Formula E กับ MICHELIN กำเนิดสุดยอดนวัตกรรมยางรถยนต์ ที่รวมทุกประสิทธิภาพไว้ในเส้นเดียว

Formula E กับ MICHELIN กำเนิดสุดยอดนวัตกรรมยางรถยนต์ ที่รวมทุกประสิทธิภาพไว้ในเส้นเดียว
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เปิดตัวสนามแรกกันไปแล้วสำหรับการแข่งขัน เอฟไอเอ ฟอร์มูล่า อี แชมป์เปี้ยนชิพ หรือทัวร์นาเม้นต์รถแข่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยประเดิมสนามแรก ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดตัวรถแข่งไฟฟ้าครั้งแรกของโลก โดยในการแข่งขันทุกทีมจะใช้รถแข่งพลังงานไฟฟ้าประเภทที่นั่งเดี่ยว หรือซิงเกิ้ลซีตเตอร์ โดยมีสนามแข่งทั้งหมด 10 สนามด้วยกัน โดยกิจกรรมการแข่งขันจะใช้เวลาทั้งหมดเพียงหนึ่งวันเท่านั้น เพื่อลดความยุ่งยากในการจัดการ และไม่ให้เป็นการรบกวนการจราจรของเมืองที่จัดงาน จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม แต่ละทีมมีนักแข่ง 2 คน ซึ่งนักแข่งแต่ละคนจะมีรถแข่งพลังงานไฟฟ้า "สปาร์ค-เรโนลต์ เอสอาร์ที 01อี ซิงเกิ้ล ซีตเตอร์ คนละ 2 คัน เพื่อใช้ทดสอบเปรียบเทียบสมรรถนะของแบตเตอรี่และระยะทางที่วิ่งได้

 

     ในมุมของอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรถในการแข่งครั้งนี้ ความน่าสนใจอยู่ที่การรับมือกับความท้าทายสู่โลกยานยนต์ในอนาคต บนเครื่องยนต์ไฟฟ้า 100% ยางรถยนต์จะต้องทำอย่างไร เพื่อให้ประสิทธิการวิ่งดีเหมือนการแข่งขันรายการอื่นๆ เท่านั้นยังไม่พอกับโจทย์ของการแข่งขันที่ให้ใช้ยางเพียงแบบเดียวตลอดทั้งฤดูการแข่งขัน และต้องใช้แข่งขันได้ทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นเปียกหรือแห้ง ซึ่งนักแข่งสามารถใช้ยางได้เพียง 10 เส้น ตลอดการแข่งขัน 1 สนาม รวมตั้งแต่รอบ Qualify จนถึงจบการแข่งขัน คือสุดยอดความหินที่ผู้ผลิตยางเจอได้แล้วต้องเหงื่อตกกันทีเดียว

     นั่นเป็นสาเหตุที่ทางผู้จัดการแข่งขันนึกถึง มิชลิน เป็นเฟืองตัวสำคัญที่ร่วมในรายการนี้ เพื่อพัฒนายางสำหรับรถทุกคันในการแข่ง โดยต้องเป็นยางที่ช่วยให้เครื่องยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เก่งในเรื่องของ Longevity ใช้งานได้ยาวนาน บนทุกสภาวะ และรองรับการวิ่งบนถนนจริง ที่จะถูกจัดขึ้นในใจกลางเมืองหลวง ซึ่งการวิ่งบนพื้นผิวเมืองหลวงค่อนข้างท้าทายเพราะพื้นผิวถนนมีความหลากหลายและหากใช้ยางที่ขาดคุณสมบัติในการยึดเกาะจะทำให้การควบคุมรถเป็นไปได้ยาก โจทย์ของมิชลินคือการพัฒนายางที่จะต้องจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ในเส้นเดียวทั้งหมด

 

     ทีมวิศวกร และบุคลากรด้านเทคนิคในทีมมอเตอร์สปอร์ตของมิชลิน จึงต้องทำการคิดค้นพัฒนายางต้นแบบให้มีความเหมาะสมสูงสุดกับลักษณะเฉพาะของรถแข่งไฟฟ้า ความทุ่มเทในการทำงาน บวกกับประสบการณ์บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตถูกนำมาใช้ จนผลลัพธ์ออกมาเป็น "มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี" ซึ่งเป็นยางที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ถือได้ว่าเป็นยางที่ปฎิวัติวงการเลยก็ว่าได้ ยางสามารถใช้ได้ทั้งบนพื้นแห้งและพื้นเปียกในยางเส้นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่อุณหภูมิใดก็ตาม ซึ่งความสามารถนี้จะเป็นการช่วยลดปริมาณการใช้ยาง และเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทีมงานที่พัฒนายางของมิชลินมีความตั้งใจให้ยางมีหน้ากว้างที่แคบลงแต่มีเส้นผ่านศูนย์กลางที่สูงขึ้น เพื่อประสิทธิภาพการหมุนที่ดีขึ้น เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มระยะการวิ่งให้กับรถ และถึงแม้จะมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับยางบนท้องถนน แต่ก็แฝงไว้ด้วยดีกรีของยางรถแข่งพันธุ์แท้ เนื่องจากมีสมรรถนะบนพื้นแห้งที่ไม่น้อยหน้ายาง "สลิค" และสมรรถนะบนพื้นเปียกที่ไม่แพ้ยาง”เวท”ที่ใช้สำหรับแข่งขันบนพื้นเปียก นี่ทำให้ มิชลิน ไพลอต สปอร์ต อีวี ไร้คู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบกับยางแบบมีดอกด้วยกัน

 

     มิชลิน ค้นคว้านวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านการแข่งขันฟอร์มูล่า อี ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นห้องทดลองชั้นเยี่ยมเลยก็ว่าได้ ทำให้สามารถเอาเทคโนโลยีนั้นมาปรับใช้กับยาง เพื่อสมรรถนะและความต้องการแบบเดียวกับยางที่ใช้งานบนท้องถนนจริง ทั้งหมดเพื่อพัฒนาคุณภาพของการขับขี่และเพื่อโลกที่ดีขึ้น

 

 

 

     คลิ๊กเข้าไปดูคลิปการทดสอบครั้งสุดท้ายของยางมิชลิน ก่อนจะนำมาใช้ในการแข่งขัน เอฟไอเอ ฟอร์มูล่า อี แชมป์เปี้ยนชิพได้ที่

    

     และสำหรับการแข่งขัน เอฟไอเอ ฟอร์มูล่า อี แชมป์เปี้ยนชิพสนามต่อไป จะจัดขึ้นที่เมืองปุตราจาย่าของประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 22 พ.ย. 2557 นี้ ใครที่ชื่นชอบความแรงก็อย่าลืมติดตามกันให้ได้นะครับ


 


     [Advertorial]