เช็กยังไงให้รู้ทัน! "วิธีดูรถน้ำท่วมมา" ฉบับจับโป๊ะรถมือสองง่ายๆ

เช็กยังไงให้รู้ทัน! "วิธีดูรถน้ำท่วมมา" ฉบับจับโป๊ะรถมือสองง่ายๆ

เช็กยังไงให้รู้ทัน! "วิธีดูรถน้ำท่วมมา" ฉบับจับโป๊ะรถมือสองง่ายๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีดูรถน้ำท่วมมา ดูเองได้ ไม่ต้องเป็นช่าง รถเคยจมน้ำมีสัญญาณที่ซ่อนไม่มิด

การซื้อรถมือสองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะช่วงหลังน้ำท่วมที่อาจมีรถบางคันถูกนำมาซ่อมแล้วปล่อยขายใหม่ ซึ่งรถที่ผ่านเหตุการณ์จมน้ำมา อาจมีปัญหาระบบไฟฟ้า กลิ่นอับ หรือสนิมตามจุดต่างๆ ที่ซ่อมเท่าไรก็ไม่จบ วันนี้เรารวบรวมวิธีดูรถน้ำท่วมมา เช็กได้ง่ายๆ แต่ได้ผลจริง ให้คุณดูรถมือสองได้แบบมือโปรก่อนตัดสินใจซื้อ

1. กลิ่นภายในรถ — สัญญาณแรกที่โกงยากที่สุด

รถที่เคยจมน้ำมักมีกลิ่นอับ กลิ่นชื้น หรือกลิ่นน้ำเน่าติดอยู่ภายใน แม้จะฉีดน้ำหอมแรงๆ แต่กลิ่นที่ซ่อนอยู่ในพรม ใต้เบาะ หรือท่อแอร์ ยังบอกได้เสมอ

  • เปิดประตูทิ้งไว้ 2–3 นาทีแล้วลองดมกลิ่น
  • ตรวจใต้เบาะและซอกพรม
  • ลองเปิดแอร์ดูว่ามีกลิ่นเหม็นชื้นหรือไม่

2. พรม–พื้นรถยังมีร่องรอยชื้น

แม้พรมจะถูกเปลี่ยนใหม่ แต่ “พื้นรถ” ด้านในเป็นจุดที่ทำความสะอาดยาก จึงเป็นที่มักหลงเหลือร่องรอยน้ำมากที่สุด

  • พรมใหม่เกินอายุรถ
  • มีคราบน้ำ คราบโคลน หรือสนิมใต้พรม
  • ฟองน้ำใต้พรมยังอมน้ำหรือมีกลิ่นอับ

3. คราบดิน–คราบน้ำในซอกที่ทำความสะอาดไม่ถึง

รถโดนน้ำท่วมมักมีคราบดินสีน้ำตาลหรือเส้นรอยน้ำในจุดที่ล้างไม่ถึง เป็นหลักฐานที่ปิดบังยากที่สุด

  • ใต้คอนโซลกลาง
  • ช่องลมแอร์
  • ขอบยางประตูและซอกประตู
  • รางเบาะ
  • ช่องเก็บของด้านท้าย

4. รางเบาะและโครงเบาะเป็นสนิม

จุดโลหะบริเวณเบาะเป็นส่วนแรกๆ ที่จะเกิดสนิมหลังโดนน้ำท่วม

  • น็อตเบาะขึ้นสนิมหรือมีคราบน้ำ
  • เบาะหนังตึงผิดธรรมชาติเหมือนโดนอบ
  • เบาะผ้ามีกลิ่นอับหรือคราบน้ำ

5. ระบบไฟฟ้า – จุดพังง่ายหลังน้ำท่วม

ระบบไฟคือสิ่งที่เสียหายหนักที่สุดเมื่อรถจมน้ำ และมักมีอาการรวนๆ ตามมาแม้ซ่อมแล้วก็ตาม

  • ไฟหน้าปัดทำงานครบหรือไม่
  • กระจกไฟฟ้าติด–ดับผิดจังหวะ
  • ไฟเลี้ยว ไฟท้าย มีอาการกระพริบแปลกๆ
  • ลองเปิดแอร์–ไฟ–ที่ปัดน้ำฝนพร้อมกัน ดูอาการผิดปกติ

6. ห้องเครื่องมีรอยน้ำหรือคราบโคลน

กรณีนี้ตรวจง่ายมาก เพราะห้องเครื่องเป็นจุดที่ซ่อม–ล้างให้เหมือนปกติได้ยากที่สุด

  • คราบโคลนติดตามซอกสายไฟ
  • กล่องฟิวส์หรือปลั๊กไฟมีสนิม
  • น็อตเครื่องมีรอยถอดเปลี่ยนหลายจุด
  • มอเตอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าสีซีดผิดปกติ

7. ช่องเก็บสัมภาระท้ายรถบอกความจริงเสมอ

บริเวณยางอะไหล่เป็นจุดที่มักมีคราบน้ำหลงเหลือมากที่สุด

  • มีสนิมหรือคราบน้ำในช่องเก็บยางอะไหล่
  • พื้นท้ายรถมีกลิ่นอับหรือดินแห้ง

8. รอยน้ำในโคมไฟหน้า–ไฟท้าย

โคมไฟเป็นจุดที่สังเกตได้ง่ายว่ารถเคยตากน้ำหรือไม่ เนื่องจากเปลี่ยนให้เนียนยาก

  • มีไอน้ำเกาะอยู่ด้านใน
  • ตะกอนน้ำเกาะบริเวณก้นโคม
  • โคมใหม่เกินอายุรถ (เปลี่ยนหลังน้ำท่วม)

9. เช็กประวัติรถจากศูนย์หรือประกัน

หากต้องการความชัวร์ที่สุด ให้ขอดูข้อมูลเข้าเช็กศูนย์ รายการเคลม หรือการซ่อมระบบไฟ ซึ่งจะบอกได้ทันทีว่ารถเคยผ่านน้ำมาหรือไม่

10. ตรวจที่อู่หรือศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ

แม้จะตรวจด้วยตาเปล่าได้ระดับหนึ่ง แต่การให้ช่างมืออาชีพตรวจยังคงแม่นยำที่สุด ค่าตรวจหลักร้อย–หลักพัน แต่ช่วยลดความเสี่ยงเสียเงินซ่อมหลักหมื่นได้มาก

สรุป

กลิ่นอับ + คราบน้ำ + สนิม + ระบบไฟรวน เป็น 4 สัญญาณใหญ่ที่บอกได้ชัดว่า “รถอาจเคยจมน้ำมา” การตรวจให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อจะช่วยลดปัญหาปวดหัวและค่าใช้จ่ายตามแก้ในอนาคตได้เยอะมาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล