ADAS คืออะไร? ระบบความปลอภัยที่รถเดี๋ยวนี้ต้องมี

ADAS คืออะไร? ระบบความปลอภัยที่รถเดี๋ยวนี้ต้องมี

ADAS คืออะไร? ระบบความปลอภัยที่รถเดี๋ยวนี้ต้องมี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากคุณกำลังมองหารถยนต์คันใหม่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าจะต้องเคยได้ยินหรือเห็นคำว่า "ADAS" ผ่านหูผ่านตามาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในโบรชัวร์ รีวิวรถยนต์ หรือจากพนักงานขายที่ต่างชูให้เป็นจุดเด่นสำคัญของรถ และอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่? ทำไมจู่ๆ รถยนต์แทบทุกคันในตลาดถึงมีระบบนี้ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งวันนี้ Sanook Auto พาคุณมารู้จักกันครับ

 batch_line_album_adas_250904_

ADAS คืออะไร

ก่อนอื่นต้องรู้จักกับคำว่า ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) หรือในชื่อภาษาไทยคือ "ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง" คือกลุ่มของเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "ช่วยเหลือ" ผู้ขับขี่ให้สามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยสอดส่องและประมวลผลสถานการณ์รอบตัวรถอยู่ตลอดเวลา

โดยหลัง ADAS คือการใช้เซ็นเซอร์ต่างๆ เช่น กล้อง, เรดาร์ และบางครั้งอาจมี LiDAR เข้ามาช่วยสแกนสภาพแวดล้อมรอบคัน เพื่อตรวจจับวัตถุ, รถคันอื่น, คนเดินถนน หรือแม้กระทั่งเส้นแบ่งเลนบนถนน จากนั้นสมองกลของรถ (ECU) จะนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลแบบเรียลไทม์ หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะทำการ "แจ้งเตือน" หรือในบางสถานการณ์อาจ "เข้าควบคุม" รถยนต์บางส่วน เช่น การเบรกหรือการหมุนพวงมาลัย เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

 batch_line_album_adas_250904__2

ทำไม ADAS ถึงกลายเป็น "ของมันต้องมี" ในรถยุคใหม่? 

จากที่เคยเป็นเทคโนโลยีราคาแพงที่มีให้เห็นเฉพาะในรถยนต์หรู ปัจจุบัน ADAS ได้กลายมาเป็นฟีเจอร์พื้นฐานที่พบได้แม้ในรถยนต์ระดับ Eco-car เหตุผลหลักๆ มีดังนี้

  1. ต้นทุนเทคโนโลยีที่ถูกลง: เซ็นเซอร์และชิปประมวลผลที่เคยมีราคาสูง ตอนนี้มีต้นทุนการผลิตที่ถูกลงมาก ทำให้ผู้ผลิตสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใส่ในรถยนต์รุ่นเริ่มต้นได้โดยไม่กระทบต่อราคาขายมากนัก
  2. มาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น: หน่วยงานทดสอบความปลอดภัยรถยนต์ทั่วโลกอย่าง NCAP (New Car Assessment Programme) ให้คะแนนความปลอดภัยสูงขึ้นกับรถยนต์ที่มีระบบ ADAS ทำให้ค่ายรถยนต์ต่างแข่งขันกันติดตั้งระบบนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
  3. การแข่งขันในตลาดที่ดุเดือด: เมื่อมีค่ายรถยนต์หนึ่งเริ่มติดตั้ง ADAS ในรถยนต์ของตนเอง ค่ายอื่นๆ ก็จำเป็นต้องพัฒนาและใส่เข้ามาในรถของตัวเองเพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขัน จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการไปโดยปริยาย
  4. เป็นระบต้นที่จะทำให้เกิดการขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving): เทคโนโลยีและข้อมูลที่ได้จากระบบ ADAS คือบันไดขั้นสำคัญในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในอนาคต การติดตั้งระบบนี้ในรถยนต์จำนวนมากจึงเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

batch_line_album_adas_250904__1

รู้จักฟังก์ชันเด่นๆ ในระบบ ADAS

แม้จะเรียกรวมๆ ว่า ADAS แต่ภายในนั้นประกอบไปด้วยระบบย่อยๆ หลายอย่าง ที่เรามักจะได้ยินชื่อบ่อยๆ ได้แก่

  • ACC (Adaptive Cruise Control): ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ไม่ใช่แค่ล็อกความเร็วคงที่ แต่จะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้โดยอัตโนมัติ หากคันหน้าชะลอ รถเราก็จะชะลอตาม และเมื่อคันหน้าเร่ง รถเราก็จะกลับไปสู่ความเร็วที่ตั้งไว้ (บางรุ่นทำงานจนถึงจุดหยุดนิ่ง หรือที่เรียกว่า Stop & Go)
  • AEB (Autonomous Emergency Braking): ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ หากเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ารถกำลังจะชนกับวัตถุด้านหน้า แต่ผู้ขับขี่ยังไม่เหยียบเบรก ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและเบรกให้เองเพื่อหลีกเลี่ยงการชน
  • LKA / LDW (Lane Keeping Assist / Lane Departure Warning): ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน โดยใช้กล้องจับเส้นแบ่งเลน หากรถเริ่มเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือน (LDW) หรือช่วยขยับพวงมาลัยเล็กน้อยเพื่อดึงรถกลับเข้าเลน (LKA)
  • BSM (Blind Spot Monitoring): ระบบเตือนมุมอับสายตา จะมีไฟเตือนขึ้นที่กระจกมองข้างเมื่อมีรถคันอื่นอยู่ในเลนข้างๆ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็น
  • RCTA (Rear Cross Traffic Alert): ระบบเตือนเมื่อมีรถวิ่งผ่านขณะถอยหลัง มีประโยชน์อย่างมากเวลาถอยรถออกจากช่องจอดในห้างสรรพสินค้า

ระบบมีแต่เป็นผู้ช่วยเท่านั้น! 

แม้ว่า ADAS จะเป็นเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมและช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมหาศาล แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องจำไว้คือ มันเป็นเพียง "ระบบช่วยเหลือ" เท่านั้น ผู้ขับขี่ยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมรถ 100% และต้องมีสติพร้อมควบคุมรถอยู่ตลอดเวลา เพราะระบบเหล่านี้ยังมีข้อจำกัด เช่น อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพในสภาพอากาศที่ย่ำแย่ (ฝนตกหนัก, หมอกลงจัด) หรือบนถนนที่ไม่มีเส้นแบ่งเลนที่ชัดเจน

ทั้งนี้เราต้องบอกกันว่า ADAS ไม่ใช่แค่ลูกเล่นทางการตลาด แต่เป็นวิวัฒนาการด้านความปลอดภัยที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ การที่รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ต่างติดตั้งระบบนี้มาให้ ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภค เพราะมันช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ลดความเหนื่อยล้าในการเดินทางไกล และทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง แต่สุดท้ายเอง การขับรถเราต้องไม่ประมาต ดูความปลอดภัยทั้งตัวเราและเพื่อนร่วมทางก็จะดียิ่งขึ้นนั่นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล