เติมน้ำมันตอนเช้า จริงไหมที่ช่วยประหยัดได้มากกว่า ?

เติมน้ำมันตอนเช้า จริงไหมที่ช่วยประหยัดได้มากกว่า ?

เติมน้ำมันตอนเช้า จริงไหมที่ช่วยประหยัดได้มากกว่า ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เวลาเติมน้ำมันสำคัญไหม? เช็กว่าตอนเช้าประหยัดจริงหรือเปล่า

เรื่องเล่าปากต่อปากที่หลายคนเชื่อ: เติมตอนเช้าหรือช่วงอากาศเย็นจะได้ปริมาณน้ำมันมากกว่า แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เรามาแยกเรื่องจริง-เรื่องเชื่อ และให้เคล็ดลับเติมน้ำมันที่คุ้มค่าจริง ๆ

ทำไมคนถึงเชื่อว่าเติมตอนเช้าประหยัดกว่า?

ความเชื่อนี้มาจากหลักการง่าย ๆ ว่า “ของเหลวเย็นจะมีความหนาแน่นมากกว่าของเหลวร้อน” ดังนั้นเมื่อตอนเช้าอากาศเย็น น้ำมันน่าจะมีมวลมากขึ้นต่อปริมาตร 1 ลิตร ทำให้เราได้พลังงานมากกว่าถ้าเติมตอนกลางวันที่ร้อนกว่า

แล้วความจริงล่ะ วิทยาศาสตร์บอกว่าอย่างไร?

คำตอบสั้น ๆ คือ: ผลต่างมีจริงทางทฤษฎี แต่ในชีวิตจริงมักมีผลน้อยมาก

  1. ความหนาแน่น (density) ของน้ำมันเปลี่ยนตามอุณหภูมิ

    เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ของเหลวจะขยายตัวทำให้ความหนาแน่นลดลงเล็กน้อย — นั่นหมายความว่า 1 ลิตรที่ร้อนอาจมีมวลน้อยกว่า 1 ลิตรที่เย็น แต่ปริมาณความต่างนั้นมักอยู่ในระดับน้อยมาก (ทศนิยมของเปอร์เซ็นต์)

  2. ถังเก็บและระบบจ่ายน้ำมันไม่ได้ร้อน-เย็นตามอากาศเร็วขนาดนั้น

    ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่เก็บน้ำมันในถังใต้ดิน ซึ่งมีอุณหภูมิสม่ำเสมอกว่าภายนอกมาก ดังนั้นผลกระทบจากอุณหภูมิอากาศภายนอกจึงถูกลดทอน

  3. ปั๊มวัดเป็นปริมาตร ไม่ใช่น้ำหนัก

    เราจ่ายตามลิตร ดังนั้นถ้าความหนาแน่นเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงในเชิงพลังงาน (มวลเชื้อเพลิง) มี แต่ขนาดเล็กเมื่อเทียบกับปริมาตรที่เราเติม

  4. ปัจจัยอื่นมักมีผลมากกว่า

    การขับขี่ (ความเร็ว น้ำหนักบรรทุก) การบำรุงรักษา (แรงดันยาง ความสะอาดกรองอากาศ) และสภาพการจราจร มีผลต่อการสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าการเติมในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

ตัวเลขคร่าว ๆ ผลต่างมีแค่ไหน?

สมมติว่าความหนาแน่นของน้ำมันเปลี่ยนประมาณ 0.2–0.5% ระหว่างตอนเช้าและตอนกลางวัน ในทางปฏิบัติหมายถึงถ้าเติม 40 ลิตร ความแตกต่างของมวลเชื้อเพลิงอาจอยู่ไม่กี่กรัมถึงร้อยกรัม — มีผลต่อระยะทางได้ในระดับที่แทบสังเกตไม่ออก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง: ถ้ามีความประหยัดจริง ก็เป็นระดับที่ต่ำมาก ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกม

แล้วควรทำอย่างไรให้เติมน้ำมันคุ้มค่าจริง ๆ? (เคล็ดลับปฏิบัติ)

  1. เติมให้เต็มถังเมื่อราคาลดหรือมีโปรฯ — ประหยัดได้จากราคาต่อหน่วยมากกว่าเวลาที่เติม
  2. ตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ — ลมยางอ่อนทำให้กินน้ำมันขึ้นอย่างชัดเจน
  3. หลีกเลี่ยงการขับแรง/เร่ง-เบรกบ่อย — การรักษาความเร็วคงที่ช่วยประหยัดที่สุด
  4. บำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามรอบ — กรองอากาศสะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ ทำให้เครื่องทำงานมีประสิทธิภาพ
  5. ใช้แอปเช็คราคาน้ำมัน — เปรียบเทียบราคาก่อนออกไปเติม จะช่วยประหยัดได้มากกว่าการเลือกเวลาเติม
  6. อย่าเติมจนล้น (don’t top off) — การเติมจนล้นอาจทำให้ระบบระเหยของรถทำงานผิดปกติและเสียเปล่า

สรุปสั้น ๆ — เติมตอนเช้าดีไหม?

คำตอบ: ในเชิงทฤษฎีอาจมีผลบ้าง แต่ในชีวิตจริงแทบไม่มีความแตกต่างที่จับต้องได้ ปัจจัยที่สำคัญกว่าในการประหยัดน้ำมันคือพฤติกรรมการขับรถ การบำรุงรักษา และการเลือกเติมเมื่อตัวราคาดีหรือมีส่วนลด

เช็กลิสต์ก่อนออกไปเติมวันนี้ (ทำเลยได้เลย)

  • เช็กลมยาง
  • เปรียบเทียบราคาน้ำมันในพื้นที่
  • อย่าเติมจนล้น
  • ถ้าอยากประหยัดจริง ๆ โฟกัสที่การขับขี่นุ่มนวลและบำรุงรักษารถ

ต้องการให้ย่อเป็นโพสต์โซเชียล 3 ความยาว (สั้น/กลาง/ยาว) หรือทำเป็นอินโฟกราฟิกสรุปไหมจ้ะ? เดี๋ยวจัดให้ครบพร้อมภาพประกอบสไตล์สวย ๆ ได้เลย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล