BMW จดสิทธิบัตร "กุญแจดิจิทัล" เชื่อมเครื่องวัดแอลกอฮอล์ เมาปุ๊ปไม่ให้ติดเครื่อง

BMW จดสิทธิบัตร "กุญแจดิจิทัล" เชื่อมเครื่องวัดแอลกอฮอล์ เมาปุ๊ปไม่ให้ติดเครื่อง

BMW จดสิทธิบัตร "กุญแจดิจิทัล" เชื่อมเครื่องวัดแอลกอฮอล์ เมาปุ๊ปไม่ให้ติดเครื่อง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัญหา "เมาแล้วขับ" ยังคงเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลก แม้เทคโนโลยียานยนต์จะก้าวหน้าไปไกลแค่ไหน แต่สุดท้ายปัจจัยสำคัญก็อยู่ที่ "คนหลังพวงมาลัย" ล่าสุดค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เตรียมงัดไม้ตายทางเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยการจดสิทธิบัตรใหม่ที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนของคุณให้กลายเป็นด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ส่วนตัว!

เปลี่ยนมือถือเป็นกุญแจ และ "ผู้คุมกฎ"

จากข้อมูลอ้างอิงขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ระบุว่า BMW ได้ยื่นจดสิทธิบัตรระบบป้องกันการเมาแล้วขับ โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี "Virtual Key" หรือกุญแจรถดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนที่เริ่มแพร่หลายในปัจจุบัน

bmw-ky1

หลักการทำงาน 

สำหรับแนวคิดนี้จะเชื่อมต่อแอปพลิเคชันกุญแจรถบนมือถือ เข้ากับ "เครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์" 

  • เมื่อผู้ขับขี่ต้องการสตาร์ทรถ แอปฯ จะบังคับให้เป่าทดสอบระดับแอลกอฮอล์ก่อน
  • หากผลการวัด "เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด" กุญแจดิจิทัลจะล็อกระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที ทำให้ขับออกไปไม่ได้

ข้อดีของระบบนี้เมื่อเทียบกับเครื่อง Interlock แบบเก่าที่ต้องต่อสายพ่วงกับสวิตช์กุญแจ คือความง่ายในการติดตั้งและจัดการผ่านซอฟต์แวร์ แต่ทีเด็ดที่ BMW ใส่มาในสิทธิบัตรคือ "ความยืดหยุ่น"

แม้ระบบจะล็อกไม่ให้สตาร์ทเครื่องยนต์ขับออกไป แต่ตัวกุญแจจะยังอนุญาตให้เปิดระบบไฟฟ้าสำรอง (Accessory Power) ได้ นั่นหมายความว่า คุณยังสามารถขึ้นไปนั่งบนรถ เปิดแอร์เย็นๆ หรือฟังเพลง เพื่อรอให้สร่างเมา หรือนอนรอรถแท็กซี่/คนมารับ ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องยืนตากยุงอยู่นอกรถ

เทรนด์โลกมุ่งสู่ Zero Drunk Driving

ไม่ใช่แค่ BMW ที่ขยับตัวเรื่องนี้ แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดันกฎหมายให้ค่ายรถติดตั้งเทคโนโลยีป้องกันการเมาแล้วขับเป็นมาตรฐานในอนาคต ทำให้ค่ายอื่นๆ ก็เริ่มพัฒนาระบบของตัวเองเช่นกัน Mary Barra CEO ของ GM ยืนยันว่ากำลังซุ่มพัฒนาเทคโนโลยีนี้อยู่ รวมถึงทาง Toyota ก็กำลังทดลองใช้เซนเซอร์คลื่นมิลลิเมตร (Millimeter-wave) ตรวจจับลมหายใจและสัญญาณชีพ เพื่อวิเคราะห์ว่าคนขับมีอาการมึนเมาหรือไม่

ต้องรอดูกันต่อไปว่า สิทธิบัตรนี้ของ BMW จะถูกนำมาใช้จริงในรถรุ่นไหนเป็นรุ่นแรก แต่ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเซฟชีวิตนักดื่ม (และเพื่อนร่วมทาง) ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นในโลกอีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล