ทำไมเข็มความเร็วมาตรวัดรถยนต์ กับ GPS ถึงไม่เท่ากัน?

ทำไมเข็มความเร็วมาตรวัดรถยนต์ กับ GPS ถึงไม่เท่ากัน?

ทำไมเข็มความเร็วมาตรวัดรถยนต์ กับ GPS ถึงไม่เท่ากัน?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากคุณกำลังขับรถไปต่างจังหวัด โดยความเร็วมาตรวัด 100 กม/ชม. แต่พอดูในระบบนำทางหรือ GPS พบว่าทำได้แค่ 95 หรือ 97 กม/ชม. คงสงสัยแล้วว่า อันไหนตรงเป็นความเร็วจริงกันแน่ วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบเรื่งนี้กันครับ

ทำไมความเร็วมาตรวัดถึงไม่ตรงกับ GPS?

สำหรับเรื่องของความเร็วระหว่างเข็มวัดความเร็ว และ GPS ไม่เท่านกันเพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ค่าความเร็วทั้งสองไม่ตรงกันเกิดจากสิ่งต่างๆ ดังนี้

มาตรวัดรถยนต์ 

  • วิธีการวัดส่วนใหญ่จะวัดความเร็วจาก การหมุนของเพลาล้อ หรือเพลาขับ ผ่านเซ็นเซอร์ที่ส่งสัญญาณไปยังหน้าปัดรถยนต์
  • วัตถุประสงค์ความปลอดภัย: ผู้ผลิตรถยนต์มักจะตั้งค่าให้มาตรวัด "แสดงค่าเกินจริงเล็กน้อย" เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ โดยทั่วไปจะสูงกว่าความเร็วจริงประมาณ 5-10% เช่น ถ้ามาตรวัดแสดง 100 กม./ชม. ความเร็วจริงอาจจะอยู่ที่ประมาณ 95 กม./ชม.

 mazda_cx3_14

ปัจจัยที่คลาดเคลื่อนได้

  • ขนาดและดอกยาง: การเปลี่ยนขนาดยาง หรือการสึกหรอของดอกยาง สามารถทำให้เส้นรอบวงของยางเปลี่ยนไป ส่งผลให้การคำนวณความเร็วคลาดเคลื่อน
  • แรงดันลมยาง: ลมยางที่อ่อนหรือแข็งเกินไป ก็มีผลต่อเส้นรอบวงของยางเช่นกัน
  • การสอบเทียบ: มาตรวัดรถยนต์มีการสอบเทียบมาจากโรงงาน แต่ก็อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยได้

ระบบนำทาง GPS วัดอย่างไร

GPS วัดความเร็วโดยการคำนวณ ระยะทางที่อุปกรณ์เคลื่อนที่ไปได้ในแต่ละช่วงเวลา โดยใช้สัญญาณจากดาวเทียมหลายดวง โดยทั่วไปแล้ว GPS จะมีความแม่นยำในการวัดความเร็ว "จริง" ได้ดีกว่ามาตรวัดรถยนต์ เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากขนาดล้อ ยาง หรือแรงดันลมยาง

แต่อาจจะมีการคลาดเคลื่อนได้ ในบางพื้นที่ที่มีสัญญาณดาวเทียมอ่อน เช่น ในอุโมงค์ ใต้อาคารสูง หรือในป่าทึบ การคำนวณความเร็วอาจคลาดเคลื่อนได้ชั่วคราว และการคำนวณความเร็วของ GPS อาจมีความหน่วงเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อมีการเร่งความเร็วหรือลดความเร็วอย่างรวดเร็ว

 batch_img_0332

ถ้าความเร็วจำกัด 120 กม./ชม. ควรเชื่อมาตรวัดหรือ GPS?

ในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านความเร็ว (เช่น ไม่เกิน 120 กม./ชม.) ควรดูจากมาตรวัด เป็นหลัก เพราะบางครั้ง GPS จะบอกความจริง แต่ว่าถ้าเกิดตำรวจมีกล้องที่จับแล้วคลาดเคลื่อนก็อาจจะทำให้คุณพลาดเรื่องของการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดได้

แต่ถ้าคุณใช้เส้นทางนั้นเป็นประจำ ก็สามารถขับรถยนต์ที่อาจจะบวกไปจากมาตรวัดสักเพิ่ม หรือลดสัก 1 - 2 กม/ชม. รับรองไม่ถูกตำรวจจับแน่นอน

ดังนั้นการขับรถไม่ว่าจะความเร็วแค่ไหน การเคารพกฎจราจรเป็นการสะท้อนวินัยของชาติได้เช่นเดียวกันครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล