วิธีใช้ก้านไฟเลี้ยว ต้องใช้อย่างไร รู้ทั้งมือใหม่ ทบทวนให้มือเก่า!

ในรถยนต์ของคุณทั้งหลาย จะมีอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย แต่มีอุปกรณ์ที่หลายคนลืมไปแล้วว่ารถทุกคันมี และแน่นอนว่า บางคนก็ลืมวิธีใช้นั่นคือ ก้านไฟเลี้ยวที่อยู่ด้านข้างพวงมาลัยรถของคุณ ไม่ได้มีไว้แค่เปิด-ปิดไฟ แต่เป็น "ภาษาสากล" ที่สำคัญที่สุดในการสื่อสารกับผู้ร่วมทาง การใช้ที่ถูกต้องและมีมารยาทจึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน แล้วเราจะใช้งานยังไง วันนี้ Sanook Auto มาสอนคุณใช้งานกันครับ
วิธีการใช้ก้านไฟเลี้ยวที่ถูกต้อง

เรื่องของก้านไฟเลี้วก็มักดจะอยู่ซ้ายหรือขวาขึ้นกับรถแต่ละคัน แต่สำหรับประเทศไทยเนื่องจากเป็นรถพวงมาลัยขวาก็จะได้ก้านไฟเลี้ยวอยู่ทางขวา โดยวิธีเปิดไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนก็จะเปิดเหมือนกันคือ
| การกระทำบนก้านไฟเลี้ยว | สัญญาณไฟที่เปิด | เจตนาที่สื่อสาร |
| ยกก้านขึ้น | ไฟเลี้ยวขวา | จะเลี้ยวขวา, จะเปลี่ยนเลนไปทางขวา, จะกลับรถ |
| กดก้านลง | ไฟเลี้ยวซ้าย | จะเลี้ยวซ้าย, จะเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย, จะจอดรถข้างทาง |
3 มารยาทสำคัญในการใช้ไฟเลี้ยว
หากคุณรู้ว่าต้องเปิดไฟเลี้ยวอย่างไรแล้วเราต้องมาดูมารยาทการเปิดไฟเลี้ยวให้ถูกต้อง โดยต้องปฏิบัติดังนี้
- เปิดล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 เมตร: การเปิดไฟเลี้ยวก่อนถึงทางเลี้ยวหรือก่อนเปลี่ยนเลนล่วงหน้าในระยะทางที่เหมาะสม (ตามกฎหมายกำหนดที่ 30 เมตร แต่หากขับเร็วให้เปิดล่วงหน้ามากขึ้น) จะทำให้รถคันหลังมีเวลาตัดสินใจและชะลอความเร็ว
- ใช้การ "สะกิดก้าน" สำหรับเปลี่ยนเลน: ในรถรุ่นใหม่ ๆ เพียงแค่ สะกิดก้านขึ้นหรือลงเบา ๆ 1 ครั้ง ไฟเลี้ยวจะกะพริบ 3 ครั้งโดยอัตโนมัติ (Triple Flash) ซึ่งเพียงพอต่อการส่งสัญญาณเมื่อต้องการเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว
- ตรวจสอบจุดบอด (Blind Spot Check): หลังเปิดไฟเลี้ยวและก่อนเริ่มเบี่ยงรถ ต้องมองกระจกข้างและหันศีรษะมองจุดบอด (Over-the-shoulder) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถจักรยานยนต์หรือรถคันอื่นอยู่ในมุมอับสายตา
ก้านควบคุมไฟหน้า (Headlight Control)

ก้านควบคุมไฟหน้ารถยนต์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะรวมอยู่กับก้านไฟเลี้ยว โดยใช้วิธี การหมุนวงแหวน ที่ปลายก้าน มีลำดับการใช้งานที่ถูกต้องดังนี้
| ตำแหน่งการหมุน | สัญลักษณ์/ชื่อเรียก | การใช้งานที่ถูกต้อง | มารยาทที่ควรจำ |
| ตำแหน่งที่ 1 | ไฟหรี่ (Parking Light) | ใช้เมื่อจอดรถริมทางในที่มืด หรือในเวลาที่แสงเริ่มน้อย (โพล้เพล้) เพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นตัวรถ | ไม่เพียงพอต่อการขับขี่ในเวลากลางคืน |
| ตำแหน่งที่ 2 | ไฟต่ำ (Low Beam) | ใช้ขับขี่ในเวลากลางคืนเสมอ หรือเมื่อฝนตกหนัก | เป็นไฟหลักที่ต้องเปิดเมื่อมีรถสวนทางหรือวิ่งตามหลังรถคันอื่น เพื่อไม่ให้แสงแยงตาเพื่อนร่วมทาง |
| การดัน/ดึงก้าน | ไฟสูง (High Beam) | ใช้เมื่อขับบนถนนที่มืดสนิท ไม่มีไฟถนน และไม่มีรถสวนทางหรือรถวิ่งนำหน้าในระยะใกล้ | เมื่อมีรถสวนมา หรือเมื่อขับตามหลังรถคันอื่น ต้องรีบเปลี่ยนกลับไปใช้ "ไฟต่ำ" ทันที |
| การดึงก้านเข้าหาตัว (ชั่วคราว) | ไฟขอทาง/ไฟ Pass | ใช้ กะพริบสั้น ๆ เพื่อขอทางในการแซง หรือเตือนให้รถที่กำลังจะออกจากซอย/กลับรถให้ระวัง | ห้ามเปิดไฟสูงค้างไว้เพื่อไล่รถคันหน้าโดยเด็ดขาด |
ก้านไฟตัดหมอก (Fog Light)

และรถบางคันต้องการลดจำนวนปุ่มลงทำให้ที่เปิดไฟตัดหมอก (มักใช้สัญลักษณ์คล้ายก้อนเมฆมีเส้นหยัก 3 เส้น) จะอยู่ที่ก้าน โดยปกติแล้วไฟตัดหมอกถูกออกแบบมาให้ส่องต่ำและกว้าง เพื่อทะลุทะลวงหมอก ควัน หรือฝนที่หนาแน่นได้ดีที่สุด
คำแนะนำการใช้ไฟตัดหมอก
| ประเภทไฟ | ตำแหน่งการใช้งาน (มักจะเป็นสวิตช์แยก/วงแหวนที่ก้านไฟหน้า) | หลักการใช้ที่ถูกต้อง |
| ไฟตัดหมอกหน้า | มักจะทำงานเมื่อเปิดไฟต่ำแล้วเท่านั้น | เปิดเฉพาะเมื่อทัศนวิสัยแย่มาก (เช่น หมอกลงหนา, ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าในระยะ 30-50 เมตร) |
| ไฟตัดหมอกหลัง | มักจะเป็นไฟสีแดงดวงเดียวที่สว่างกว่าไฟท้าย | เปิดเพื่อบอกตำแหน่งรถ ให้รถคันหลังทราบเมื่อมองไม่เห็นรถเราจริง ๆ เท่านั้น |
ข้อห้ามสำคัญ ห้ามเปิดไฟตัดหมอกในสภาพอากาศปกติโดยเด็ดขาด! เนื่องจากแสงไฟที่สว่างจ้าและพุ่งต่ำจะแยงตาผู้ขับขี่รถที่สวนมาหรือรถที่ตามมาทางด้านหลังอย่างรุนแรง
การเรียนรู้ที่จะใช้ "ก้านไฟ" ทุกฟังก์ชันอย่างเข้าใจ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและเพื่อนร่วมทางทุกคนบนท้องถนน ขอให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยความปลอดภัยอย่างแน่นอน หากเปิดไฟอะไรผิดไปก็ควรขอโทษกับเพื่อนร่วมทางหากทำได้นะ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




