
เปิดรถ บิ๋ง-นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

บิ๋ง-นันทมาลี ภิรมย์ภักดี " ขับรถสิ่งสำคัญคือ ต้องมีสติและคาดเข็มขัดนิรภัย "
งานบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ อาจจะดูยากเกินไปสำหรับคุณสาว ๆ ...แต่สำหรับเธอคนนี้คงไม่มีอะไรยากเกินไป เพราะด้วยความหลงใหลและการปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเยาว์ ประกอบกับความชื่นชอบส่วนตัวทำให้ บิ๋ง-นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กลายเป็นผู้บริหารหญิงแห่งบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยอดรถ ซูเปอร์คาร์ระดับโลก Ferrari ได้อย่างเต็มภาคภูมิ...
ตอนนี้บิ๋งรับหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโนมอเตอร์ จำกัด ซึ่งเราเป็นผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Ferrari แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และอีกส่วนหนึ่งก็คือ คาวาลลิโน เซอร์วิส ซึ่งเราก็รับซ่อมบำรุงรถยนต์ Ferrari ทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่นคลาสสิกจนถึงปัจจุบันก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้ โดยเรามีช่างชำนาญงานถึง 4 ท่านที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างจริงจังจากบริษัทแม่

แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ...ยานยนต์
เราสร้างบริษัทนี้โดยเริ่มจากศูนย์ ตั้งแต่ยังเป็นกระดาษขาว ๆ แต่เราก็เป็น 1 ใน Candidate ของหลาย ๆ บริษัทที่เข้ามานำเสนองานกับ Ferrari และก็ด้วยศักยภาพของเราประกอบกับ Connection ของคุณเฉลิม อยู่วิทยา ซึ่งก็มาผนึกกำลังกับคุณวุฒา ภิรมย์ภักดี ทำให้ บริษัท คาวาลลิโนมอเตอร์ จำกัด ถือกำเนิดขึ้นมา โดยมีบิ๋งกับคุณจ๊ะ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี เข้ามาบริหาร นอกจากนี้ก็ยังมีคุณวาริท อยู่วิทยาที่เข้ามาช่วยกันด้วย
สำหรับแรงบันดาลใจ คงเริ่มมาจากคุณวรวุฒิ ด้วยความฝันส่วนตัวของเขา แน่นอนว่าความใฝ่ฝันคือต้องมี Ferrari สักคันหนึ่งในชีวิต และก็ Passion ที่มีมาตั้งแต่เด็ก ทำให้บิ๋งค่อย ๆ ซึมซับ Passion นี้มาพร้อม ๆ กัน พอมามีจังหวะในชีวิตที่มีโอกาสได้ทำธุรกิจนี้มีความโชคดีที่มีศักยภาพทำความ ฝันนั้นให้เป็นความจริง ตอนนี้จึงกลายเป็นอาชีพหลักของเรา
แล้วอาชีพเสริมล่ะ...
อาชีพเสริมก็มีค่ะ บิ๋งเคยทำซิตี้แบงก์มา 8 ปี ใน 8 ปีนั้นก็ได้สั่งสมความรู้มากมายจนกระทั่งมาอยู่ในตำแหน่ง Assistant Vice President ซึ่งก่อนที่บิ๋งจะออกมาทำที่คาวาลิโน เต็มตัวผู้จัดการก็ขอให้เป็นที่ปรึกษา ตอนนี้ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาอยู่ นอกจากนี้เราก็ยังมีอีกบริษัทหนึ่งที่ทำงานด้าน Event เปิดมาประมาณ 7-8 ปีแล้ว ซึ่งตอนนี้เป็นบริษัทในเครือของสิงค์คอร์ปฯ ชื่อคอนแทงโก้ เป็น Event Company ซึ่งก็สะดวกคือถ้าเราทำคาวาลลิโนแล้วเราก็ใช้ทางคอนแทงโก้เป็นผู้จัดงาน บริษัทนี้เปรียบเสมือนกับเป็นแขนขาของเรา ส่วนตัวคิดว่าธุรกิจต่าง ๆ ของครอบครัวที่เราทำกัน มีความต่อเนื่องและส่งเสริมซึ่งกันและกันไปในตัว

ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งทำงานเกี่ยวกับยานยนต์ คิดว่ามีความยากง่ายแค่ไหน...
จริง ๆ ต้องขอบคุณจ๊ะสามีที่ปลูกฝังเรามาตั้งแต่เด็กจนโต เพราะเราคบหากันตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งคุณจ๊ะมี Passion ในแบรนด์ Ferrari อยู่แล้วตั้งแต่ F1 เชียร์ทีม Ferrari มาตลอด รถเล็ก ๆ โมเดลก็เก็บสะสม Ferrari หรือตอนนั้นที่ซ่อมรถคุณวุฒาก็เป็น 456 ระหว่างเส้นทางชีวิตอันยาวนานของเราตลอด 20 ปีที่ผ่านมา บิ๋งก็จะได้ยิน Passion ของคุณจ๊ะที่คอยเล่าสู่กันฟังตลอด ก็เหมือนกับทำให้เรารู้เรื่องและซึมซับมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของ Ferrari กลไกลการทำงาน ความยอดเยี่ยมของรถยนต์แบรนด์นี้ ซึ่งทุกวันนี้คุณจ๊ะก็ยังสอนบิ๋งอยู่โดยการหยิบหนังสือพูดคุยกัน นอกจากคุณจ๊ะจะฝึกบิ๋ง ทาง Ferrari ก็ฝึกสอนด้วยโดยการให้เข้าคอร์สอบรมเหมือนกัน
ซึ่งในแง่ของการบริหาร เราสามารถ applied ได้ ถ้าเราแม่นในการ Management Skill เราก็สามารถยก Management Skill ซึ่งอยู่ในชุด Industry ไหนก็ได้ ทุกอย่างสามารถทำได้ ถ้าเรามีทักษะในการบริหาร
มาถึงสายงานที่เราทำ รถยนต์ยี่ห้อนี้เป็นลักชัวรี่แบรนด์ ซึ่งจับกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่บิ๋งเคยทำมาในอดีตช่วงที่ทำ Citi Bank ซึ่งเราก็ดูแลกลุ่มลูกค้าบัตรเครดิตที่อยู่กลุ่มบน และก็รู้วิธีการวางตำแหน่งของแบรนด์ การตลาด การขาย CRM ที่จะมอบให้กับลูกค้า ซึ่งเนื้องานก็คล้าย ๆ กัน แต่ด้วยความที่มีเรื่อง Technical ของรถยนต์เข้ามาประกอบ ซึ่งเราต้องล่วงรู้ถึงความพิเศษของรถแต่ละคัน มีความต่างกันอย่างไร เราจึงจับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปเรียนทั้งหมด ซึ่งทาง Ferrari ต้องการความเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างเหมือนเป็นการล้างไพ่ใหม่หมด แม้แต่ละบุคคลในองค์กรของเราจะมีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับรถยนต์มานาน เท่าไร ก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่กันทั้งหมด โดยสิ่งที่ดีที่เห็นในคอร์สนี้ คือ แม้คุณจะมีประสบการณ์มากว่า 10 ปี ก็ต้องเริ่มต้นเข้าใจ Ferrari ในวันนี้ใหม่ เพราะ Ferrari ในวันนี้ไม่เหมือนกับในอดีตแน่นอน ก่อนเคยให้ Importer ทำเอง แต่วันนี้ Ferrari มีการปรับระบบมาตรฐานเดียวกันใหม่หมดทั่วโลก แม้แต่รูปลักษณ์ของศูนย์บริการก็ต้องปรับใหม่ตามมาตรฐานของ Ferrari ซึ่งคาวาลลิโนมอเตอร์เองก็จะกลายเป็นศูนย์ต้นแบบในเอเชียแปซิฟิก เรียกว่าตรงกับ Copereated Identity ใหม่ รูปแบบใหม่ของ Ferrari ซึ่งจะแล้วเสร็จราวเดือนเมษายน-มิถุนายน 2553
และช่วงเดือนเมษายนนี้ก็จะมีการเปิดตัว Ferrari 458 Italia ขุมพลัง V8 4.5 ลิตร 500 แรงม้า โดยรถจริงน่าจะผลิตแล้วเสร็จช่วงกลางปี 2553 แต่สำหรับตอนนี้ทางบริษัทเริ่มเปิดรับจองแล้ว ส่วนแผนงานในอนาคตทางเราก็เตรียมพร้อมในการทำตลาดรถ Ferrari รียูสด์ต่อไปในปีหน้าด้วยเช่นกัน สำหรับคำถามที่ว่า... คิดว่างานที่รับผิดชอบอยู่ยากไปหรือไม่นั้น ...ก็คงตอบตามตรงว่าไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเรา แต่ถ้าไม่ได้ถูกปลูกฝังมาก็คงจะยากอยู่บ้าง
หลังเลิกงานไลฟ์สไตล์ของคุณแตกต่างกับตอนทำงานหรือไม่
จริง ๆ แล้วก็แทบจะไม่แตกต่าง เพราะปัจจุบันทำงานกับสามี...ทำงานด้วยกันตลอดก็ดีนะ ดีที่ไม่ต้องสับเวลา มีแต่ว่ากันนัด...วันนี้จะขอปลีกวิเวกไปโน่นไปนี่ เพราะบางทีก็อยากขอแยกกลุ่ม ซึ่งนี่คือความท้าทายอีกแบบ ตอนแรก ๆ ก็ยังปรับตัวยากอยู่ แต่ตอนนี้ก็ค่อนข้างจะลงตัว ส่วนใหญ่เสาร์-อาทิตย์ก็จะใช้เวลาไปกับลูก ๆ หรือบางทีก็อยากอยู่กันสองต่อสองก็มี โดยตอนนี้วางแผนไว้ว่าจะเริ่มออกกำลังกาย เริ่มปรนิบัติผิวตัวเอง เนื่องจากบางครั้งที่เราต้องทำงานหนัก หรือบินไปเข้าคอร์สฝึกอบรมบ่อย ๆ บางทีเปลี่ยนประเทศ อาทิ ไปเมืองจีนทีไรป่วยกลับมาทุกที เราต้องแข็งแรงกว่านี้ และนี่ถือเป็นโจทย์ของปี 2010 ที่เราจะต้องทำให้ได้

เวลาพักผ่อนท่องเที่ยวในไทย นิยมขับรถไปเองหรือไม่...
ไปเที่ยวต่างจังหวัดส่วนใหญ่ก็จะใช้รถตู้ Toyota Estima และ Toyota Alphard ซึ่งเรามีทั้งคู่ใช้สลับ ๆ กัน แต่สำหรับ Ferrari ที่คุณจ๊ะซื้อมา 1972 Ferrari Dino 246 GT ตอนนี้ยังขับไม่ได้ยังอยู่ในขั้นตอนการบูรณะ แต่ถ้าถามว่าให้บิ๋งขับจะขับหรือไม่...บิ๋งว่าขับ California ง่ายกว่านะ เนื่องจากรถ Ferrari คลาสสิกอาจจะขับยากไปสักนิดแต่ทุกคันมีคุณค่านะ แม้ว่าจะเก่าหรือคลาสสิกขนาดไหน Ferrari ทุกคันล้วนมีเสน่ห์ในสายตาบิ๋ง
ถึงขนาดอยากขับ California พฤติกรรมการขับขี่ของคุณเป็นอย่างไร...
บิ๋งเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่ แต่ด้วยความที่เพื่อน ๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เพื่อนนี่แหละค่ะที่เป็นคนสอนขับรถ สมัยนั้นเป็นเกียร์กระปุก ตอนนั้นยอมรับว่าไม่ถนัดเลย ขับ Civic 4 ประตู ตอนนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นเกียร์ออโต้ ล่าสุดมาขับ Fiat เกียร์ธรรมดา มันทำให้คิดว่าการขับรถทำไมมันต้องใช้ประสาทสัมผัสเยอะขนาดนี้ ก็เลยคิดว่าไม่กลับไปยุคนั้นอีกแล้ว และจากการเริ่มที่ยากก่อนตอนนี้ก็เลยโอเคพอขับได้ไม่ยากเหมือนสมัยก่อน... จากนั้นเมื่อโตขึ้นก็เปลี่ยนเป็น BMW Series 325i ซึ่งก็ดีนะ แต่คุณจ๊ะก็เปลี่ยนให้ไปขับ Audi MTM Turbo ตัวแต่งก็ซิ่งดี ต้นปรู๊ดปร๊าดดี ชอบรถแต่งอยู่แล้วค่ะ คุณจ๊ะเองก็ชอบเปลี่ยนนู่นนี่นั่นให้เหมาะสม BMW คันเดียวไม่รู้เปลี่ยนแม็กไปกี่ชุดต่อกี่ชุด (หัวเราะ) รถทุกคันบิ๋งก็ขับบ้างนะ แต่ส่วนใหญ่ก็มีคนรถขับให้ ตอน Civic มีโหลดมีใส่ไนตรัสมาด้วยนะ ถ้าปรกติก็มีซอกแซกบ้าง แต่ไม่โหดขนาดรีบร้อนขนาดนั้นแต่ก็ขับรถไม่เก่งเท่าคุณสามี ที่เธอแข่งรถในสนาม
เหตุเตือนใจมีบ้างหรือไม่...
เคยมีหนหนึ่งไปดูหมอดู เขาทักว่าก่อนเดือนนี้อย่าไปงานศพ เพราะถ้าไปจะมีอุบัติเหตุ แหม...จะเลี่ยงก็ไม่ได้ คนรู้จักกันก็ต้องไป จำได้ว่ามีงานหนึ่งต้องไป เลี่ยงไม่ได้ พอไปเสร็จตอนนั้นทำงาน Citi Bank พอลงทางด่วนรถก็ติดหนึบคับคั่งเฉพาะตอนทางลงสีลม บิ๋งก็เลยเบี่ยงออกมา แต่ด้วยความที่รถทุกคันต้องมีจุดบอด Blind Spot พอเบี่ยงออกมาเพื่อที่จะแทรกไปอีกเลนหนึ่ง อยู่ดี ๆ ก็มีเสียง เอี๊ยดดดด...เปรี๊ยงงงง !!! กระแทกมาจากด้านหลังเลย โชคดีนะที่คาดเข็มขัดนิรภัย อันนั้นก็เป็นอุทาหรณ์ได้เลยว่าขับรถต้องมีสติและต้องคาดเข็มขัดนิรภัยตลอด เวลาที่นั่งในรถ สิ่ง ๆ นี้ถือว่าสำคัญที่สุดค่ะ
เพราะบางทีอุบัติเหตุอาจจะไม่เกิดขึ้นเฉพาะตอนคุณขับรถเร็ว ๆ หรือขับด้วยตนเอง แต่เหตุที่เกิดขึ้นอาจมาจากคนอื่นที่ประมาท อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนมั่นทำบุญไว้เผื่อด้วย บิ๋งเชื่อว่าการทำบุญาอาจจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ เป็นเรื่องที่ฝากไว้ให้ระวังค่ะ คุณบิ๋งฝากทิ้งท้าย
Profile : บิ๋ง-นันทมาลี ภิรมย์ภักดี
อาชีพ : กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด
รถคันโปรด : Ferrari California
รถในฝัน : Ferrari California
รถที่ใช้ปัจจุบัน : Audi MTM, Toyota Estima และ Toyota Alphard