3 เทคนิคง่ายๆ ขับรถลุยน้ำไม่ให้รถพัง!

ช่วงนี้ในหลายจังหวัดเจอเรื่องปัญหาน้ำท่วมอยู่จนทำให้เกิดปัญหา น้ำท่วมรอการระบาย แต่ถ้าเราต้องขับรถลุยไปเลย! อาจจะไม่ดีแน่นอน หากจะเลี่ยงถ้าบางทีไกลเกินไปก็ไม่คุ้ม แต่ถ้าเราจะขับรถลุยน้ำไปทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์เครื่องสันดาบ จะต้องทำอย่างไร วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบให้คุณได้ลองกับ 3 เทคนิคง่ายๆ
3 เทคนิคทำให้รถของคุณพร้อมลุยน้ำ

ประเมินก่อนลุย
การตัดสินใจที่ผิดพลาดในตอนนี้หมายถึงค่าซ่อมหลักแสน แต่ถ้าจะดีกว่าไหมถ้าคุณจะประเมินก่อนลุยต้องมีเงื่อนไขดังนี้
ประเมินระดับน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับรถคุณ สำหรับรถเก๋งและ Eco Car คือ ระดับน้ำต้องไม่สูงเกินครึ่งล้อ หรือไม่เกินขอบประตูรถ หากเป็นรถกระบะยกสูงหรือ SUV อาจลุยได้ลึกกว่านั้น (ประมาณ 2/3 ของล้อ) แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยง การที่ห้ามลุยเกินระดับล้อรถเพราะเพราะจุดอันตรายที่สุดคือ "ท่อไอดี" (Air Intake) ซึ่งเป็นช่องให้อากาศเข้าเครื่องยนต์ ถ้าน้ำถูกดูดเข้าไปในห้องเผาไหม้เมื่อไหร่ นั่นคือจุดจบของเครื่องยนต์ทันที
และอย่าลืม! กดปุ่ม A/C ให้ไฟดับ (เหลือแค่พัดลมได้ แต่ปิดทั้งระบบดีที่สุด) เพราะการทำงานของพัดลมแอร์และคอมเพรสเซอร์ อาจพัดพาน้ำให้กระจายเข้าไปในห้องเครื่องยนต์มากขึ้น และอาจทำให้ระบบสายพานลื่นหรือเสียหายได้
วิธีการขับลุยน้ำ
เมื่อตัดสินใจว่า "ไปต่อ" เทคนิคการขับขี่คือเรื่องที่เป็นโดยต้องทำสิ่งต่างๆ ดังนี้
- ใช้เกียร์ต่ำและรอบเครื่องคงที่
- เกียร์อัตโนมัติ (AT/CVT): ให้ผลักคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งเกียร์ต่ำ (เช่น L, 1, หรือ 2) ห้ามใช้เกียร์ D
- เกียร์ธรรมดา (MT): ใช้เกียร์ 1 หรือ 2 เท่านั้น และห้ามเปลี่ยนเกียร์กลางน้ำเด็ดขาด
- เหตุผลหลักก็เพื่อ "เลี้ยงรอบเครื่องยนต์" ให้คงที่ การทำเช่นนี้จะสร้างแรงดันไอเสียให้ต่อเนื่อง ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับเข้าทางท่อไอเสีย และทำให้เครื่องยนต์มีกำลังสม่ำเสมอ ไม่ดับกลางคัน ถ้ารถไม่มีวัดรอบ ให้ขับไปเรื่อยๆ
- ใช้ความเร็วต่ำที่สุดแต่มั่นคง (ประมาณ 5-10 กม./ชม.) การขับเร็วเกินไปจะทำให้เกิด "คลื่น" ที่หน้ารถ ซึ่งคลื่นนี้อาจซัดเข้ากระจังหน้าและถูกดูดเข้าท่อไอดีได้ง่ายขึ้น
- รักษาระยะห่าง อย่าขับจี้ท้ายรถคันหน้า ให้เว้นระยะห่างมากๆ เพื่อที่คุณจะได้เห็นพื้นผิวใต้น้ำ หรือหากคันหน้าเกิดปัญหา คุณจะได้หยุดทัน และอย่าลืมเวลาขับลุยน้ำ เบรกจะใช้ระยะที่เยอะและอาจจะลื่นได้เช่นเดียวกัน
- พยายามขับให้ต่อเนื่องจนพ้นบริเวณน้ำท่วม การหยุดรถจะทำให้แรงดันไอเสียหายไป และคลื่นน้ำที่คุณสร้างไว้จะไหลย้อนกลับมาที่ตัวรถ จนกว่าจะพ้นไป
คำเตือน! หากเครื่องยนต์ดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ทรถใหม่เด็ดขาด! การสตาร์ทซ้ำคือการพยายามอัดน้ำเข้าไปในกระบอกสูบ ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง (ก้านสูบคด) ให้รีบติดต่อรถยกสถานเดียว
สิ่งที่ควรทำหลังจากลุยน้ำท่วม
เมื่อขับพ้นจากน้ำมาได้แล้ว อย่าเพิ่งดีใจ เพราะคุณต้องเช็ครถต่างๆ โดยทำสิ่งง่ายๆ ดังนี้
ไล่ความชื้นเมื่อคุณลุยน้ำแล้วให้เหยียบย้ำเบรก" (เหยียบปล่อยๆ) ซ้ำๆ เพื่อไล่น้ำและความชื้นออกจากระบบเบรก (จานเบรกและผ้าเบรก) หากไม่ทำขั้นตอนนี้ คุณอาจเจอกับอาการ "เบรกเฟด" หรือเบรกลื่นจนไม่อยู่
ถึงที่พักก็ต้องเช็คสิ่งๆ ดังนี้
- เช็กน้ำมันเครื่อง: ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาดู หากน้ำมันเครื่องมีสีขุ่นผิดปกติ (เช่น สีชานม หรือสีครีม) แสดงว่ามีน้ำเล็ดรอดเข้าไปในระบบเครื่องยนต์แล้ว ห้ามขับต่อ ให้เรียกรถยกไปอู่ทันที
- เช็กระบบไฟ: ตรวจสอบไฟหน้า, ไฟเลี้ยว, ไฟเบรก, และแตร ว่ายังทำงานครบถ้วนหรือไม่
สุดท้ายแล้ว แม้รถจะดูปกติ แต่การขับลุยน้ำลึกๆ อาจทำให้น้ำเข้าไปในระบบของเหลวอื่นๆ เช่น น้ำมันเกียร์ หรือ น้ำมันเฟืองท้าย (โดยเฉพาะในรถขับเคลื่อนล้อหลังหรือ 4x4) ซึ่งมีรูระบายอากาศเล็กๆ ที่น้ำสามารถเข้าไปได้ หากทิ้งไว้นานๆ เกียร์และเฟืองท้ายจะพังแน่นอน ควรนำรถไปให้ช่างตรวจสอบและเปลี่ยนถ่ายของเหลวใหม่เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

รถยนต์ไฟฟ้า ลุยน้ำได้ไหม!
ทีนี้มาถึงรถไฟฟ้ากันบ้าง จริงๆ แล้วก็สามารถขับลุยได้โดยใช้มาตรฐานยเดียวกัน และไม่มีโอกาสที่จะไฟรั่วได้ เพราะ ระบบไฟฟ้าแรงสูง (High-Voltage) ของรถ EV ซึ่งรวมถึงแบตเตอรี่, มอเตอร์, และสายไฟสีส้ม จะถูกออกแบบมาให้ "ปิดสนิท" โดยมากแล้วรถ EV สมัยใหม่มีมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นในระดับ IP67 (ทนการจมน้ำลึก 1 เมตร ได้ 30 นาที) หรือ IP68 (ลึกกว่า 1 เมตร) ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำท่วมขังบนถนนทั่วไป
และในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรง หรือระบบตรวจพบการลัดวงจร (เช่น มีน้ำรั่วซึมเข้าไปจริงๆ) เซ็นเซอร์จะสั่ง ตัดการทำงานของระบบไฟแรงสูงออกจากตัวรถทันที ภายในเสี้ยววินาที
แต่วามเสี่ยงคือแบตเตอรี่ขนาด 12V และกล่อง ECU หากโดนน้ำก็อาจจะทำให้มีปัญหา และถ้าลุยย้ำบ่อยๆ ซีลกันน้ำก็อาจจะมีปัญหาและเสื่อมสภาพได้เช่นเดียวกัน และน้ำที่่มาอาจจะไม่ได้เป็นน้ำจืน ถ้าเป็นน้ำเกลือ หรือ น้ำกร่อยก็อาจจะมีปัญหาได้
ทางที่ดีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าก่อนลุยน้ำประเมิณเพิ่มว่าพื้นที่ๆ คุณกำลังจะผ่านเป็นแบบไหนก็ดีเหมือนกัน
เรียกว่าการขับรถลุยน้ำแม้บางคนไม่อยากจะทำ แต่ถ้าจำเป็นต้องทำก็เป็นอีกสิ่งที่หลายคนคิดให้สามารถขับรถลุยไปต่อได้เช่นกัน แต่ถ้าลองทำตามดูรับรองว่าคุณจะผ่านอุปสรรค์เหล่านี้ได้อย่างสบายๆ เลยครับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
