เปิดยอดขายรถ ก.ค. 68 รถเก๋งเพิ่มขึ้น แต่กระบะยังร่วง

เปิดยอดขายรถ ก.ค. 68 รถเก๋งเพิ่มขึ้น แต่กระบะยังร่วง

เปิดยอดขายรถ ก.ค. 68 รถเก๋งเพิ่มขึ้น แต่กระบะยังร่วง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยตัวเลขยอดขายรถยนต์รวมเดือนกรกฎาคม 2568 ทะลุ 49,102 คัน เติบโตขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สัญญาณบวกนี้มาจากตลาด "รถยนต์นั่ง" ที่กลับมาเป็นพระเอกเต็มตัว แต่ในทางกลับกัน เซกเมนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง "รถกระบะ" กลับสวนทางทรุดตัวลงอย่างน่าเป็นห่วง

 toyota_yaris_ativ_hev_gr_exte

เก๋ง-ไฮบริดมาแรง สวนทางกระบะซบเซา

สถานการณ์ตลาดในเดือนกรกฎาคมสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • กลุ่มรถยนต์นั่ง (Sedan/Hatchback): กลายเป็นดาวเด่นประจำเดือนอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายรวม 18,760 คัน พุ่งทะยานขึ้นถึง 13.3% แบรนด์ที่ร้อนแรงที่สุดต้องยกให้ MG ที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยยอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 127.7% ขณะที่เจ้าตลาดอย่าง Toyota และ Honda ก็ยังคงรักษาการเติบโตไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
  • กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV): ยังคงเป็นขวัญใจมหาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขาย 11,144 คัน เติบโตจากปีก่อนถึง 24% และเมื่อมองภาพรวม 7 เดือนแรกของปี รถ HEV กวาดส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ไปแล้วกว่า 51% ตอกย้ำว่านี่คือเทคโนโลยีที่คนไทยเลือกใช้ในปัจจุบัน
  • กลุ่มรถกระบะ 1 ตัน: น่าเป็นห่วงที่สุดในเดือนนี้ ด้วยยอดขายรวม 14,842 คัน หดตัวลง 8% โดยเฉพาะตลาดรถกระบะเพื่อการบรรทุก (Pure Pick up) ที่ติดลบหนักถึง 16.3% สะท้อนถึงกำลังซื้อในภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ยังคงชะลอตัว

 dmax_45

ส่องอันดับยอดขาย ใครรุ่ง ใครร่วง?

ภาพรวมตลาด (ทุกเซกเมนต์)

  1. Toyota: 18,160 คัน (+2.1%)
  2. Isuzu: 5,485 คัน (-19.1%) 
  3. Honda: 5,005 คัน (-8%) 

รถยนต์นั่ง

  1. Toyota: 6,395 คัน (+20.4%) 
  2. Honda: 2,894 คัน (+10.3%)
  3. MG: 1,710 คัน (+127.7%)

รถกระบะ 1 ตัน (รวม PPV)

  1. Toyota: 6,773 คัน (-8.1%)
  2. Isuzu: 4,515 คัน (-22.7%)
  3. Ford: 1,531 คัน (-21.4%)

ประเด็นน่าสนใจในกลุ่ม PPV: ในเดือนกรกฎาคม Great Wall Motor สามารถทำยอดขายได้ถึง 1,110 คัน แซงหน้ารุ่นใหญ่อย่าง Toyota Fortuner (1,106 คัน) และ Isuzu MU-X (904 คัน) ไปได้อย่างน่าจับตา

อย่างไรก็ดีแม้เดือนกรกฎาคมจะเห็นสัญญาณฟื้นตัว แต่แนวโน้มในเดือนสิงหาคมยังคง "ทรงตัว" ปัจจัยลบรอบด้านยังคงกดดันตลาด ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน, ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลให้สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ (ยอดปฏิเสธสินเชื่อยังสูง) รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายจากภาครัฐ ทำให้นักลงทุนและผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะ "รอดูสถานการณ์" ต่อไป

ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าแรงส่งจากกลุ่มรถยนต์นั่งและรถไฮบริดจะสามารถพยุงตลาดโดยรวมให้ผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้หรือไม่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล