ป้ายบอกทางสีเหลือง คืออะไร รู้ก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ป้ายบอกทางสีเหลือง คืออะไร รู้ก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ป้ายบอกทางสีเหลือง คืออะไร รู้ก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หากคุณขับรถอยู่แล้วพบว่ามีปัายที่บอกทางทั้งลูกศร หรือแบบอื่น แต่มีพื้นหลังเป็นสีเหลือง หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องมีป้ายแบบนี้ขึ้นมา ใช้สีขาวแบบเดิมไม่ได้หรอ วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบคลายข้อสงสัยให้กับผู้ใช้รถ รวมถึงคนที่กำลังจะสอบใบขับขี่ต้องรู้ด้วยนะ

ป้ายพื้นหลังสีเหลืองคืออะไร 

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า โดยหลักแล้วป้ายจราจรที่มีพื้นหลังสีเหลือง ขอบสีดำ พร้อมสัญลักษณ์หรือข้อความสีดำนั้น จัดอยู่ในหมวด "ป้ายเตือน" (Warning Signs) หน้าที่หลักของป้ายประเภทนี้ คือการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้ทราบล่วงหน้าถึงสภาพเส้นทางที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

หรือจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถลดความเร็วและเตรียมความพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที  

traffic_sign_01 

แล้วทำไมถึงเรียกว่า "ป้ายบอกทางสีเหลือง"?

สำหรับทำไมป้ายต้องเป็นบอกทางสีเหลือง ก็เพราะว่า ในหลักการแล้วสีเหลืองคือการเตือน ดังนั้นป้ายสีเหลืองก็ทำหน้าที่ "บอกทิศทางชั่วคราว" ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการก่อสร้าง ซ่อมแซมถนน หรือมีเหตุการณ์พิเศษ ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางจราจร นี่จึงเป็นที่มาที่หลายคนเรียกว่า "ป้ายบอกทางสีเหลือง"

โดยป้ายเหล่านี้จะทำหน้าที่แนะนำเส้นทางเลี่ยง หรือบอกให้เบี่ยงไปใช้ช่องจราจรอื่นชั่วคราว เช่น ป้ายทางเบี่ยงซ้าย/ขวา, ป้ายเปลี่ยนช่องจราจร, หรือป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง ซึ่งล้วนแต่ใช้พื้นหลังสีเหลืองเพื่อเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่เห็นได้ชัดเจนและปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยและลดปัญหาการจราจร

 

ตัวอย่าง "ป้ายเตือนสีเหลือง" ที่พบบ่อยบนท้องถนน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาดูตัวอย่างป้ายเตือนสีเหลืองที่ผู้ขับขี่มักจะพบเจอเป็นประจำ พร้อมความหมายที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษกันดีกว่า

กลุ่มเตือนสภาพเส้นทาง

  • ป้ายเตือนทางโค้ง (ซ้าย/ขวา, โค้งกลับ, ทางคดเคี้ยว): สัญญาณเตือนให้ลดความเร็วก่อนถึงโค้ง เพื่อป้องกันการเสียหลักแหกโค้ง
  • ป้ายเตือนทางแยก: แจ้งให้ทราบว่าข้างหน้ามีทางแยก อาจเป็นสามแยก สี่แยก หรือทางแยกที่ซับซ้อน เพื่อให้เตรียมชะลอความเร็วและมองรถจากทิศทางอื่น
  • ป้ายเตือนวงเวียนข้างหน้า: ให้เตรียมพร้อมเข้าสู่วงเวียน โดยต้องให้สิทธิ์รถที่อยู่ในวงเวียนไปก่อน
  • ป้ายเตือนทางแคบลง: บอกให้รู้ว่าช่องจราจรข้างหน้าจะลดลง ผู้ขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเบียดหรือแซง
  • ป้ายเตือนถนนลื่น: มักพบในบริเวณที่ฝนตกบ่อยหรือมีน้ำขัง เตือนให้ขับช้าลงเป็นพิเศษ เพราะรถอาจเสียการควบคุมได้ง่าย 

กลุ่มเตือนสิ่งที่ต้องระวัง

  • ป้ายเตือนเขตโรงเรียน: สัญลักษณ์รูปเด็กนักเรียน เตือนให้ลดความเร็วสูงสุดและพร้อมที่จะหยุดเสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาเปิด-ปิดเรียน
  • ป้ายเตือนทางข้ามทางรถไฟ (มี/ไม่มีเครื่องกั้น): สัญญาณเตือนที่สำคัญอย่างยิ่ง ผู้ขับขี่ต้องชะลอและสังเกตให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟกำลังมา ก่อนจะขับผ่านไป
  • ป้ายเตือนระวังสัตว์: ในพื้นที่นอกเมืองหรือใกล้เขตป่า อาจมีสัตว์ป่าข้ามถนน ป้ายนี้จึงเตือนให้ขับช้าลงและสังเกตสองข้างทาง
  • ป้ายเตือนระวังหินร่วง: พบได้บ่อยในเส้นทางขึ้นเขาหรือตัดผ่านภูเขา ให้ระมัดระวังหินที่อาจร่วงหล่นลงมาบนถนน

กลุ่มเตือนในเขตงานก่อสร้าง (ป้ายบอกทางชั่วคราว) 

  • ป้ายทางเบี่ยง (ซ้าย/ขวา): ป้ายลูกศรชี้ทิศทางให้เบี่ยงออกจากเส้นทางเดิม มักใช้ร่วมกับกรวยหรือแผงกั้น
  • ป้ายช่องจราจรปิดด้านหน้า: แจ้งให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนช่องจราจรล่วงหน้า เพราะช่องทางที่ใช้อยู่กำลังจะถูกปิด
  • ป้ายคนทำงาน: เตือนให้ระวังเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ในบริเวณนั้น

ดังนั้นแล้ว ทุกครั้งที่คุณเห็นป้ายบอกทางสีเหลืองอาจไม่ใช่ป้ายที่นำคุณไปสู่จุดหมายปลายทางโดยตรง แต่เป็นการ "เตือน" ว่าอาจจะมีอันตรายอยู่ข้างหน้า และปฏิบัติตามป้ายเตือนเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง แต่ยังแสดงถึงความใส่ใจต่อเพื่อนร่วมทางอีกด้วย ครั้งต่อไปเมื่อเห็นป้ายสีเหลืองข้างหน้า

อย่าลืมชะลอความเร็วและเพิ่มความระมัดระวัง เพราะนั่นคือสัญญาณเตือนจากความห่วงใย เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัยถึงที่หมาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล