคนอยากมีรถ พร้อมแนะนำรุ่นรถน่าสนใจในปี 2025 ที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์

ตั้งสติก่อนสตาร์ท : เช็กความพร้อมก่อนเป็นหนี้ก้อนโต

สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การเดินเข้าโชว์รูม แต่คือการถามตัวเองว่า "ซื้อไปทำไม?" เมื่อตกผลึกกับคำคอบแล้ว และมีรุ่นรถในใจ 

ด่านต่อมาคือ "เงินดาวน์" กฎเหล็กของการซื้อรถคือ "ดาวน์เยอะ ผ่อนน้อย" แม้โปรโมชันดาวน์ 0% จะดูหอมหวาน แต่แลกมาด้วยดอกเบี้ยที่สูงลิ่วและการผ่อนต่อเดือนที่หนักหนา การเก็บเงินก้อนให้ได้ประมาณ 25-40% ของราคารถ (เช่น รถราคา 5 แสน ควรมีเงินดาวน์ 1.25 แสนบาท) จะช่วยให้ไฟแนนซ์อนุมัติง่ายขึ้น และชีวิตการผ่อนของคุณจะไม่ตึงเครียดจนเกินไป

ค่าใช้จ่ายแฝง : ภูเขาน้ำแข็งที่คนมีรถต้องเจอ

หลายคนตกม้าตายเพราะลืมคำนวณ "ค่าใช้จ่ายแฝง" ที่งอกเงยขึ้นมาระหว่างการใช้รถ

เริ่มตั้งแต่ด่านแรกคือ "ค่ามัดจำป้ายแดง" ที่ต้องเตรียมไว้ประมาณ 2,000-3,000 บาท (ได้คืนเมื่อเปลี่ยนป้ายขาว)

ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายรายปีภาคบังคับอย่าง ค่าภาษีรถยนต์ และ พ.ร.บ. ซึ่งขาดไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นจะมีโทษปรับและต่อทะเบียนไม่ได้

นอกจากนี้ยังมี "ประกันภัยภาคสมัครใจ" ที่ควรทำไว้เผื่ออุบัติเหตุ เพราะลำพัง พ.ร.บ. คุ้มครองแค่คน ไม่คุ้มครองรถ เบี้ยประกันมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับประเภทความคุ้มครอง อีกทั้งยังมีค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง (ถ่ายน้ำมันเครื่อง เช็กระยะ) และค่าน้ำมันหรือค่าชาร์ตไฟที่ต้องจ่ายทุกเดือน ซึ่งเป็นรายจ่ายประจำที่เลี่ยงไม่ได้

สูตรลับฉบับคนเงินเดือน 20,000 : ผ่อนเท่าไหร่ถึงรอด?

เพื่อให้ชีวิตไม่อึดอัดจนเกินไป หลักการง่ายๆ คือค่างวดผ่อนรถ "ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้" หรือประมาณ 30% สำหรับคนเงินเดือน 20,000 บาท ยอดผ่อนที่ปลอดภัยคือประมาณ 7,000 บาท หรือเต็มที่แบบสุดเพดานไม่ควรเกิน 10,000 บาท

ระยะเวลาการผ่อนก็มีผล ยิ่งผ่อนนาน (72-84 งวด) ค่างวดต่อเดือนจะถูกลง แต่ดอกเบี้ยรวมจะบานเบอะ ในทางกลับกันหากผ่อนสั้น ดอกเบี้ยถูก แต่ค่างวดต่อเดือนจะสูง ทางสายกลางที่แนะนำคือทำสัญญาเช่าซื้อไม่เกิน 5 ปี (60 งวด) จะได้อัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผลที่สุด

ส่องรถน่าใช้ปี 2025 งบไม่เกิน 600,000 บาท

สำหรับใครที่วางแผนการเงินพร้อมแล้ว และกำลังมองหารถคู่ใจในปี 2025 ที่ราคาไม่แรง เหมาะกับฐานเงินเดือนเริ่มต้น เราคัดมาให้ทั้งฝั่งน้ำมันและรถไฟฟ้า ดังนี้

กลุ่มรถยนต์ (Eco Car)

1. Toyota Yaris Ativ ราคา: 549,000 บาท 

2. Suzuki Swift  ราคา: 567,000 บาท 

3. Mitsubishi Attrage / Mirage:  ราคา: 529,000 บาท 

4. Nissan Almera ราคา: 599,000 บาท

5. Honda City ราคา: 599,000 บาท 

6. Mazda 2 ราคา: 529,000 บาท 

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV City Car)

1. Pocco EV ราคา: 199,900 บาท

2. Geely EX2 ราคา: 399,990 บาท

3. Wuling Binguo EV ราคา: 399,900 บาท

4. BYD Dolphin ราคา: 449,900 บาท

5. AION UT ราคา: 469,900 บาท

6. MG 4 Electric ราคา: 519,900 บาท

7. JAECOO J5 EV ราคา: 549,900 บาท

8. GWM ORA Good Cat ราคา: 599,000 บาท

ทั้งหมดเป็นราคาเริ่มต้นเท่านั้น แตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่น 
 

สรุปก่อนตัดสินใจ

การมีรถเมื่อพร้อม คือของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับตัวเอง แต่การมีรถเมื่อไม่พร้อม อาจกลายเป็นภาระก้อนโต ดังนั้นลองคำนวณรายรับ-รายจ่ายให้ดี เลือกรถที่ใช่ ในงบที่ไหว แล้วการขับรถคันแรกของคุณจะเต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล