5 เหตุผลที่เห็นจนชิน "ทำไมคนไทยไม่ค่อยเปิดไฟเลี้่ยว" เวลาจะเลี้ยว

ทุกครั้งเวลาที่คุณขับรถ สิ่งที่ถูกต้องคือมักจะต้องเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อบอกทาง แต่เคยไหมว่ามีเหุตกรณืที่เรียกว่า "อีกนิดเดียว! อยู่ดีๆ ก็ปาดเข้ามา" เสียงบีบแตรยาวพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นระรัว คือประสบการณ์ที่คนขับรถชาวไทยที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ต้นเหตุส่วนใหญ่มักมาจากเรื่องง่ายๆ อย่างสิ่งง่ายๆคือ "ไม่เปิดไฟเลี้ยว" ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมปกติบนท้องถนนบ้านเราไปแล้ว วันนี Sanook Auto มาหาคำตอบเรื่องนี้และบอกข้อเสียที่ควรต้องเปิดไฟเลี้ยวให้เป็นนิสัย

5 สาเหตุหลัก "ทำไมถึงลืม หรือจงใจไม่เปิดไฟเลี้ยว?"
ด้วยความที่การไม่เปิดไฟเลี้ยวไม่ใช่แค่การ "ลืม" แต่มันมีมิติทางพฤติกรรมที่ซับซ้อนซ่อนอยู่
ความเคยชินและความมักง่าย
เรื่องที่ต้องบอกแบบชัดเจนและเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง "เดี๋ยวก็เลี้ยวแล้ว" "อีกนิดเดียวเอง" หรือ "เลนโล่งๆ ไม่มีใครตามมาหรอก" ความคิดเหล่านี้ทำให้การไม่เปิดไฟเลี้ยวกลายเป็นนิสัยที่ทำจนชิน เพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร โดยไม่ได้ตระหนักว่าสถานการณ์บนถนนเปลี่ยนแปลงได้ในเสี้ยววินาที
ขาดสมาธิในการขับขี่
การขับขี่ในยุคของ Social Network และเทคโนโลยที่ทำให้อาจจะทำให้สติของคุณที่หายไป ทำให้มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัย อีกข้างอาจกำลังถือโทรศัพท์คุยธุระ เปลี่ยนเพลง หรือตั้งค่า GPS สมองของเราถูกดึงความสนใจไปจากหน้าที่หลักคือการควบคุมรถ ทำให้การกระทำเล็กๆ น้อยๆ อย่างการขยับนิ้วเปิดไฟเลี้ยว ถูกหลงลืมไปอย่างง่ายดาย
อารมณ์และการตัดสินใจเร่งรีบ
เมื่อคุณรีบ หรือกำลังหัวเสียจากการจราจรติดขัด การตัดสินใจจะเน้นไปที่การ "ไปให้เร็วที่สุด" การเปลี่ยนเลนแบบกะทันหันเพื่อแซงหรือหาช่องว่าง จึงเกิดขึ้นโดยไม่มีเวลาพอที่จะส่งสัญญาณบอกใคร เพราะเป้าหมายคือการพุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น
คิดว่าคนอื่นรู้ใจ
อีกเรื่องที่มักจะมีบางคนพูดถึงคือ "ทฤษฎีในใจ" ว่าแค่ชะลอรถหรือเริ่มเบี่ยงหัวรถเล็กน้อย รถคันหลังก็น่าจะเดาทางออกแล้วว่ากำลังจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน ซึ่งเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดและอันตรายอย่างยิ่ง เพราะผู้ขับขี่คนอื่นไม่มีทางล่วงรู้ความคิดของเราได้เลย และบางคนถ้าเปิดคือพุ่งเลยคิดว่า ไม่เปิดเลี้ยวไปเลยก็ได้!
การเรียนรู้และแบบอย่างที่ไม่ดี
และสำคัญสุดปฏิเสธไม่ได้ว่าพฤติกรรมการขับรถส่วนหนึ่งมาจากการซึมซับและเลียนแบบ เมื่อเราเห็นคนรอบข้างหรือรถคันอื่นๆ ไม่เปิดไฟเลี้ยวกันเป็นเรื่องปกติ ก็อาจทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ "ยอมรับได้" ในสังคม จนติดเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว

ลืมเปิดไฟเลี้ยวบ่อยๆ ข้อเสียมีอะไร
การไม่เปิดไฟเลี้ยวแค่ครั้งเดียว อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น
- อุบัติเหตุเฉี่ยวชน: นี่คือผลกระทบที่ชัดเจนที่สุด การเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวโดยไม่ให้สัญญาณ ทำให้รถคันหลังหรือรถที่วิ่งมาในเลนข้างๆ ไม่สามารถชะลอความเร็วหรือเว้นระยะห่างได้ทันท่วงที นำไปสู่การเฉี่ยวชนท้ายหรือชนด้านข้างได้ง่ายๆ
- สร้างความขัดแย้งและอุบัติเหตุซ้ำซ้อน: การกระทำของคุณอาจทำให้รถคันหลังต้องเบรกกะทันหัน จนโดนรถคันที่ตามมาอีกทอดชนท้าย กลายเป็นอุบัติเหตุซ้อน และยังสร้างความหงุดหงิด นำไปสู่ปัญหาการกระทบกระทั่งหรือ "หัวร้อน" บนท้องถนน (Road Rage)
- ผิดกฎหมาย มีโทษปรับ: ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 36 กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณไฟก่อนเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนในระยะไม่น้อยกว่า 30 เมตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท แม้จะดูไม่เยอะ แต่ก็เป็นเงินที่ต้องเสียไปโดยไม่จำเป็น
- ทำลายวัฒนธรรมการขับขี่ที่ดี: การกระทำของรถหนึ่งคัน ส่งผลต่อภาพรวมของวินัยจราจรบนท้องถนน ทำให้การขับรถในประเทศไทยเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและคาดเดายาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน
เมื่อเห็นแบบนี้แล้วเราต้องฝึกนิสัยว่า การเปิดไฟเลี้ยวไม่ใช่แค่ "ทางเลือก" แต่คือ "หน้าที่" และความรับผิดชอบต่อเพื่อนร่วมทาง มันคือภาษาสากลบนท้องถนนที่ช่วยให้ทุกคนเดินทางได้อย่างปลอดภัย เพียงแค่ขยับนิ้วขึ้นลงที่ก้านไฟเลี้ยว ใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาที แต่สามารถป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียได้มหาศาล ฉะนั้นแล้วควรฝึกให้เปิด ให้เป็นนิสัยก็ไม่ยากแล้วครับ
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




