ทำไม "ที่ปัดน้ำฝน" ฝืด มีเสียง? รวมทุกสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้ พร้อมวิธีดูแลให้กลับมาลื่น

ทำไม "ที่ปัดน้ำฝน" ฝืด มีเสียง? รวมทุกสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้ พร้อมวิธีดูแลให้กลับมาลื่น

ทำไม "ที่ปัดน้ำฝน" ฝืด มีเสียง? รวมทุกสาเหตุที่คุณอาจไม่รู้ พร้อมวิธีดูแลให้กลับมาลื่น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาที่ปัดน้ำฝนฝืดและมีเสียงดังที่คนมักมองข้าม

หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่าปัญหาที่ปัดน้ำฝนมีเสียงดังหรือฝืดขณะทำงานนั้น ไม่ได้มาจากแค่ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีกหลายประการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย การทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด เพื่อให้ที่ปัดน้ำฝนกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

โดยในวันนี้ เราได้รวบรวมสาเหตุหลักที่ทำให้ที่ปัดน้ำฝนฝืดและมีเสียงดัง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขและดูแลเบื้องต้นมาให้แล้ว

สาเหตุหลักและวิธีแก้ไขปัญหาที่ปัดน้ำฝน

กระจกหน้ารถสกปรก

พวกคราบสกปรกต่างๆ เช่น คราบฝุ่น คราบน้ำ คราบยางไม้ หรือซากแมลงที่เกาะอยู่บนกระจก จะทำให้เกิดแรงเสียดทานสูง ส่งผลให้ที่ปัดน้ำฝนสะดุด ฝืด และมีเสียงดัง

การใช้น้ำยาเคลือบกระจก

การใช้น้ำยาเคลือบบางชนิดอาจทำให้ยางปัดน้ำฝนเกิดอาการ "กระโดด" (chatter) หรือ "สะดุด" และมีเสียงดัง เนื่องจากความฝืดที่เกิดขึ้นระหว่างยางกับกระจก

ขดสปริงที่ก้านปัดน้ำฝนอ่อนตัว

หลายๆคนอาจจะคิดว่าเมื่อที่ปัดน้ำฝนมีเสียง จะต้องเป็นเพราะยางเสื่อมสภาพ แต่จริงๆแล้ว สปริงก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเช่นกัน โดยเมื่อสปริงเสื่อมสภาพ จะทำให้แรงกดของยางปัดน้ำฝนกับกระจกไม่สม่ำเสมอหรือไม่เพียงพอ และส่งผลให้ปัดไม่เกลี้ยงและเกิดเสียงดังได้

องศาของใบปัดน้ำฝนผิดเพี้ยน

หนึ่งในปัจจัยเล็กๆ แต่ก็มองข้ามไม่ได้ คือองศาของใบปัดน้ำฝน หากองศาของใบปัดไม่ได้ฉากกับกระจกพอดี อาจทำให้ใบปัดพลิกตัวไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดเสียงและปัดไม่สะอาด

ยางปัดน้ำฝนคุณภาพไม่ดี หรือเก่าเก็บ

การเปลี่ยนยางปัดน้ำฝนใหม่อาจจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้ทุกครั้ง เพราะแม้จะเป็นยางใหม่ แต่หากคุณภาพไม่ดี หรือเป็นยางที่แข็งและขาดความยืดหยุ่น ก็จะทำให้เกิดเสียงดังได้ตั้งแต่เริ่มใช้

การใช้น้ำยาฉีดกระจกที่ไม่เหมาะสม

การใช้น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว หรือน้ำยาที่มีส่วนผสมที่ทำให้เกิดความฝืด อาจเป็นสาเหตุให้ที่ปัดน้ำฝนทำงานได้ไม่ราบรื่น

วิธีแก้ไขปัญหาที่ปัดน้ำฝนเบื้องต้น

  • ทำความสะอาดกระจกอย่างสม่ำเสมอ: ล้างและเช็ดกระจกหน้ารถให้สะอาดอยู่เสมอ และใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดรูดยางปัดน้ำฝนเป็นประจำเพื่อกำจัดคราบสกปรก
  • ตรวจสอบและเปลี่ยนยาง: หากยางปัดน้ำฝนมีลักษณะแข็ง กรอบ หรือมีรอยขรุขระ ควรรีบเปลี่ยนใหม่ตามระยะเวลาที่เหมาะสม (ประมาณ 1–2 ปี)
  • เลือกใช้น้ำยาที่เหมาะสม: ควรใช้น้ำยาฉีดกระจกที่มีส่วนผสมช่วยลดแรงเสียดทาน เพื่อช่วยให้ใบปัดทำงานได้ไหลลื่นมากขึ้น และระวังการใช้น้ำยาเคลือบกระจกที่ไม่เข้ากับยางปัด
  • ปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญ: หากทำความสะอาดแล้วไม่หาย ควรให้ช่างช่วยตรวจสอบและปรับแก้แรงกดหรือองศาของก้านปัดน้ำฝน เพื่อให้ได้มุมที่เหมาะสมที่สุด

สรุปแนวทางการดูแลที่ปัดน้ำฝน

ปัญหาที่ปัดน้ำฝนฝืดและมีเสียงดังสามารถแก้ไขได้ด้วยการใส่ใจดูแลทำความสะอาดกระจกและยางปัดน้ำฝนอยู่เสมอเป็นหลักครับ หากปัญหายังคงอยู่ ควรตรวจสอบสภาพของยางปัดน้ำฝนและการทำงานของกลไกสปริง เพื่อให้การขับขี่ในยามฝนตกเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

  1. Shell Australia
  2. Family Handyman
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล