ฟอร์ด มาสด้า เชฟโรเลต จ้องเสียบอีโคาร์เฟส 2

ฟอร์ด มาสด้า เชฟโรเลต จ้องเสียบอีโคาร์เฟส 2
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     "ฟอร์ด-มาสด้า-เชฟโรเลต" จ้องเสียบอีโคคาร์เฟส 2 สมาคมอุตฯยานยนต์ชี้กระตุ้นเศรษฐกิจผู้บริโภคได้ประโยชน์เต็ม ๆ ฟาก 5 ผู้ผลิตเฟสแรกบอกตรงกันสนใจ แต่ไม่เคลียร์เม็ดเงินลงทุน หวั่นตลาดอีโคคาร์ล้นทะลัก

     นางเพียงใจ แก้วสุวรรณ ประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอาเซียน และในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การเปิดให้การส่งเสริมผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์เฟส 2 ขณะนี้ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ รวมถึงผู้ที่สนใจเข้าร่วมยังมีเวลาทบทวนรายละเอียดไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2557 ซึ่งเชื่อว่าจะมีค่ายรถหลายยี่ห้อที่เอาจริงเอาจัง

     อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องดี เพราะโครงการแบบนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนได้อย่างมาก แต่อยากฝากไปยังภาครัฐ คือ ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ 5 ค่ายแรกด้วย

     ซึ่งที่ผ่านมาเรียกหารือจริง แต่ก็ยังมีคำถามและข้อสงสัยอีกหลายข้อ ซึ่งยังไม่ชัดเจนเพราะแต่ละค่ายรถยนต์ก็มีความพร้อมและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะการลงทุน ว่าจะนับรวมเม็ดเงินลงทุนที่ลงกันไปแล้ว หรือเม็ดเงินใหม่

     นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตอนนี้ยังเร็วไปที่ให้คำตอบว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ทั้งนี้การส่งเสริมของบีโอไอยังไม่ชัดเจน ถ้าพูดกันที่สเป็กรถ เพียงแค่ปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ปล่อยมลพิษตามเงื่อนไขอีโคคาร์เฟส 2 คือ 100 กรัมต่อ กม. และกินน้ำมัน 4.3 ลิตรต่อ 100 กม. เชื่อว่าทุกค่ายทำได้อยู่แล้ว และทุกค่ายก็พร้อมจะพัฒนาไปตรงนั้น

     "เรามองว่าตลาดอีโคคาร์ 2-3 ปีจากนี้จะมีความสนุกและน่าตื่นเต้น เนื่องจากจะมีรถยนต์จากหลากหลายค่ายหลากหลายแบรนด์เข้ามาทำตลาดและเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค และมิตซูบิชิมั่นใจว่า รถของเราจะสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแน่นอน"

     ขณะที่นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสการตลาดและการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ทีมงานนิสสันกำลังอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของโครงการในเฟสที่ 2 เนื่องจากยังมีเงื่อนไขบางประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ 5 ค่ายในเฟสแรกจะเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์เฟส 2 นั้น จะมีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม ต้องใช้เวลารอดูความชัดเจนอีกระยะ

     "กรอบเงื่อนไขใหม่และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ดีขึ้น อาจจะยังมีความได้เปรียบเสียเปรียบกับ 5 ค่ายแรกที่ได้ภาษีแค่ 17% ขณะที่เฟสใหม่ได้ 14% ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาศึกษารายละเอียด และรอให้ทุกอย่างชัดเจน และคงต้องหารือกับบริษัทแม่อีกครั้ง เนื่องจากอาจจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นจำนวนค่อนข้างสูงอยู่"

     นอกจากนี้ในส่วนของจำนวนการผลิตอีโคคาร์ของทั้ง 2 โครงการนั้น ขณะนี้ยังไม่แน่นอนว่าความต้องการของตลาดรถยนต์ประเทศนี้ทั้งในประเทศ และตลาดส่งออกจะมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะมีตลาดรองรับหรือไม่ ส่วนเทคโนโลยีความประหยัดน้ำมันที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 23.2 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร การปล่อยค่าไอเสียไม่เกิน 100 กรัมต่อ 1 กิโลเมตรนั้น เชื่อว่าหลาย ๆ ค่ายมีเทคโนโลยีและอยู่ในวิสัยที่จะทำได้แน่นอน

     "ตอนนี้ตลาดรถอีโคคาร์มีความต้องการในประเทศอยู่ 2.3 แสนคันต่อปี ซึ่งจากข้อกำหนดของ 5 ค่ายแรก จะต้องผลิตค่ายละ 1 แสนคัน รวม เป็น 5 แสนคันต่อปี และเมื่อรวมกับค่ายรถใหม่ที่เข้าร่วมผลิต ก็ทำให้มีกำลังผลิตรถอีโคคาร์เพิ่มขึ้น คำถามคือเราจะหาตลาดที่ไหนมารองรับตรงนี้ การลงทุนจะมีความคุ้มค่าหรือไม่ โดยเฉพาะส่วนต่างเพียง 3% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,000 บาท ยังไม่ดึงดูดให้ลงทุน"

     ด้านนางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดบริษัท มาสด้าเซลส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า มาสด้ามีความสนใจ สำหรับโครงการอีโคคาร์เฟส 2 เนื่องจากมาสด้าอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งการเปิดโอกาสครั้งนี้ถือเป็นการขยับครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ทั้งนี้บริษัทจำเป็นจะต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากวันนี้รายละเอียดต่าง ๆ ยังไม่นิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รายงานไปยังบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ว่ารัฐบาลไทยได้ขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการ แต่มาสด้าจะตัดสินใจลงทุนหรือไม่ คงต้องรอดูความชัดเจน

     ทั้งนี้จะเห็นว่าเงื่อนไขของโครงการเฟส 2 จะมีความเข้มข้นกว่าเฟสแรก ทั้งมูลค่าการลงทุน และความเข้มข้นของเงื่อนไข ซึ่งการส่งเสริมของรัฐบาลครั้งนี้ถือเป็นการมองภาพอุตสาหกรรมในระยะยาวโดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ 100% นั้นถือเป็นเรื่องดี ที่ช่วยกระตุ้นและปกป้องผู้ผลิตชิ้นส่วนชาวไทย ให้เรียนรู้โนว์ฮาวและสามารถต่อยอดธุรกิจไปได้

     "ตอนนี้เชื่อว่าบริษัทรถยนต์ทุกค่ายต่างอยากได้คำตอบสุดท้ายจากภาครัฐโดยเร็ว เนื่องจากการลงทุนต่าง ๆ จะต้องใช้ระยะเวลา และต้องปรับปรุงพัฒนารถยนต์ ชิ้นส่วน เครื่องยนต์อีกค่อนข้างมาก เพื่อให้ได้ค่า Co2 และอัตราสิ้นเปลืองตามข้อกำหนด แม้ว่ามาสด้าจะมีเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ช่วยให้รถมีน้ำหนักเบาลง แต่เราก็ต้องมีการลงทุนและใช้เวลา"

     ทั้งนี้มาสด้ามองว่า อีโคคาร์เฟส 2 นั้นจะต้องเป็นรถยนต์ที่มีราคาจำหน่ายสมเหตุสมผล เนื่องจากค่ายรถต้องลงทุนในการพัฒนาตรงนี้ วันนี้หากมองจากเงื่อนไขเชื่อว่า ผู้ผลิตเฟสแรกมีแต้มต่อที่เหนือกว่า เนื่องจากมีการทำตลาดและมีมาร์เก็ตแชร์อยู่ก่อนแล้ว

     ส่วนกำลังการผลิตที่หลายคนกังวลว่าจะมีรถอีโคคาร์เกินความต้องการนั้น ต้องไม่ลืมว่ารถประเภทนี้มีการผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศแล้วยังมีการส่งออกด้วย และเชื่อว่าการลงทุนของค่ายรถยนต์เองก็จะต้องมีการต่อยอดไปเรื่อย ๆ ตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ

     เช่นเดียวกับ นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายรัฐกิจ ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเช่นเดียวกันว่า เชฟโรเลตมีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการอีโคคาร์ในเฟสที่ 2 หากเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้บริษัทต้องเร่งศึกษาความพร้อมและโอกาสความเป็นไปได้ และมีระยะเวลาอีก 6 เดือนจากนี้

     นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่าขณะนี้ ฟอร์ดกำลังศึกษาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการ อีโคคาร 2 เพื่อนำมาใช้ในการประเมินผลอย่างละเอียดรอบคอบ ซึ่งบริษัทจะตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับการประเมินรายละเอียดต่างๆ โดยฟอร์ดมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันมากขึ้นและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการมอบตัวเลือกที่หลากหลายและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

     ขณะที่แหล่งข่าวจากบีโอไอที่ระบุว่า โครงการอีโคคาร์เฟส 2 ส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันจากค่ายฟอร์ด

     ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้บริหารของค่ายโตโยต้า ฮอนด้า และซูซูกิ ถึงความสนใจและความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการเฟส 2 หรือไม่ ต่างได้รับคำตอบไปในทางเดียวกันว่าขอศึกษารายละเอียดและโครงการอีโคคาร์เฟส 2 ก่อน เนื่องจากมีข้อกำหนดหลายด้านที่ยังไม่ชัดเจน

     ขณะที่แหล่งข่าวระดับบริหารในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดส่งเสริมการลงทุนครั้งนี้หากมีค่ายรถยนต์จากยุโรปให้ความสนใจเข้าร่วมลงทุนนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คำถามคือค่ายรถยนต์ยุโรปเหล่านี้จะยินยอมใช้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยหรือไม่