จริงหรือไม่? ฟัง "เพลงเร็ว" ตอนขับรถ ยิ่งทำให้เหยียบคันเร่งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว!

จริงหรือไม่? ฟัง "เพลงเร็ว" ตอนขับรถ ยิ่งทำให้เหยียบคันเร่งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว!

จริงหรือไม่? ฟัง "เพลงเร็ว" ตอนขับรถ ยิ่งทำให้เหยียบคันเร่งแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ชอบขับรถเดินทางไกล หรือรถติดๆ ในเมือง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ "เสียงเพลง" ใช่ไหมครับ? ยิ่งช่วงปีใหม่แบบนี้ หลายคนจัดเพลย์ลิสต์ EDM, สามช่า หรือร็อคหนักๆ เอาไว้แก้ง่วง แต่รู้ไหมครับว่า มีงานวิจัยยืนยันแล้วว่า "จังหวะของเพลง มีผลต่อความเร็วในการขับรถ" จริงๆ!

วันนี้ Sanook Auto จะพาไปดูว่าทำไมเพลงมันส์ๆ ถึงทำให้เรากลายเป็นตีนผีโดยไม่รู้ตัว และเพลงแบบไหนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการขับขี่

เพลงเร็วทำให้คนขับรถเร็วจริงไหม?

Fast-drivingภาพจาก Gemini

จังหวะหัวใจ เต้นไปตามเสียงเพลง (BPM)

นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย South China University of Technology ได้ทำการทดลองและพบว่า เพลงที่มีจังหวะเร็วเกิน 120 BPM (Beats Per Minute) ขึ้นไป จะส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตของผู้ขับขี่

เมื่อเพลงมันส์ หัวใจเราเต้นแรงขึ้น ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้เรารู้สึกตื่นตัว หึกเหิม และผลที่ตามมาคือ "น้ำหนักเท้าที่กดคันเร่งจะหนักขึ้น" โดยเฉลี่ยแล้วคนที่ฟังเพลงเร็ว จะขับรถเร็วกว่าปกติถึง 8-10 กม./ชม. เลยทีเดียว!

ยิ่งเพลงดัง ยิ่งขับดุ

นอกจากความเร็วแล้ว เพลงที่มีจังหวะเร้าใจ (High Energy) ยังส่งผลต่อ "พฤติกรรมความก้าวร้าว" ด้วย งานวิจัยพบว่าผู้ที่ฟังเพลง Rock หรือ Heavy Metal ขณะขับรถ มีแนวโน้มที่จะ

  • เปลี่ยนเลนบ่อยขึ้น (ปาดซ้ายปาดขวา)
  • เบรกกระชั้นชิด
  • ฝ่าไฟเหลือง/ไฟแดงมากกว่าคนที่ฟังเพลงช้า

เพราะสมองเราไปโฟกัสกับความสนุกของจังหวะเพลง จนลดสมาธิในการประเมินความเสี่ยงบนถนนลงนั่นเอง

งั้นฟัง "เพลงช้า/เพลงเศร้า" ดีไหม?

ถ้าเพลงเร็วทำให้ขับซิ่ง เพลงช้าก็น่าจะดี? ... "แต่ไม่เสมอไป!"

เพลงที่ช้ามากๆ หรือเพลงเศร้าอกหักรักคุด อาจทำให้ร่างกายผ่อนคลายเกินไปจนเกิดอาการ "ง่วงซึม" (Drowsiness) หรือหลับในได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับทางไกลที่วิวข้างทางเดิมๆ

ฟังเพลงแบบไหน ปลอดภัยที่สุด?

ดร. ไซมอน มัวร์ (Dr. Simon Moore) นักจิตวิทยาคลินิกจาก London Metropolitan University แนะนำว่า เพลงที่เหมาะกับการขับรถที่สุด คือเพลงที่มีจังหวะใกล้เคียงกับ "อัตราการเต้นของหัวใจมนุษย์ในภาวะปกติ" นั่นคือช่วง 60 - 80 BPM ครับ

  • แนวเพลงแนะนำ: Pop สบายๆ, Jazz, Soul หรือเพลงร้องทั่วไปที่ไม่กระแทกกระทั้นจนเกินไป
  • ระดับเสียง: ไม่ควรดังจนกลบเสียงสภาพแวดล้อม (เสียงแตร, เสียงเครื่องยนต์)

ทั้งนี้ก่อนที่จะเอาเพลงเข้าไปฟังในรถ ลองจัดเพลย์ลิสต์ให้สมดุลดูนะครับ มีเพลงมันส์ไว้แก้ง่วงได้บ้าง แต่ถ้าช่วงไหนรถเยอะ หรือต้องใช้สมาธิสูง ลองเปลี่ยนมาเป็นเพลงจังหวะกลางๆ เพื่อดึงสติกลับมาที่พวงมาลัย จะช่วยให้ถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยแน่นอน และอย่าลืม ง่วงไม่ขับนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล