รู้ก่อนโดนบ่น! ไฟสูงเปิดค้าง เช็คได้อย่างไร

รู้ก่อนโดนบ่น! ไฟสูงเปิดค้าง เช็คได้อย่างไร

รู้ก่อนโดนบ่น! ไฟสูงเปิดค้าง เช็คได้อย่างไร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไฟหน้ารถยนต์ไม่ได้มีแค่ไฟต่ำที่ใช้ส่องสว่างตามปกติ แต่ยังมี "ไฟสูง" (High Beam) ที่ให้ลำแสงพุ่งตรงไปไกลกว่าและกว้างกว่า เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ในที่มืดสนิท ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัย แต่ก็เป็นหนึ่งใน "มารยาทการขับขี่" ที่ผู้ใช้รถต้องพึงระลึก เพราะหากใช้ผิดวิธีหรือไม่ปิดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อาจสร้างอันตรายและสร้างความรำคาญให้กับผู้ร่วมใช้ถนนได้มหาศาล

ไฟ้นารถเป็นอีกสิ่งที่ไว้ส่องทาง โดยรถนั้นมีทั้งไฟต่ำ และไฟสูง โดยไฟสูงนั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะช่วยให้คุณขับขี่ในที่มืดสนิท ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัย แต่หากคุณขับรถอยู่บนถนนที่มีรถเยอะๆ แต่มีรถคันหนึ่งเปิดไฟสูงอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เกิดความรำคาญ เราจะมีวิธีอย่างไรบอกเขาว่า ไฟหน้าของคุณเปิดไฟสูงอยู่ วันนี้ Sanook Hitech มีคำตอบ

รู้ได้อย่างไรว่า "ไฟสูง" ของรถเรากำลังเปิดอยู่? 

วิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบว่าไฟสูงของรถคุณกำลังทำงานอยู่หรือไม่ คือการสังเกตที่ แผงหน้าปัด (Dashboard) ของรถยนต์

ไฟสูง 

สัญลักษณ์ไฟสูง จะมีสัญลักษณ์รูปไฟหน้ารถยนต์ที่มีลำแสงพุ่งตรงไปข้างหน้า พร้อมขีดแนวนอน 3-5 ขีด เป็นสีน้ำเงินปรากฏขึ้น บนแผงหน้าปัดของคุณ หากเห็นสัญลักษณ์นี้ปรากฏขึ้นเมื่อคุณเปิดไฟหน้ารถ แสดงว่าไฟสูงกำลังทำงานอยู่ 

หมายเหตุ: สัญลักษณ์ไฟต่ำจะเป็นสีเขียวหรือสีขาว และลำแสงจะพุ่งลงด้านล่าง

หากไม่แน่ใจจริงๆ ลองจอดรถในที่มืดๆ แล้วหันหน้ารถเข้าหากำแพงหรือวัตถุที่สามารถสะท้อนแสงได้ หากลำแสงสว่างจ้าและพุ่งขึ้นสูงอย่างผิดปกติ แสดงว่าไฟสูงกำลังทำงานอยู่

 gettyimages-1272112269-170667

เปิดไฟสูงค้างไว้ตลอดเวลา ผิดอะไร? อันตรายแค่ไหน?

การเปิดไฟสูงค้างไว้ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ "ผิดมารยาท" แต่ยังก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้หลายประการ

  • แยงตารถคันอื่น ทำให้ตาพร่ามัว (Blinding Effect): นี่คือผลกระทบที่อันตรายที่สุด แสงไฟสูงที่สว่างจ้าจะพุ่งเข้าสู่ดวงตาของคนขับรถที่สวนทางมา หรือรถคันหน้าที่มองผ่านกระจกมองข้าง/มองหลัง ทำให้ตาพร่ามัวชั่วขณะ สูญเสียการมองเห็นเส้นทางและสิ่งกีดขวางไปหลายวินาที ซึ่งอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้
  • เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ: เมื่อคนขับมองไม่เห็นถนน ก็ไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือสังเกตเห็นคนเดินเท้า สัตว์ หรือสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้าได้ทันท่วงที
  • สร้างความรำคาญและอารมณ์ฉุนเฉียว: ผู้ที่ถูกแยงตาจะรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งบนท้องถนนได้
  • การเข้าใจผิด: รถคันอื่นอาจเข้าใจผิดว่าคุณกำลังกระพริบไฟสูงเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง เช่น เตือนให้ระวัง หรือขอทาง ซึ่งอาจสร้างความสับสนและอันตราย
  • ผิดกฎหมาย ในประเทศไทย พ.ร.บ. จราจรทางบก มาตรา 11 ได้ระบุไว้ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ไฟสูง โดยมีใจความสำคัญว่า "ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ใช้ไฟสูงนอกกรณีจำเป็น หรือใช้ไฟสูงเกินสมควรที่จะทำให้แสงไฟแยงตาผู้ขับขี่รถคันอื่น" การฝ่าฝืนมีโทษปรับ

 เปิดไฟสูงค้างไว้ตลอด

วิธีปิดไฟสูง

การปิดไฟสูงที่ค้างอยู่เป็นเรื่องง่ายๆ ขึ้นอยู่กับระบบควบคุมไฟหน้าของรถคุณ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอยู่ 2 แบบหลักๆ

  • ก้านควบคุมพวงมาลัย : รถบางรุ่นจะมีวงแหวนบนก้านไฟเลี้ยวที่คุณต้องหมุนเพื่อเปิดไฟหน้า และมักจะมีตำแหน่งสำหรับไฟสูงแยกต่างหาก (เช่น หมุนไปตำแหน่ง "ไฟสูง" หรือดันก้านไปข้างหน้า) หากไฟสูงค้างอยู่ ให้ลองหมุนกลับมาที่ตำแหน่งไฟต่ำ
  • แบบกด/ผลัก:รถส่วนใหญ่จะใช้การ ผลักก้านไฟเลี้ยวออกจากตัว (ไปด้านหน้า) เพื่อเปิดไฟสูงค้างไว้ และ ดึงก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัว (มาด้านหลัง) เพื่อปิดไฟสูง หรือใช้สำหรับการกระพริบไฟสูง (Flash) ดังนั้น หากไฟสูงค้างอยู่ ให้ลอง ดึงก้านไฟเลี้ยวเข้าหาตัวคุณหนึ่งครั้ง ไฟสูงควรจะดับลง
  • ปุ่มบนจอ รถบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่นเก่า อาจมีปุ่มแยกต่างหากสำหรับเปิด/ปิดไฟสูงบนจอรถ หากเป็นเช่นนั้น ให้กดปุ่มนั้นอีกครั้งเพื่อปิด

วิธีตรวจสอบ หลังจากดึงก้านหรือกดปุ่มเพื่อปิดไฟสูงแล้ว ให้สังเกตที่แผงหน้าปัดอีกครั้ง สัญลักษณ์ไฟสูงสีน้ำเงินจะต้องดับลง หากยังไม่ดับ ให้ลองทำซ้ำอีกครั้ง หรือตรวจสอบคู่มือประจำรถของคุณเพื่อดูวิธีการควบคุมไฟสูงที่ถูกต้องสำหรับรุ่นรถของคุณโดยเฉพาะ

ดังนั้นแล้ว การใช้ไฟสูงเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์ที่เหมาะสม เช่น บนถนนชนบทที่มืดสนิทและไม่มีรถคันอื่นสวนมาหรืออยู่ข้างหน้า แต่เมื่อมีรถคันอื่นเข้ามาใกล้ ไม่ว่าจะเป็นสวนทางมา หรือขับอยู่ด้านหน้า สิ่งสำคัญคือต้องเปลี่ยนกลับมาใช้ไฟต่ำทันที เพื่อความปลอดภัยและมารยาทที่ดีในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล