เช็กยังไงให้รู้ทัน! "วิธีดูรถน้ำท่วมมา" ฉบับจับโป๊ะรถมือสองง่ายๆ

วิธีดูรถน้ำท่วมมา ดูเองได้ ไม่ต้องเป็นช่าง รถเคยจมน้ำมีสัญญาณที่ซ่อนไม่มิด
การซื้อรถมือสองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะช่วงหลังน้ำท่วมที่อาจมีรถบางคันถูกนำมาซ่อมแล้วปล่อยขายใหม่ ซึ่งรถที่ผ่านเหตุการณ์จมน้ำมา อาจมีปัญหาระบบไฟฟ้า กลิ่นอับ หรือสนิมตามจุดต่างๆ ที่ซ่อมเท่าไรก็ไม่จบ วันนี้เรารวบรวมวิธีดูรถน้ำท่วมมา เช็กได้ง่ายๆ แต่ได้ผลจริง ให้คุณดูรถมือสองได้แบบมือโปรก่อนตัดสินใจซื้อ
1. กลิ่นภายในรถ — สัญญาณแรกที่โกงยากที่สุด
รถที่เคยจมน้ำมักมีกลิ่นอับ กลิ่นชื้น หรือกลิ่นน้ำเน่าติดอยู่ภายใน แม้จะฉีดน้ำหอมแรงๆ แต่กลิ่นที่ซ่อนอยู่ในพรม ใต้เบาะ หรือท่อแอร์ ยังบอกได้เสมอ
- เปิดประตูทิ้งไว้ 2–3 นาทีแล้วลองดมกลิ่น
- ตรวจใต้เบาะและซอกพรม
- ลองเปิดแอร์ดูว่ามีกลิ่นเหม็นชื้นหรือไม่
2. พรม–พื้นรถยังมีร่องรอยชื้น
แม้พรมจะถูกเปลี่ยนใหม่ แต่ “พื้นรถ” ด้านในเป็นจุดที่ทำความสะอาดยาก จึงเป็นที่มักหลงเหลือร่องรอยน้ำมากที่สุด
- พรมใหม่เกินอายุรถ
- มีคราบน้ำ คราบโคลน หรือสนิมใต้พรม
- ฟองน้ำใต้พรมยังอมน้ำหรือมีกลิ่นอับ
3. คราบดิน–คราบน้ำในซอกที่ทำความสะอาดไม่ถึง
รถโดนน้ำท่วมมักมีคราบดินสีน้ำตาลหรือเส้นรอยน้ำในจุดที่ล้างไม่ถึง เป็นหลักฐานที่ปิดบังยากที่สุด
- ใต้คอนโซลกลาง
- ช่องลมแอร์
- ขอบยางประตูและซอกประตู
- รางเบาะ
- ช่องเก็บของด้านท้าย
4. รางเบาะและโครงเบาะเป็นสนิม
จุดโลหะบริเวณเบาะเป็นส่วนแรกๆ ที่จะเกิดสนิมหลังโดนน้ำท่วม
- น็อตเบาะขึ้นสนิมหรือมีคราบน้ำ
- เบาะหนังตึงผิดธรรมชาติเหมือนโดนอบ
- เบาะผ้ามีกลิ่นอับหรือคราบน้ำ
5. ระบบไฟฟ้า – จุดพังง่ายหลังน้ำท่วม
ระบบไฟคือสิ่งที่เสียหายหนักที่สุดเมื่อรถจมน้ำ และมักมีอาการรวนๆ ตามมาแม้ซ่อมแล้วก็ตาม
- ไฟหน้าปัดทำงานครบหรือไม่
- กระจกไฟฟ้าติด–ดับผิดจังหวะ
- ไฟเลี้ยว ไฟท้าย มีอาการกระพริบแปลกๆ
- ลองเปิดแอร์–ไฟ–ที่ปัดน้ำฝนพร้อมกัน ดูอาการผิดปกติ
6. ห้องเครื่องมีรอยน้ำหรือคราบโคลน
กรณีนี้ตรวจง่ายมาก เพราะห้องเครื่องเป็นจุดที่ซ่อม–ล้างให้เหมือนปกติได้ยากที่สุด
- คราบโคลนติดตามซอกสายไฟ
- กล่องฟิวส์หรือปลั๊กไฟมีสนิม
- น็อตเครื่องมีรอยถอดเปลี่ยนหลายจุด
- มอเตอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าสีซีดผิดปกติ
7. ช่องเก็บสัมภาระท้ายรถบอกความจริงเสมอ
บริเวณยางอะไหล่เป็นจุดที่มักมีคราบน้ำหลงเหลือมากที่สุด
- มีสนิมหรือคราบน้ำในช่องเก็บยางอะไหล่
- พื้นท้ายรถมีกลิ่นอับหรือดินแห้ง
8. รอยน้ำในโคมไฟหน้า–ไฟท้าย
โคมไฟเป็นจุดที่สังเกตได้ง่ายว่ารถเคยตากน้ำหรือไม่ เนื่องจากเปลี่ยนให้เนียนยาก
- มีไอน้ำเกาะอยู่ด้านใน
- ตะกอนน้ำเกาะบริเวณก้นโคม
- โคมใหม่เกินอายุรถ (เปลี่ยนหลังน้ำท่วม)
9. เช็กประวัติรถจากศูนย์หรือประกัน
หากต้องการความชัวร์ที่สุด ให้ขอดูข้อมูลเข้าเช็กศูนย์ รายการเคลม หรือการซ่อมระบบไฟ ซึ่งจะบอกได้ทันทีว่ารถเคยผ่านน้ำมาหรือไม่
10. ตรวจที่อู่หรือศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ
แม้จะตรวจด้วยตาเปล่าได้ระดับหนึ่ง แต่การให้ช่างมืออาชีพตรวจยังคงแม่นยำที่สุด ค่าตรวจหลักร้อย–หลักพัน แต่ช่วยลดความเสี่ยงเสียเงินซ่อมหลักหมื่นได้มาก
สรุป
กลิ่นอับ + คราบน้ำ + สนิม + ระบบไฟรวน เป็น 4 สัญญาณใหญ่ที่บอกได้ชัดว่า “รถอาจเคยจมน้ำมา” การตรวจให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อจะช่วยลดปัญหาปวดหัวและค่าใช้จ่ายตามแก้ในอนาคตได้เยอะมาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



