Moments ไหน ที่ตรงกับชีวิตคุณและรถคู่ใจมากที่สุด

Moments ไหน ที่ตรงกับชีวิตคุณและรถคู่ใจมากที่สุด

     เพราะรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะที่ใช้อำนวยความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังสามารถบ่งบอกบุคลิกเจ้าของรถไปในตัว ไม่อย่างนั้นบนท้องถนนคงมีแต่รถหน้าตาเหมือนกันไปหมด


     และเพราะรสนิยมที่แตกต่างของผู้ใช้รถนี่เอง ที่ไม่เพียงทำให้คุณเลือกรถยนต์ที่มีสีและรุ่นแตกต่างกันออกไป แต่ยังสะท้อนผ่านความรู้สึกในการขับขี่ และประสบการณ์ที่มีต่อรถยนต์ ให้กลายเป็นโมเมนต์พิเศษเฉพาะตัว

     รู้แบบนี้ มาสด้า จึงชวนเจ้าของรถมาสด้าทุกรุ่น มาร่วมแชร์ช่วงเวลาประทับใจที่แต่ละคนมีต่อพาหนะส่วนตัว ผ่านช่องทาง mazdamoments.co เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่แต่ละคนมีต่อรถคู่ใจในสไตล์เล่าสู่กันฟัง และเราเชื่อว่า 5 โมเมนต์ธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจากผู้ใช้รถมาสด้าตัวจริง อาจจะไปตรงกับเรื่องราวสุดอินไซต์ในชีวิตคุณก็เป็นได้ ไม่เชื่อต้องตามมาดู!


     ขอแค่ภายในที่กว้างขวาง ค่ำไหนก็นอนนั่น
     ด้วยไลฟ์สไตล์ลุยๆ ชอบออกเดินทาง เพื่อตามหาสิ่งใหม่ ทำให้นอกจากกายพร้อมและใจพร้อมแล้ว ที่นอนก็ต้องพร้อมด้วย ในที่นี้ หนีไม่พ้นรถคู่ใจ ดังนั้น ขอแค่รถที่มีพื้นที่กว้างขวาง พอให้ได้เอนกายพักผ่อนได้ทุกเมื่อสักคันก็พอแล้ว


     คุณ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเขียนและนักเดินทางตัวยง สารภาพว่าเป็นคนที่นอนในรถบ่อยๆ ชนิดค่ำไหนนอนนั่นก็ว่าได้ แต่โมเมนต์ที่จำได้ชัดเจนที่สุด คือ “ตอนที่ไปปฏิบัติธรรมแถวชัยภูมิ คืนนั้นหลวงพ่อให้นอนในเต็นท์กลางป่าช้า หนาวสุดๆ เลยคืนนั้น ต้องแข็งกล้ามากนะ สุดท้ายตีหนึ่ง ทนไม่ไหว ค่อยแอบคลานเข้าไปซุกหัวนอนในรถตัวเอง โห! รถเรานี่มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน” แม้ว่าจะชอบความท้าทายหรือต้องเผชิญกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์แค่ไหน สุดท้ายเราต่างก็ต้องการเพียงพื้นที่เล็กๆ ที่พร้อมจะมอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับตัวเอง

      รถก็เหมือนเนื้อคู่ ถ้า “ใช่” ฉันจะไม่ลังเล!
     ทำเป็นเล่น ไม่ว่าจะเป็น “รถ” หรือ “แฟน” บางครั้งเราก็ตัดสินใจเลือกโดยความรู้สึกล้วนๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความเชื่อหรือใครบอกมาอย่างไร ฉันไม่สนใจหรอก เพราะ “ยังไม่ลองจะรู้ได้อย่างไร” แต่เมื่อได้ลองแล้ว ถามใจมันบอก “ใช่” จะไม่ลังเลอีกต่อไป อย่างความประทับใจที่คุณ ปาจารีย์ คุณชัยมัง มีต่อมาสด้า2 เปรียบเหมือนการเลือกแฟน ที่ถ้ามันใช่ แค่ลองครั้งเดียวก็รู้เลย โดยเฉพาะการใส่ใจดูแลลูกค้าของศูนย์บริการมาสด้า ที่ได้ใจเธอไปครองเต็มๆ


     “ครั้งแรกที่เอารถไปเข้าศูนย์มาสด้า จำวันผิด ที่จริงต้องเอาไปเข้าเช็คในอาทิตย์ถัดไป จึงทำใจแล้วว่าคงต้องกลับมาใหม่อีกรอบ แต่ผิดคาด เพราะเจ้าหน้าที่พยายามหาคิวให้เพื่อไม่ให้เราเสียเวลา และขณะนั่งรอก็มีของว่างกรุบกริบมาบริการ ถ้าต้องรอนาน ยังมีรถรับ-ส่งระหว่างศูนย์กับห้างสรรพสินค้าในละแวกนั้นอีกด้วย” ใส่ใจในรายละเอียดขนาดนี้ ไม่ให้รักได้ไง

      ก็คนมันมีสไตล์ ดีไซน์จึงสำคัญ
     ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า หรือแม้แต่รถยนต์ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่เสริมลุคให้เราได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่อยู่ในสายอาชีพแฟชั่น หรือสายที่มีความเกี่ยวข้องกับการออกแบบ คุณก็จะยิ่งเป็นคนที่ “ช่างเลือก” มากกว่าใคร เราเลยไม่แปลกใจว่าคนเหล่านี้ มักเลือกสิ่งที่ดูดีมีสไตล์ให้ตัวเองเสมอ


     อย่างคุณ นิติพันธุ์ แก้วสุวรรณ์ นักออกแบบภูมิสถาปัตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสรร “Space” หรือพื้นที่ใช้สอย ที่บอกว่ามาสด้านี่แหละ คือ “ความลงตัว” เพราะไม่มีอะไรที่ขัดแย้ง หรือขาดๆ เกินๆ ทำให้เขาชอบพารถคู่ใจไปไหนมาไหนด้วยเสมอ ไม่ว่าจะขับไปลุย ไปสนุกกับเพื่อน หรือแม้แต่ไปรับลูกค้า เรียกได้ว่า บางครั้งการเลือกซื้อรถสักคัน ขอแค่ “ดีไซน์ที่บอกความเป็นเรา” ก็เพียงพอแล้ว ส่วนข้อดีอื่นๆ ที่ตามมา ก็ถือเป็นกำไร

     อยากเก๋าเหมือนพ่อ เลยซื้อตามพ่อ
      ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเติบโตมากับสิ่งของบางอย่าง ทำให้เรารู้สึกผูกพันและเชื่อใจในสิ่งนั้น อย่างครอบครัวของคุณ วรรษมน แก้วชิงดวง ที่ใช้มาสด้ามา 20 กว่าปี และคุ้นเคยกับมาสด้ามาทั้งหมด 6 คัน ทำให้เมื่อถึงเวลาที่คุณวรรษมนกับแฟนต้องซื้อรถสักคัน ทั้งคู่จึงตัดสินใจออกรถมือสองไว้ใช้ และไม่ลังเลใจเลือก "มาสด้า3 รุ่น 5ประตู สีเทาดำ" ทั้งนี้ เพราะคุณพ่อของเธอเคยย้ำอยู่เสมอว่า “มาสด้านี่ยิ่งใช้ยิ่งถูกใจ ยิ่งใช้ก็ยิ่งรัก เพราะสมรรถนะดีเยี่ยม ถ้าซื้อใหม่ก็จะเลือกมาสด้า”

     ให้รถคู่ใจพาไปเจอกับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต
     สาวๆ หลายคนอาจเคยมีโมเมนต์อกหักตอนอยู่บนรถ ไม่ว่าจะเป็นความเหงาตอนฝนตก ทำให้อดคิดถึงเขาไม่ได้ เปิดเพลงเศร้าคลอ มองออกไปนอกหน้าต่าง เหมือนนางเอกมิวสิควิดีโอ หรือขอขับรถออกไปซิ่ง จะได้ลืมความเศร้า ทั้งนี้ คงไม่มีใครชอบการจากลาหรอก แต่เราเชื่อว่าว่ามันจะพาเราไปเจอสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต


     อย่างคุณ เบญญาภา ยาชมภู ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กจะเลือกขับกระบะ Mazda BT-50 PRO แต่หลังจากที่เธอเลิกรากับแฟนหนุ่ม คนที่ซื้อรถคันนี้มาด้วยกัน เธอก็มุ่งหน้าจากเชียงรายมากรุงเทพ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับรถคันนี้ เธอจึงเรียกรถคันนี้ว่า “พรหมลิขิต” ที่พาเธอไปเจอกับสิ่งใหม่ และเป็นเหมือนออฟฟิศขนาดย่อม ไปทำงานด้วยกันทุกที่ ใช้เวลากับรถคันนี้เกือบทั้งวัน ถ้าไม่เรียกว่า “คันที่ใช่” แล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะ

     โมเมนต์ที่พวกเขาเหล่านี้มีต่อมาสด้าคู่ใจ คงทำให้คุณหวนนึกถึงวันเวลาที่ได้ใช้กับรถคันโปรดขึ้นมาบ้าง ส่วนถ้าอยากอ่านเรื่องราวหลากโมเมนต์มากกว่านี้ เข้าไปอ่านกันต่อได้ที่ mazdamoments.co


[Advertorial]