พรีวิว AVATR 07 เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวา เอสยูวีหรู สเปกดี ก่อนเปิดราคาใน Motor Expo

AVATR แบรนด์ระดับบนสุดของ Changan ที่ก่อนหน้านี้ได้นำรุ่น AVATR 11 มาเปิดตัวสร้างกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมกับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมในไทย ล่าสุดก่อนถึงงาน Motor Expo ที่กำลังจะมาถึง ทางแบรนด์เตรียมส่งรถรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง AVATR 07 เข้ามาทำตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนอาจได้เห็นภาพตัวจริงจากฝั่งจีนกันมาบ้างแล้ว ถึงเวลาที่ Sanook Auto จะมาเจาะลึกรายละเอียดและเล่าฟีลลิ่งการขับขี่จริง ว่ารถรุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
AVATR 07 ดีไซน์ภายนอก งานศิลปะยานยนต์ระดับ First-Class

เริ่มต้นกับดีไซน์ของ AVATR 07 มาพร้อมคอนเซปต์การออกแบบ "Smart Elegance, Effortless Luxury" หรืออัจฉริยะแห่งความเรียบหรู โดยได้ทีมออกแบบจากยุโรปมารังสรรค์เส้นสายภายใต้ปรัชญา "New Emotive Luxury" ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยสัดส่วนตัวถังที่ดูสมบูรณ์แบบ เส้นสายมีความเป็นประติมากรรมที่สะท้อนทั้งความสง่างามและมีพลัง

จุดเด่นที่ล้ำสมัยคือการใช้ กระจกมองข้างแบบดิจิทัล Ultra-Clear Electronic Side Mirror ซึ่งเป็นออฟชั่นให้เลือกนอกจากกระจกมองข้างแบบปกติ และ กระจังหน้าแบบ Intelligent Active Airflow Grille มาพร้อมสีภายนอก 4 เฉดสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ได้แก่ สีม่วง (Damson Metallic), สีดำ (Mineral Rock Black), สีเทา (Andes Grey) และสีขาว (Cotton White)
มิติตัวถังของ AVATR 07
- ความยาว: 4,825 มม.
- ความกว้าง: 1,980 มม.
- ความสูง: 1,620 มม.
- ฐานล้อ: 2,940 มม.

ภายใน AVATR 07

เมื่อเข้ามาภายใน จะพบกับการออกแบบห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึก "โอบล้อม" ตามแนวคิด Futuristic Embracing Cabin ไฮไลท์สำคัญคือการเลือกใช้วัสดุพรีเมียม โดยมีพื้นที่หุ้มด้วยวัสดุนุ่มกว่า 10 ตารางเมตร และใช้หนังแท้ Nappa เคลือบเงาแบบ "Pearl-like Shimmer" ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่น่าสนใจบ้างมาดูกัน

ฟีเจอร์และหน้าจออัจฉริยะ ความล้ำสมัยคือหัวใจของรุ่นนี้ ด้วยระบบค็อกพิทที่เชื่อมต่อกันถึง 5 หน้าจอ ประกอบด้วย
- หน้าจอพาโนรามาขนาดใหญ่ 35.4 นิ้ว ความคมชัดระดับ 4K ยาวตลอดคอนโซลหน้า
- หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 15.6 นิ้ว ความคมชัด 2K
- จอกระจกมองข้างดิจิทัลคู่ขนาด 6.7 นิ้ว
- หน้าจอควบคุมที่พนักวางแขนด้านหลัง

ความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ Zero Gravity สามารถปรับเอนได้ถึง 120 องศา มาพร้อมระบบนวด 5 โหมด และปรับอุณหภูมิได้ ส่วนเบาะหลังแบบ Executive ก็พับราบเป็นเตียงกว้างได้ถึง 3 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังจัดเต็มความบันเทิงด้วยระบบเสียง Meridian Premium Sound System จำนวน 25 ลำโพง ให้ระบบเสียงรอบทิศทาง 7.1.4 พร้อมระบบน้ำหอม 6 กลิ่น

AVATR 07 ขุมพลังและแบตเตอรี่
AVATR 07 ใช้แพลตฟอร์ม 800V SiC เทคโนโลยีล่าสุด พร้อมแบตเตอรี่แบบ Cell-to-Vehicle (CTV) ความจุ 82.16 kWh โดยแบ่งจำหน่ายเป็น 2 รุ่นย่อย ที่รายละเอียดมีดังนี้
รุ่น Max (ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD)
- กำลังสูงสุด 252 kW (337.9 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 365 นิวตัน-เมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 575 กม. (มาตรฐาน NEDC)

รุ่น Ultra AWD (ขับเคลื่อน 4 ล้อ)
- กำลังสูงสุด 440 kW (590 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 645 นิวตัน-เมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 545 กม. (มาตรฐาน NEDC)

AVATR 07 ระบบรองรับ
โครงสร้างตัวถังใช้วัสดุแม็กนีเซียม-อะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาลง ช่วงล่างหน้าแบบปีกนกคู่และหลังแบบมัลติลิงก์ โดยในรุ่นท็อปจะมาพร้อม ระบบกันสะเทือนถุงลมอัจฉริยะ (Air Suspension) แบบ "Magic Carpet" ที่ปรับระดับความสูงได้ 60 มม. (+30 ถึง -30 มม.) ทำงานร่วมกับโช้กอัพไฟฟ้า CDC Electronic Dampers ที่ปรับแรงหน่วงได้ 100 ครั้งต่อวินาที แต่จะดีไหมเรามาลองขับกัน

สัมผัสแรกในการขับ AVATR 07
ทีมงาน Sanook Auto ได้มีโอกาสทดลองขับทั้งสองรุ่นย่อยแล้ว พบว่าแต่ละรุ่นมีบุคลิกที่น่าสนใจต่างกันชัดเจน
- รุ่น RWD (ช่วงล่างสปริงธรรมดา) แม้รุ่นนี้จะใช้ช่วงล่างแบบสปริงและโช้กอัพธรรมดา ไม่มีถุงลม แต่จากการขับจริงกลับพบว่า "ประทับใจมาก" ครับ ตัวรถให้ความรู้สึก กระชับ และดูจะเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทยที่มีความหลากหลาย วิศวกรออกแบบจุดรับแรงต่างๆ มาดี ทำให้ยังมีความนุ่มนวล ไม่กระด้าง ถือเป็นช่วงล่างที่เซ็ตมา "พอดีคำ" ขับง่ายและมั่นใจ
- รุ่น Ultra AWD (ช่วงล่างถุงลม + CDC) รุ่นท็อปที่จัดเต็มเทคโนโลยี แม้ซอฟต์แวร์อาจยังต้องจูนให้เข้ากับไทยอีกนิด แต่เรามีข้อแนะนำจากการขับจริงนั้นพบว่า การปรับโหมดช่วงล่างแบบ Comfort หรือ Sport จะให้ความรู้สึกที่ลงตัวที่สุดสำหรับถนนบ้านเรา ให้ความนุ่มนวลแต่ยังเกาะถนนแน่น หากปรับเป็นแบบ "อ่อนสุด" (Softest) อาจจะพบอาการ "โยนตัว" มากเกินไปหน่อย ซึ่งวต้องรอการปรับในเวอร์ชั่นประเทศไทยต่อไป

สรุป AVATR 07 หลังทดลองขับ / ราคา
AVATR 07 เป็น SUV ไฟฟ้าที่น่าจับตามองที่สุดรุ่นหนึ่งในงาน Motor Expo นี้ ด้วยความหรูหราของวัสดุภายใน เทคโนโลยี ADAS ที่ให้เซนเซอร์มาถึง 24 ตัว และสมรรถนะการขับขี่ที่มีทางเลือกให้ทั้งสายชิลล์ (RWD) และสายเทคฯ (AWD)
สำหรับราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต้องรอติดตามการประกาศในงาน Motor Expo แต่ถ้าดูจากออพชั่นที่ให้มา เชื่อว่าจะเป็นอีกรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ยอดจองได้ไม่แพ้รุ่นพี่แน่นอน
อัลบั้มภาพ 31 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี








