Audi Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron 2021 ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

Audi Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron 2021 ใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

     Audi Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron 2021 ใหม่ เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้ารุ่นล่าสุดเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมขุมพลังแรงสุด 295 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 460 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที

     Audi Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม MEB ในเครือ Volkswagen เช่นเดียวกับ ID.4 ซึ่งมีตัวถังขนาดเล็กกว่า e-tron SUV และ e-tron Sportback ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจเรียกได้ว่า Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสุดในตระกูล e-tron ของอาวดี้ก็ว่าได้ (ไม่นับรวม Audi Q2L e-tron ที่มีวางจำหน่ายเฉพาะประเทศจีนเท่านั้น)

audi_q4_etron_14

     Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย Q4 35 e-tron และ Q4 40 e-tron ขับเคลื่อนล้อคู่หลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) และ 204 แรงม้า (PS) ตามลำดับ ส่วนอีกรุ่นเป็น Q4 50 e-tron quattro ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 299 แรงม้า (PS) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.2 วินาที และจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 180 กม./ชม.

audi_q4_etron_07

     แบตเตอรี่ของ Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron มีให้เลือก 2 ขนาดขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย โดย Q4 35 e-tron มีขนาดอยู่ที่ 52 kWh ส่วน Q4 40 e-tron และ Q4 50 e-tron quattro มีขนาด 77 kWh โดย Audi ระบุว่าสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (ในรุ่น Q4 40 e-tron ตามมาตรฐาน WLTP) รองรับระบบชาร์จด่วนด้วยกำลังไฟสูงสุด 125 kW ที่ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ราว 130 กิโลเมตรในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

     นอกจากนี้ Audi Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น myAudi ที่สามารถควบคุมการชาร์จและระบบปรับอากาศก่อนขึ้นรถผ่านสมาร์ทโฟนได้

audi_q4_etron_13

     ดีไซน์ภายนอกของ Q4 e-tron และ Q4 Sportback e-tron ถูกพัฒนามาจากรุ่นต้นแบบที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2019 โดยเน้นออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.26 ในรุ่น Sportback สามารถเลือกติดตั้งไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมระบบไฟสูงที่ช่วยป้องกันลำแสงแยงสายตาผู้ร่วมทาง ขณะที่ไฟท้าย LED เป็นแบบยาวที่เชื่อมเข้าหากันทั้งสองข้าง

     ภายในห้องโดยสารมีการใช้วัสดุรีไซเคิลเป็นส่วนประกอบ โดย Audi ระบุว่าเบาะนั่งแต่ละตัวผลิตขึ้นจากขวดน้ำ PET ขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 26 ขวด (เป็นออปชั่นเสริมในรุ่น S line) สามารถเลือกติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์ MMI, MMI touch และ MMI Pro ที่มาพร้อมหน้าจอ Head-up Display แบบเสมือนจริง และชุดมาตรวัดแบบ Audi virtual cockpit plus อีกทั้งยังสามารถติดตั้งระบบเสียง Sonos ระดับพรีเมียมใหม่ล่าสุดได้

audi_q4_etron_16

     ทั้งนี้ Audi Q4 e-tron จะเริ่มวางจำหน่ายในยุโรปตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป จากนั้นจึงจะตามด้วยรุ่น Sportback ในภายหลัง

กำลังโหลดข้อมูล