Lexus ES300h หรูจัด ประหยัด ครบเครื่อง

Lexus ES300h หรูจัด ประหยัด ครบเครื่อง
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     Lexus ถือเป็นค่ายรถจากญี่ปุ่น ที่สามารถเทียบเคียงรถหรูจากเยอรมันได้อย่างสูสีกันเลยทีเดียว โดยล่าสุด Lexus ประเทศไทยได้พาสื่อมวลชนไปทดลองขับ Lexus ES300h ใหม่ล่าสุดที่ใช้เครื่องยนต์แบบไฮบริด ซึ่งหลังจากเราได้ลองสัมผัสดูแล้ว ก็รู้สึกถึงความพรีเมี่ยมทั้งตัวรถและการขับขี่สมคำร่ำลือจริงๆ


     Lexus ES300h โฉมใหม่ล่าสุดที่เราได้ทดลองกันนี้ ถือเป็น ES เจเนอเรชั่นที่ 6 แล้ว แต่หากใครได้ศึกษาเกี่ยวกับรถยนต์มาบ้าง คงพอจะรู้ว่ารุ่น ES ของเล็กซัสนั้น ใช้แพล็คฟอร์มเดียวกับ 'โตโยต้า แคมรี่' นั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อนครับ! อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า Lexus ES ก็คือแคมรี่ที่ถูกแปะโลโก้เล็กซัสเพื่ออัพราคาไปเสียก่อน เพราะคุณภาพและวัสดุภายในรวมไปถึงฟีลลิ่งในการขับขี่ เรียกได้ว่าเหนือชั้นกว่ามากเลยทีเดียว โดยทำตลาดด้วยกัน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Luxury และ Premium

     รูปลักษณ์ภายนอกของ Lexus ES300h ใหม่ ถูกออกแบบอย่างหรูหราแต่เรียบง่าย ดูลงตัวทุกมุมมอง ใช้ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ HID พร้อม Daytime Running Light ออกแบบรับกับกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูตามสไตล์เล็กซัส ไฟท้ายแบบเส้นพร้อมไฟเบรคแบบ LED ให้ความโดดเด่นยามค่ำคืน กระโปรงหลังสามารถปิดได้ด้วยไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น Premium) ถูกติดตั้งด้วยสปอยเลอร์แบบ Duck Tail ดูสวยงามลงตัว กระจกมองพร้อมไฟเลี้ยวติดตั้งไว้กับประตู ดีไซน์ด้านข้างดูเรียบๆ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลสะอาดตา ติดตั้งหลังคา Moonroof มาให้ด้วย

 

     ภายในตกแต่งด้วยวัสดุชั้นเยี่ยม การประกอบชิ้นส่วนต่างๆด้วยกันทำได้น่าประทับใจ เบาะนั่งปรับไฟฟ้าหุ้มด้วยหนังแท้ Semi-Aniline ให้ความนุ่มนวลกำลังดี ติดตั้งระบบระบายลมในเบาะนั่งมาให้ พร้อมระบบเมมโมรี่ 3 ตำแหน่งด้วยกัน ระบบแอร์เป็นแบบ 3-zone แยกระหว่างคนขับ, ผู้โดยสารด้านหน้า และผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งมาพร้อมระบบ Nano-e ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในห้องโดยสาร ไม่ให้รู้สึกแห้งจนเกินไป พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังพร้อมตกแต่งด้วยลายไม้เพิ่มความหรูหรา เมื่อมองลงมาตรงกลางก็จะพบกับ Remote Touch Interface (เฉพาะรุ่น Premium) สำหรับควบคุมหน้าจอขนาด 8 นิ้วบริเวณเหนือคอนโซลกลาง เพื่อการใช้งานระบบความบันเทิง ระบบนำทาง (เฉพาะรุ่น Premium) และดูการทำงานของระบบไฮบริดได้ด้วย

 

     ส่วนเครื่องยนต์ของ Lexus ES300h เป็นไฮบริดระหว่างเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ VVT-i ที่ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดที่ 213 นิวตัน-เมตร ขณะที่มอเตอร์ไฮบริดให้กำลังสูงสุดที่ 143 แรงม้า (PS) ซึ่งกำลังรวมทั้งระบบนั้นสูงสุดถึง 205 แรงม้า (PS) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ E-CVT ใช้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

 

     การทดสอบครั้งนี้ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งแม้จะเป็นระยะทางที่ไม่ไกลนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราที่เล็กซัสพิถีพิถันสรรค์สร้าง ES300h คันนี้ขึ้นมา เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ความประทับใจแรกคือความเงียบในห้องโดยสาร และความนุ่มของช่วงล่าง สามารถขับผ่านหลุมหรือฝาท่อที่มีอยู่มากมายบนถนนกรุงเทพฯได้อย่างนิ่มนวล และแทบจะไร้เสียงรบกวน

 

     Lexus ES300h มาพร้อม Drive Mode Selector สามารถเลือกระบบการขับขี่ได้ 3 แบบ นั่นคือ Eco, Normal และ Sport โดยโหมด Eco จะช่วยปรับความไวของคันเร่งให้ช้าลง เพื่อช่วยให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดียิ่งขึ้น แถมยังทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวล เหมาะสำหรับการเดินทางที่ไม่ต้องรีบร้อนเท่าใดนัก หากใช้โหมด Normal ก็จะรู้สึกว่าตัวรถมีอาการดึงขึ้นชัดเจน ซึ่งเหมาะกับการใช้งานทั่วๆไป

     ทางด้านอัตราเร่งนั้น เดิมทีตัวเลข 205 แรงม้า กับน้ำหนักตัวกว่า 2 ตันนิดๆไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าตัวรถมีกำลังมากเท่าใดนัก แต่เมื่อลองขับจริงกลับพบว่าการเร่งแซงทำได้น่าประทับใจ การคิกดาวน์ทำได้อย่างนุ่มนวลเนื่องจากเป็นระบบแปรผันต่อเนื่อง CVT แต่แรงดึงสามารถฉุดตัวรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยในช่วงทางโล่งๆนั้น สามารถทำความเร็วสูงสุดจนกล่อง ECU ตัดอยู่ที่ 195 กม./ชม.โดยไม่ยอมให้เราทำความเร็วได้มากกว่านั้น ซึ่งด้วยพละกำลังของเครื่องยนต์และอัตราเร่ง ณ วินาทีนั้น หากไม่ถูกจำกัดความเร็วไว้แล้วล่ะก็ คาดว่าสามารถทะลุไปถึง 230 กม./ชม.ได้อย่างสบายๆ หายห่วง ซึ่งแม้ว่าในการใช้งานจริงคงไม่จำเป็นต้องใช้ความเร็วขนาดนั้น แต่ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกได้ว่า Lexus ES300h เองนั้น มีพละกำลังเหลือเฟือแค่ไหน แม้จะใช้ความเร็วในช่วงปกติก็ตาม

 

     เมื่อเดินทางกลับมาถึงยังกรุงเทพฯนั้น สิ่งที่สัมผัสได้คือความผ่อนคลาย แม้สภาพการจราจรภายนอกจะติดขัดขนาดไหน แต่ภายใน Lexus ES300h กลับรู้สึกเงียบ สบาย ไม่เครียด ระบบ Remote Touch Interface สำหรับควบคุมหน้าจอขนาด 8 นิ้วบริเวณคอนโซลกลาง ใช้งานง่าย โดยตัวปุ่มจะมีแรงต้านเบาๆหากเลื่อนเมนูต่อไม่ได้แล้ว ช่วยให้การใช้งานสะดวกสบาย

     โดยรวมแล้ว Lexus ES300h เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องมากรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะทั้งสมรรถนะอันเหลือเฟือ คุณภาพภายในห้องโดยสาร อ็อพชั่นมีให้อย่างครบครันตามสไตล์เล็กซัส รวมถึงอัตราประหยัดเชื้อเพลิงที่เล็กซัสเคลมไว้ที่ 21.8 กม./ลิตร ซึ่งน่าประทับใจมากสำหรับรถยนต์ขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าคันเดียวจบ!

     ราคาจำหน่าย Lexus ES300h ใหม่ มีดังนี้:

  • Lexus ES300h Luxury ราคา 3,490,000 บาท
  • Lexus ES300h Premium ราคา 3,890,000 บาท

 

     ขอขอบคุณ บริษํทโตโยต้ามอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติเชิญเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้