รู้จัก "ผ้าชามัวร์" vs "ผ้าไมโครไฟเบอร์" วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง เช็ดรถเงาไม่เป็นรอย

เช็ดรถ ผ้าชามัวร์ vs ผ้าไมโครไฟเบอร์ เลือกใช้อย่างไรไม่ให้รถเป็นรอย? คู่มือดูแลสีรถฉบับสาวๆ ควรรู้
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมรถบางคันยิ่งล้าง รอยขีดข่วนหรือ "รอยขนแมว" ยิ่งเพิ่มขึ้น? ความลับไม่ได้อยู่ที่น้ำยาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "อุปกรณ์" ที่สัมผัสผิวรถโดยตรงอย่าง "ผ้าเช็ดรถ"
วันนี้จะพาไปไขข้อข้องใจถึงความแตกต่างระหว่าง ผ้าชามัวร์ กับ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ว่าแท้จริงแล้ว ฮีโร่ของคนรักรถตัวจริงควรเป็นใคร และต้องใช้อย่างไรให้สีรถเงางามเหมือนเพิ่งออกจากโชว์รูม
ผ้าชามัวร์ (Chamois) เด่นด้านโครงสร้างรูพรุนที่ดูดซับน้ำได้มากและรวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับใช้เช็ดไล่น้ำหลังล้างรถให้แห้งสนิททันทีโดยไม่ทิ้งขุย ขณะที่ ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Microfiber) โดดเด่นด้วยเส้นใยขนาดเล็กที่ดักจับฝุ่น คราบมัน และสิ่งสกปรกได้ดีกว่า มีความนุ่ม ลดความเสี่ยงการเกิดรอยขีดข่วน จึงเหมาะกับงานเก็บรายละเอียด เช็ดภายในรถ หรือใช้ลงแว็กซ์และเคลือบเงาในขั้นตอนสุดท้าย ทั้งสองชนิดจึงตอบโจทย์ต่างกันและควรเลือกใช้ให้เหมาะกับงานเพื่อถนอมผิวรถให้ดีที่สุด
1. ผ้าชามัวร์ (Chamois): ราชาแห่งการซับน้ำ
มันคืออะไร? เดิมทีผ้าชามัวร์ทำจากหนังเลียงผาธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันวงการคาร์แคร์นิยมใช้ "ชามัวร์สังเคราะห์" (Synthetic Chamois) หรือผ้าวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลิตจากวัสดุ PVA (Polyvinyl Alcohol) ที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก
จุดเด่นที่เหนือกว่า
-
มีโครงสร้างรูพรุนที่สามารถดูดซับน้ำได้มหาศาล (ประมาณ 8-10 เท่าของน้ำหนักผ้า)
-
เช็ดแล้วแห้งสนิททันที ลดโอกาสเกิดคราบน้ำ (Water Spots) บนตัวรถ
-
ผิวสัมผัสเรียบเนียน ไม่ทิ้งขุยผ้า
เหมาะสำหรับขั้นตอนไหน?
-
เช็ดแห้งเท่านั้น : หน้าที่หลักคือไล่น้ำออกจากตัวรถหลังล้างเสร็จ ไม่เหมาะกับการนำไปเช็ดฝุ่นแห้งๆ หรือเช็ดแว็กซ์ เพราะแรงเสียดทานอาจทำให้เกิดรอยได้
การดูแลรักษา (สำคัญมาก)
-
ก่อนใช้: ต้องชุบน้ำและบิดให้หมาดเพื่อให้ผ้าคลายตัว ห้ามใช้ขณะแห้งแข็งเด็ดขาด เพราะจะบาดสีรถ
-
หลังใช้: ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือสบู่เหลวอ่อนๆ บิดหมาด แล้ว "เก็บใส่กล่องทันที" โดยไม่ต้องตากให้แห้ง เพื่อรักษาความชื้นและยืดอายุการใช้งาน (ไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อรา เพราะผ้าสังเคราะห์ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการเก็บในที่ชื้น)
2. ผ้าไมโครไฟเบอร์ (Microfiber): อัศวินสารพัดประโยชน์
มันคืออะไร? นวัตกรรมเส้นใยสังเคราะห์ที่เกิดจากการทอผสมระหว่าง Polyester (ให้ความแข็งแรง) และ Polyamide (ให้ความนุ่มและดูดซับ) โดยเส้นใยมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมถึง 100 เท่า และมีความหนาแน่นสูงกว่า 1,000 เส้นใยต่อตารางเซนติเมตร
จุดเด่นที่เหนือกว่า
-
เส้นใยมีไฟฟ้าสถิตอ่อนๆ ช่วยดูดจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกให้เข้าไปฝังในเนื้อผ้า ไม่ใช่แค่การปัดฝุ่นไปมา
-
ใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่เช็ดคอนโซล ลงแว็กซ์ เช็ดเก็บงาน ไปจนถึงเช็ดกระจก
เหมาะสำหรับขั้นตอนไหน?
-
เก็บรายละเอียดและงานแห้ง : เหมาะที่สุดสำหรับการเช็ดเก็บคราบน้ำที่หลงเหลือ เช็ดฝุ่นประจำวัน เช็ดภายในรถ และการลงน้ำยาเคลือบเงาต่างๆ
การดูแลรักษา
-
การซัก: ซักด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาซักผ้าไมโครไฟเบอร์โดยเฉพาะ
-
ข้อห้าม: ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเด็ดขาด เพราะจะไปอุดตั้นรูพรุนของเส้นใย ทำให้ผ้าหมดสภาพในการดูดซับฝุ่น และ "ห้ามตากแดดแรง" ให้ตากในที่ร่มเท่านั้น
ผ้าชามัวร์ กับ ผ้าไมโครไฟเบอร์ ควรเลือกใช้อะไร?
คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญคือ "ควรมีทั้งสองอย่าง" โดยใช้ทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตามสเต็ปดังนี้:
-
ขั้นตอนล้าง: ใช้ฟองน้ำหรือถุงมือไมโครไฟเบอร์ฟอกแชมพู
-
ขั้นตอนเช็ดแห้ง (ไล่น้ำ): ใช้ "ผ้าชามัวร์" ลูบน้ำใหญ่ออกทั้งคัน เพราะทำได้รวดเร็วและแห้งสนิท
-
ขั้นตอนเก็บงาน/เคลือบเงา: ใช้ "ผ้าไมโครไฟเบอร์" เช็ดเก็บคราบน้ำตามซอกมุม และใช้เช็ดน้ำยาเคลือบสี (Wax) เพื่อให้รถเงางามไร้รอยขีดข่วน
การลงทุนซื้อผ้าคุณภาพดีทั้งสองชนิดติดรถไว้ เป็นการลงทุนหลักร้อยที่ช่วยปกป้องสีรถราคาหลักล้านได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม
-
Meguiar's Solutions Hub
-
Chemical Guys Detail Garage
-
Auto Detailing News
อ่านเพิ่มเติม:
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



