สำรวจคุณสมบัติ “คนขับแท็กซี่” มหานครดังระดับโลก

สำรวจคุณสมบัติ “คนขับแท็กซี่” มหานครดังระดับโลก
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     กรณีกลุ่มผู้ขับแท็กซี่สาธารณะรวมตัวเพื่อคัดค้านรถ “อูเบอร์” ยังคงเป็นประเด็นร้อนในบ้านเราตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่คนในสังคมเริ่มตั้งคำถามว่ามาตรฐานแท็กซี่ไทยดีพอแล้วหรือยัง โดยเฉพาะผู้ขับขี่ ว่าแล้ว Tonkit360 เลยจัดการรวบรวมคุณสมบัติของคนขับแท็กซี่จาก 3 เมืองดังของโลก รวมถึงประเทศไทยมาเปรียบเทียบกัน

1

กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
– อายุ 21 ปีขึ้นไป มีสัญชาติอังกฤษ หรือมีใบอนุญาตทำงานในสหราชอาณาจักร
– มีทักษะด้านคณิตศาสตร์สามารถคำนวนค่าโดยสารและทอนเงินได้ในเวลาอันรวดเร็ว
– จำเป็นต้องเลือกเส้นทางขับพาผู้โดยสารไปถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด
– รายได้เฉลี่ยปีละ 14,000-30,000 ปอนด์ (ประมาณ 6 แสน ถึง 1.2 ล้านบาท)
– ต้องผ่านการทดสอบความรู้ “The Knowledge” เรียนรู้เส้นทาง 320 เส้นทาง และสถานที่สำคัญ 20,000 แห่งภายในรัศมี 6 ไมล์ของ Charing Cross จึงจะสามารถขับได้ทุกที่ในพื้นที่มหานครลอนดอน
– รถที่ขับ (แท็กซี่ ลอนดอน) ต้องรองรับผู้โดยสารได้ 5 คน และมีทางขึ้นสำหรับรถเข็นคนป่วยหรือพิการได้

 

104

มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
– อายุ 19 ปีขึ้นไป
– ผ่านการทดสอบเรื่องสารเสพติด
– ต้องผ่านหลักสูตรการขับรถเบื้องต้น 6 ชั่วโมงการ และหลักสูตรคนขับแท็กซี่ 24 หรือ 80 ชั่วโมง ซึ่งตามสถิติมีผู้สอบผ่านเพียง 53% ในการสอบแต่ละครั้ง
– ห้ามใส่กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะในขณะให้บริการ และห้ามปฏิเสธรับลูกค้า
– ห้ามใช้หรือคุยโทรศัพท์มือถือขณะทำงาน รวมถึงห้ามสบถไปยังรถคันอื่นๆบนท้องถนน
– ต้องพูดทักทาย “Good morning” “Good afternoon” หรือ “Good evening” ทุกครั้งที่รับผู้โดยสารขี้นรถ และต้องกล่าวขอบคุณผู้โดยสารทุกครั้ง

 

107

กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
– อายุ 21 ปีขึ้นไป และมีใบขับขี่ในระดับ “คลาส 2” ของประเทศญี่ปุ่น (ใบขับขี่สำหรับรถรับ-ส่งสาธารณะ)
– คนขับจะใส่สูท และสวมถุงมือสีขาว เพื่อความเป็นระเบียบและเป็นเอกลักษณ์
– จะต้องเป็นผู้กดปุ่มเปิดปิดประตูรถให้ผู้โดยสาร
– คนขับส่วนใหญ่จะไม่รับทริปจากผู้โดยสาร
– นับตั้งแต่ปี 2011 อายุเฉลี่ยของคนขับแท็กซี่โตเกียวจะอยู่ที่ 51.6 ปี
– แท็กซี่โตเกียวได้รับการเสนอชื่อโดย TripAdvisor ให้เป็นแท็กซี่ที่มีบริการดีที่สุดในโลก

 

102

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
– อายุ 22 ปีขึ้นไป
– ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่
– ผ่านการอบรม 5 ชั่วโมง สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่สาธารณะและรถตุ๊กตุ๊ก
– รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบขับขี่พอสมควร
– ไม่เคยถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถ เว้นแต่จะพ้นโทษครั้งสุดท้าย ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
– ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

 

(เนื้อหามีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนเนื่องจากปัญหาด้านลิขสิทธิ์รูปภาพ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่ >> Tonkit360 )