Audi คว้าชัย ชนะ Le Mans 2010 ทั้ง3อันดับ


Audi คว้าชัยชนะในการแข่งขันเลอมังส์ได้สำเร็จมาถึง 9 ครั้งแล้วเท่ากับ ชัยชนะของเฟอรารี่ในรายการแข่งขันรถยนต์สุดหฤโหด 24 ชั่วโมงแสนคลาสสิคของฝรั่งเศส มีเพียงปอร์เช่ เท่านั้นที่ครอบครองชัยชนะมากกว่า
การแข่งขันครั้งที่ 78 นี้ ประสิทธิภาพและความทนทานของเครื่องยนต์ คือปัจจัยหลักที่ทำให้แบรนด์ Audi มีชื่อเสียงอย่างมากในการพัฒนารถยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รถแข่ง Audi R15 TDI ทั้ง 3 คันของทีม Audi Sport เข้าเส้นชัยเป็นที่ 1-2-3 ด้วยเวลาที่ดีที่สุด Audi สร้าง ประวัติการณ์กวาดรางวัล ทั้งอันดับ 1-2-3 ในการแข่งขันเลอมังส์ รวมแล้วถึง 4 ครั้ง คือในปี 2000, 2002, 2004 และรวมถึงในปี 2010 นี้ด้วย

“Audi รู้สึก ภาคภูมิใจกับชัยชนะในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เครื่องยนต์ที่มีความทนทานไว้วางใจได้ มีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมและการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่าง ยั่งยืน คือ หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ในวันนี้ และสิ่งเหล่านี้เอง คือ สิ่งที่ Audi ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ Audi ในการเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์พรีเมียมและประสบความสำเร็จในการแข่งขันเลอ มังส์ในครั้งนี้” นายรูเพริ์ด สเตดเลอร์ ประธาน กรรมการบริหารของ Audi ได้ชมการแข่งขันในสนามจริงให้ความเห็นว่า “ครั้งนี้เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นเร้าใจที่สุดของเลอมังส์ การได้รับชัยชนะทั้ง 3 อันดับ คือ 1-2-3 นับเป็นชัยชนะครั้งที่ 4 ที่ได้รับจากเลอมังส์ และเป็นชัยชนะที่มีค่ามากในประวัติศาสตร์ของบริษัท ผมขอแสดงความขอบคุณ และขอแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจต่อทีมงานทั้งหมด พวกเขาได้ตั้งใจและทุ่มเททำงานอย่างสุดความสามารถ อีกทั้งทีมเปอโยต์ คือ ทีมคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่มาก พวกเรา Audi ขอแสดงความนับถือ ให้กับทีมงานชาวฝรั่งเศสทุกคน”

“หลังจากได้ชัยชนะ อันดับที่ 3 ในปีที่แล้ว พวกเรามีความหวังที่จะนำถ้วยรางวัลเลอมังส์กลับสู่สำนักงานใหญ่เมืองอิง โกลสตัดช์ และโรงงานผลิตรถที่เมืองเนคกาซูม ซึ่งพวกเราสามารถทำได้อย่างน่าประทับใจ” หัวหน้าทีม Audi Motorsport, Dr. Wolfgang Ullrich กล่าว “ผมรู้สึกภาคภูมิใจมากกับทีมงานชุดนี้และขอบคุญณอย่างยิ่งกับทีมงานทั้งหมด และทุกๆ คนที่มีส่วนร่วมกับความสำเร็จในครั้งนี้”
ชัยชนะในการแข่งขันเลอมังส์ทั้ง 9 ครั้งที่ Audi ได้รับมาเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่ Audi Sport ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้สำหรับการแข่งขันในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยปกปิดข้อมูลเป็นความลับ เครื่องยนต์ V10 TDI ของรถแข่ง Audi R15 TDI ให้กำลังสูงสุดถึง 440 กิโลวัตต์ (598 แรงม้า) พร้อมด้วยเทอร์โบชาร์เจอร์และ Variable Turbine Geometry (VTG)
VTG turbo-charger คือ อุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งในรถยนต์ Audi ที่ใช้เครื่องยนต์ TDI และได้นำมาใช้ในรถแข่งสำหรับการแข่งขันเลอมังส์ เพื่อช่วยให้วิศวกร Audi นำมาพัฒนาให้เทคโนโลยีเครื่องยนต์เทอร์โบมีขนาดเล็กลงและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับใช้ในอนาคต “ที่สนามเลอมังส์ Audi กำลัง คิดค้นวิธีที่จะจัดการกับอุณหภูมิที่เกิน 1,000 องศา ซึ่งยังไม่เคยประสบในการผลิตเครื่องยนต์มาก่อน” นาย Ulrich Baretzky หัวหน้าทีมพัฒนาเครื่องยนต์ของ Audi Sport อธิบาย “ผลลัพท์จากการลดขนาดของเครื่องยนต์ให้เล็กลง จะทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อนอยู่ในช่วงที่ใกล้เคียงกัน การใช้ VTG คือ ตัวอย่างที่ดีในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างงานมอเตอร์สปอร์ต และงานฝ่ายผลิตรถของโรงงาน Audi”
ในปี 2010 ความต้องการเครื่องยนต์ดีเซลมีสูงขึ้นมาก เนื่องจากความเข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย “การรีด กำลังจากเครื่องยนต์ให้ได้แรงม้าสูงๆ โดยไม่สูญเสียความทนทานนั้น คือ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่ทีมงาน Audi มีความเชี่ยวชาญอยู่ แล้ว” คือคำกล่าวของหัวหน้าทีม Audi Motorsport Dr. Wolfgang Ullrich หลังจบเกมส์การแข่งขัน “ในปีนี้พวกเรายังไม่ได้ใช้ศักยภาพของเครื่องยนต์ V10 TDI อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยของเราเอง จึงไม่ต้องสงสัยว่าก่อนการแข่งขัน Audi ไม่ได้มีรถแข่งที่วิ่งเร็วที่สุด แต่มีรถแข่งที่มีเครื่องยนต์ทนทานไว้วางใจได้และมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม มากๆ ในรถคันเดียวกัน วัตถุประสงค์ของการพัฒนารถแข่ง Audi R15 plus คือ ต้องทำให้รถมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอีก 20% ซึ่งเราสามารถทำให้สำเร็จได้ พวกเราตั้งใจกันทำงานอย่างหนักและทุ่มเทมากเพื่อให้ก้าวข้ามจุดนี้ให้ได้ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ Audi ได้รับความสำเร็จที่มาจากทีมงานที่มีศักยภาพที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงรางวัลที่ได้รับมา”
Audi R15 TDI คันที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขันเลอมังส์ในปีนี้ ขับขี่โดย Timo Bernhard (เยอรมนี) Romain Dumas (ฝรั่งเศส) และ Mike Rockenfeller (เยอรมนี) สามารถขับได้ 397 รอบในเวลา 24 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 5,410 กิโลเมตร ซึ่งทำลายสถิติเดิมในปี 1971 ที่ทำไว้โดย Dr. Helmut Marko และ Gijs van Lennep ที่ขับ Porche 917 ซึ่งจริงๆ ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะในช่วงเวลานั้นที่สนามแข่งมีแต่ทางตรง ไม่มีทางโค้งหักศอกเป็นรูปตัว S ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะของเทคโนโลยี Audi TDI ได้เป็นอย่างดี
Timo Bernhard, Romain Dumas และ Mike Rockenfeller สามารถขับรถได้อย่างยอดเยี่ยมมากสำหรับชัยชนะครั้งแรกของพวกเขาในสนามเลอมัง ส์ และสามารถสร้างสถิติใหม่ขึ้นด้วย ในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้ง 3 คนทำได้ดีมาก ยกเว้นมียางรั่วเล็กน้อยก่อนจบการแข่งขัน และกระจกมองข้างด้นขวาหลุดออกมาซึ่งถือเป็นปัญหาเล็กน้อยมากสำหรับผู้ชนะ สำหรับชัยชนะอันดับที่ 2 เป็นของ Marcel Fassler, Andre Lotterer และ Benoit Treluyer โดย Audi R15 TDI ที่พวกเขาขับได้มีการเปลี่ยนกันชนด้านหน้า 2 ครั้งเพราะไปโดนกับตัวกั้นแทร็ค
สำหรับทีมที่คว้ารางวัล ที่ 3 ในเลอมังส์ 2010 ครั้งนี้คือ ทีมผู้ชนะเลิศของ Audi ใน ปี 2008 มี Dindo Capello, Tom Kristensen และ Allan McNish ผู้ ซึ่งทำเวลาได้ดีที่สุดของ Audi Team ในช่วงเริ่มต้น แต่เกิดโชคไม่ดี เพราะ Tom Kristensen ได้ขับหลบรถ GT2 ในช่วงกลางคืนวันเสาร์และรถเกิดลื่นไถลกลับหลังมาชนกับเครื่องกั้นแทร็ค แต่ด้วยฝีมือการขับขี่ที่ทำได้เร็วมากในแต่ละรอบ จึงทำให้ทีมนี้สามารถกลับมาอยู่ในกลุ่มผู้ชนะแถวหน้าโดยขึ้นรับถ้วยรางวัล อันดับ 3 บนโพเดียมแห่งชัยชนะ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


