วิธีใช้ก้านไฟเลี้ยว ต้องใช้อย่างไร รู้ทั้งมือใหม่ ทบทวนให้มือเก่า!

วิธีใช้ก้านไฟเลี้ยว ต้องใช้อย่างไร รู้ทั้งมือใหม่ ทบทวนให้มือเก่า!

วิธีใช้ก้านไฟเลี้ยว ต้องใช้อย่างไร รู้ทั้งมือใหม่ ทบทวนให้มือเก่า!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในรถยนต์ของคุณทั้งหลาย จะมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย แต่มีอุปกรณ์ที่หลายคนลืมไปแล้วว่ารถทุกคันมี และแน่นอนว่า บางคนก็ลืมวิธีใช้นั่นคือ ก้านไฟเลี้ยวที่อยู่ด้านข้างพวงมาลัยรถของคุณ ไม่ได้มีไว้แค่เปิด-ปิดไฟ แต่เป็น "ภาษาสากล" ที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารกับผู้ร่วมทาง การใช้ที่ถูกต้องและมีมารยาทจึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน แล้วเราจะใช้งานยังไง วันนี้ Sanook Auto มาสอนคุณใช้งานกันครับ 

วิธีการใช้ก้านไฟเลี้ยวที่ถูกต้อง

 screenshot2025-10-05110812

เรื่องของก้านไฟเลี้วก็มักดจะอยู่ซ้ายหรือขวาขึ้นกับรถแต่ละคัน แต่สำหรับประเทศไทยเนื่องจากเป็นรถพวงมาลัยขวาก็จะได้ก้านไฟเลี้ยวอยู่ทางขวา โดยวิธีเปิดไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็จะเปิดเหมือนกันคือ

การกระทำบนก้านไฟเลี้ยว สัญญาณไฟที่เปิด เจตนาที่สื่อสาร
ยกก้านขึ้น ไฟเลี้ยวขวา จะเลี้ยวขวา, จะเปลี่ยนเลนไปทางขวา, จะกลับรถ
กดก้านลง ไฟเลี้ยวซ้าย จะเลี้ยวซ้าย, จะเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย, จะจอดรถข้างทาง

 

3 มารยาทสำคัญในการใช้ไฟเลี้ยว

หากคุณรู้ว่าต้องเปิดไฟเลี้ยวอย่างไรแล้วเราต้องมาดูมารยาทการเปิดไฟเลี้ยวให้ถูกต้อง โดยต้องปฏิบัติดังนี้

  1. เปิดล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 เมตร: การเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวหรือก่อนเปลี่ยนเลนล่วงหน้าในระยะทางที่เหมาะสม (ตามกฎหมายกำหนดที่ 30 เมตร แต่หากขับเร็วให้เปิดล่วงหน้ามากขึ้น) จะทำให้รถคันหลังมีเวลาตัดสินใจและชะลอความเร็ว
  2. ใช้การ "สะกิดก้าน" สำหรับเปลี่ยนเลน: ในรถรุ่นใหม่ ๆ เพียงแค่ สะกิดก้านขึ้นหรือลงเบา ๆ 1 ครั้ง ไฟเลี้ยวจะกะพริบ 3 ครั้งโดยอัตโนมัติ (Triple Flash) ซึ่งเพียงพอต่อการส่งสัญญาณเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว
  3. ตรวจสอบจุดบอด (Blind Spot Check): หลังเปิดไฟเลี้ยวและก่อนเริ่มเบี่ยงรถ ต้องมองกระจกข้างและหันศีรษะมองจุดบอด (Over-the-shoulder) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถจักรยานยนต์หรือรถคันอื่นอยู่ในมุมอับสายตา

ก้านควบคุมไฟหน้า (Headlight Control) 

 screenshot2025-10-05110833

ก้านควบคุมไฟหน้ารถยนต์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะรวมอยู่กับก้านไฟเลี้ยว โดยใช้วิธี การหมุนวงแหวน ที่ปลายก้าน มีลำดับการใช้งานที่ถูกต้องดังนี้

ตำแหน่งการหมุน สัญลักษณ์/ชื่อเรียก การใช้งานที่ถูกต้อง มารยาทที่ควรจำ
ตำแหน่งที่ 1 ไฟหรี่ (Parking Light) ใช้เมื่อจอดรถริมทางในที่มืด หรือในเวลาที่แสงเริ่มน้อย (โพล้เพล้) เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นตัวรถ ไม่เพียงพอต่อการขับขี่ในเวลากลางคืน
ตำแหน่งที่ 2 ไฟต่ำ (Low Beam) ใช้ขับขี่ในเวลากลางคืนเสมอ หรือเมื่อฝนตกหนัก เป็นไฟหลักที่ต้องเปิดเมื่อมีรถสวนทางหรือวิ่งตามหลังรถคันอื่น เพื่อไม่ให้แสงแยงตาเพื่อนร่วมทาง
การดัน/ดึงก้าน ไฟสูง (High Beam) ใช้เมื่อขับบนถนนที่มืดสนิท ไม่มีไฟถนน และไม่มีรถสวนทางหรือรถวิ่งนำหน้าในระยะใกล้ เมื่อมีรถสวนมา หรือเมื่อขับตามหลังรถคันอื่น ต้องรีบเปลี่ยนกลับไปใช้ "ไฟต่ำ" ทันที
การดึงก้านเข้าหาตัว (ชั่วคราว) ไฟขอทาง/ไฟ Pass ใช้ กะพริบสั้น ๆ เพื่อขอทางในการแซง หรือเตือนให้รถที่กำลังจะออกจากซอย/กลับรถให้ระวัง ห้ามเปิดไฟสูงค้างไว้เพื่อไล่รถคันหน้าโดยเด็ดขาด

 

ก้านไฟตัดหมอก (Fog Light) 

screenshot2025-10-05110932

และรถบางคันต้องการลดจำนวนปุ่มลงทำให้ที่เปิดไฟตัดหมอก (มักใช้สัญลักษณ์คล้ายก้อนเมฆมีเส้นหยัก 3 เส้น) จะอยู่ที่ก้าน โดยปกติแล้วไฟตัดหมอกถูกออกแบบมาให้ส่องต่ำและกว้าง เพื่อทะลุทะลวงหมอก ควัน หรือฝนที่หนาแน่นได้ดีที่สุด

คำแนะนำการใช้ไฟตัดหมอก

ประเภทไฟ ตำแหน่งการใช้งาน (มักจะเป็นสวิตช์แยก/วงแหวนที่ก้านไฟหน้า) หลักการใช้ที่ถูกต้อง
ไฟตัดหมอกหน้า มักจะทำงานเมื่อเปิดไฟต่ำแล้วเท่านั้น เปิดเฉพาะเมื่อทัศนวิสัยแย่มาก (เช่น หมอกลงหนา, ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าในระยะ 30-50 เมตร)
ไฟตัดหมอกหลัง มักจะเป็นไฟสีแดงดวงเดียวที่สว่างกว่าไฟท้าย เปิดเพื่อบอกตำแหน่งรถ ให้รถคันหลังทราบเมื่อมองไม่เห็นรถเราจริง ๆ เท่านั้น

 

ข้อห้ามสำคัญ ห้ามเปิดไฟตัดหมอกในสภาพอากาศปกติโดยเด็ดขาด! เนื่องจากแสงไฟที่สว่างจ้าและพุ่งต่ำจะแยงตาผู้ขับขี่รถที่สวนมาหรือรถที่ตามมาทางด้านหลังอย่างรุนแรง

การเรียนรู้ที่จะใช้ "ก้านไฟ" ทุกฟังก์ชันอย่างเข้าใจ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและเพื่อนร่วมทางทุกคนบนท้องถนน ขอให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยความปลอดภัยอย่างแน่นอน หากเปิดไฟอะไรผิดไปก็ควรขอโทษกับเพื่อนร่วมทางหากทำได้นะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล