LAND ROVER LRX CONCEPT

LAND ROVER LRX  CONCEPT
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

 

สำหรับวงการรถยนต์…นักการตลาดระดับโลกต่างรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปลุกชีวิตแบรนด์ใดสักแบรนด์หนึ่งที่มีอายุคร่ำหวอดอยู่ในวงการมาอย่างยาวนานให้กลับมาดังเปรี้ยงปร้างสวยจี๊ดบาดหัวใจได้สะท้านวงการจนเหล่าบรรดาสาวกออฟโรดขาลุยต่างก็รู้สึกอินและยอมรับถึงความมีตัวตนของแบรนด์นั้นอีกครั้ง มันเป็นเรื่องยากกกก…มั๊กๆ ขอบอก

และในเวลานี้ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเวลาที่ได้เห็นงานออกแบบรถที่สวยได้ใจแล้วมักจะต้องร้องโอ้โหดังๆ อยู่ทุกครั้งไป อย่างเจ้ารถ LAND ROVER LRX ที่เห็นอยู่เบื้องหน้าตอนนี้ ที่จะทำให้ใครอีกหลายคนลืมหน้าตา LAND ROVER LRX  แบบเดิมๆ ที่ดูบึกบึนเก้งก้างกันไปเลยทีเดียวเชียว

แต่ต้องขออธิบายขยายความต่อว่าเจ้า LAND ROVER LRX concept ที่เห็นอยู่นี้เป็นรถต้นแบบรุ่นใหม่ที่ทาง แลนด์โรเวอร์แง้มออกมาให้เราดูกัน และเพิ่งแกะกล่องสำหรับประเดิมเวทีดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์

สำหรับรถต้นแบบรุ่นนี้ ลำพังผมเห็นชื่อรุ่นก็เข้าใจอยู่เป็นนัยๆ แล้วถึงแนวโน้มของการผลิตจริง เพราะต้นแบบรุ่นนี้พัฒนามาจากพี่ชายที่ชื่อ LAND ROVER FREELANDER ซึ่งคนในสหรัฐอเมริกาเขาเรียกกันอีกชื่อว่า LR2 มากับตัวถัง 3 ประตู

หากมองกันอย่างผิวเผินดูเพียงความสัมพันธ์ในเชิงวิศวกรรม ก็บอกว่าไม่ต่างมากนักจากรุ่น FREELANDER แต่หากในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก และภายในแล้ว LRX แตกต่างอย่างชัดเจน ด้วยรูปลักษณ์สุดสปอร์ต เพรียวสวยบาดตา ทำเอาบรรดาสาวกคนรักแลนด์แทบขาดใจอยากได้มาเป็นเจ้าของ เพราะเพียบพร้อมไปด้วยความล้ำสมัยของงานออกแบบที่ได้ยึดแนวทางและเส้นสายเอกลักษณ์ของ Land Rover ไว้อย่างชัดเจน และได้ผสมผสาน

 

 

รูปลักษณ์ที่ทันสมัยแห่งอนาคต พร้อมกับออกแบบสัดส่วนของรถให้ดูโมเดิร์นมากขึ้น โดยมีมิติความยาว 4,351 มม. กว้าง 1,895 มม. สูง 1,535 มม. และมีความยาวฐานล้อที่ 2,660 มม.และที่สำคัญ ในสถานการณ์ที่ทุกคนคำนึงถึงสภาวะโลกร้อน Land Rover ก็ได้พัฒนาและติดตั้งเทคโนโลยี ระบบขับเคลื่อน Hybrid ลงใน LRX คันนี้ด้วย ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร ที่สามารถเติมน้ำมันไบโอดีเซลและระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนล้อหลัง หลักการทำงานทั่วไปของระบบ Hybrid คือ เมื่อตอนเริ่มออกตัวหรือขณะใช้ความเร็วต่ำ ระบบมอเตอร์จะทำงานเพียงอย่างเดียว เมื่อต้องการกำลังเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ก็จะสตาร์ทเพื่อเริ่มทำงาน และเมื่อผู้ขับชะลอหรือหยุดรถ เครื่องยนต์ก็จะดับลงโดยอัตโนมัติ ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งทาง Land Rover เคลมว่าระบบ Hybrid สามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้กว่า 30% นอกจากนี้ผู้ขับยังสามารถเลือกโหมดที่ใช้เฉพาะระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ความเร็วไม่เกิน 32 กม./ชม. เรียกว่าถ้าคิดจะเอาไปขึ้นไลน์ผลิตขายจริงแล้ว คงต้องปรับปรุงกันยกใหญ่เลยทีเดียว อิอิ แต่ก่อนอื่น ผมคนหนึ่งล่ะสาวก Land Rover mania ต้องขอนั่งซดน้ำลายไปพลางๆ ก่อนละกันนะครับ คนจนมีสิทธิ์ไหมคร้าบ…

 

 

 

เรียบเรียงโดย เกรียง ภิภัทรบุญทรา