บทสุดท้ายของทริปประวัติศาสตร์! 45 วันจากกรุงเทพฯ ถึงอิตาลีกับไฮลักซ์ รีโว่

บทสุดท้ายของทริปประวัติศาสตร์! 45 วันจากกรุงเทพฯ ถึงอิตาลีกับไฮลักซ์ รีโว่
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

          เปิดฉากวันที่ 42 ของการเดินทางและโค้งสุดท้ายของทริปนี้กันด้วยเป้าหมายที่นักขับทุกคนรอคอย คือ ยอดเขากลอสกล็อกเนอร์ ยอดเขาที่สูงที่สุดของออสเตรียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์

    

         ภารกิจวันนี้ของคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ จึงเป็นการขับรถจากเมืองลินซ์ เพื่อขึ้นไปที่ระดับความสูง 3,798 เมตรจากระดับน้ำทะเลของยอดเขากลอสกล็อกเนอร์ บนเส้นทางที่ถือว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่นอกจากทิวทัศน์ที่สวยสุดประทับใจแล้ว เส้นทางนี้ยังมีความท้าทายรออยู่เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นทางโค้งหักศอก โค้ง ตัวเอส โค้งตัวยู ทางขึ้น-ลงเขาแคบๆ และทางลาดชัน เรียกว่าเป็นความสวยที่มาพร้อมความไม่ธรรมดาจริงๆ

          แต่ดูเหมือนธรรมชาติจะคิดว่าเท่านั้นยังไม่พอที่จะทดสอบสมรรถนะความแกร่งของไฮลักซ์ รีโว่ เช้าวันนั้นฝนจึงตกลงมาอย่างหนัก ชนิดที่หนักที่สุดตั้งแต่เริ่มทริปมาทีเดียว สิ่งที่มาพร้อมฝนก็คือสภาพพื้นถนนที่ลื่นและทัศนวิสัยที่ถูกลดทอนลงไป แต่ทีมคาราวานก็สู้กับอุปสรรคเหล่านี้โดยใช้ความหนึบของช่วงล่าง DCS และกำลังแรงบิดสูงสุดในรอบกว้างของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost ที่เอาชนะมาแล้วทุกสถานการณ์

          ในที่สุดทีมคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ก็มาถึงจุดชมวิวที่ถึงจะมีเมฆฝน แต่ก็ยังสวยมากๆ คืนก่อนหน้าที่ทีมคาราวานจะมาถึงเพิ่งมีหิมะปก ทำให้บนยอดเขายังมีหิมะปกคลุมและอุณหภูมิลดลงราว 1-3 องศาเซลเซียส จนต้องเปิดระบบทำความร้อนภายในรถเพื่อให้อบอุ่นขึ้น

    

    

          สายฝนยังคงอยู่กับคาราวานไฮลักซ์ รีโว่แม้ตอนลงเขา ถนนจึงทั้งเปียกลื่นและลาดชัน ส่วนทัศนวิสัยก็ยังไม่ดีขึ้นจากขามา ทีมคาราวานจึงต้องใช้ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะลงทางลาดชันหรือ DAC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) ป้องกันการลื่นไถลบนถนนที่เปียกลื่น และไฟตัดหมอกหลัง ทำให้ทั้งขบวนขับตามกันมาจากเขาจนถึงเมืองลินซ์ได้อย่างปลอดภัย

          เข้าสู่วันที่ 43 ของทริปและเป็นอีกวันที่น่าตื่นเต้น เพราะวันนี้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ จะเดินทางสู่อิตาลี ประเทศสุดท้ายของบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งนี้ 

          เมืองแรกที่เป็นจุดหมายของทีมคาราวานก็คือ ลีวินโญ หมู่บ้านปลอดภาษีที่เป็นชายแดนระหว่างอิตาลีกับสวิตเซอร์แลนด์ เส้นทางช่วงนี้มีระยะทาง 344 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าไม่โหดมาก แต่เป็นเส้นทางที่ตัดผ่านภูเขา ทำให้ทีมคาราวานต้องออกเดินทางกันแต่เช้าเพื่อเผื่อเวลาเล็กน้อย

    

          พอเข้าสู่อิตาลี นอกจากทางโค้งที่เจอมาตั้งแต่ออสเตรียแล้ว ยังมีเรื่องของถนนสองเลนที่ค่อนข้างแคบและรถเยอะ คาราวานไฮลักซ์ รีโว่จึงต้องแตะเบรกกันเป็นระยะๆ ตลอดทาง แต่ด้วยระบบเบรกที่ตอบสนองได้อย่างดีก็ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร บวกกับระบบเกียร์ Sequential Shift ที่ช่วยให้ขับง่ายขึ้นในทางตรง ก็เลยไม่มีนักขับคนไหนรู้สึกว่ามีอุปสรรคอะไรสักเท่าไหร่

          ทีมคาราวานเดินทางมาถึงเมืองลีวินโญช่วงค่ำ ปรากฏกว่าอากาศหนาวที่คาดการณ์กันไว้ ทั้งยังมีหิมะปกคลุมอยู่ ทั้งหมดจึงรีบพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันรุ่งขึ้นที่จะต้องพิชิตเส้นทางสายไหมที่กรุงเวนิสกัน

    

          มาถึงวันที่ 44 ของทริปนี้ เหลืออีกเพียง 2 วันเท่านั้นกับการเดินทางอันยาวไกล คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ พร้อมออกเดินทางสู่เวนิส เมืองสุดทางสายไหมและเมืองสุดท้ายของทริปนี้

          เส้นทางจากลีวินโญไปยังเวนิสยังคงทดสอบสมรรถนะของช่วงล่าง DCS ด้วยทางโค้งอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนจะถึงปลายทาง ทีมคาราวานแวะกินอาหารกลางวันกันที่เมืองซีร์มิโอเน่ เมืองท่องเที่ยวที่สวยเพราะมีทะเลสาบโอบล้อมไว้ 

    

          สภาพถนนช่วงเช้าทดสอบสมรรถนะ DCS กันไปแล้ว ช่วงบ่ายก็ถึงเวลาทดสอบอัตราเร่งของ GD Efficient Boost กันเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยการทำความเร็วและเร่งแซงกันในบางช่วง ซึ่งทีมคาราวานได้ข้อสรุปว่า ถึงจะผ่านมา 44 วันและทุกสภาพถนน เครื่องยนต์ของไฮลักซ์ รีโว่ ก็ยังแรงดีไม่มีตก

          ทีมคาราวานเดินทางมาถึงกรุงเวนิสในช่วงเย็น แต่ยังอยู่กันที่ฝั่งเมตเต้ส์ ยังไม่ได้ข้ามไปเกาะเวนิส ทันทีที่มาถึงก็มีเรื่องให้ทีมคาราวานดีใจและตื่นเต้นกัน เพราะทีมคาราวานเดินทางมาถึงวันเดียวกับที่เวนิสมีงาน Festa del Redentore ซึ่งเป็นงานแสดงพลุสุดยิ่งใหญ่ประจำปีที่จัตุรัสซานมาร์โคตอนเที่ยงคืน ความสวยงามและคึกคักของงานคืนนั้นจึงเป็นเหมือนการฉลองให้กับการเดินทางของคาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ด้วย

    

          ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันสุดท้ายของการเดินทางกับระยะทางกว่า 20,156 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ถึงอิตาลี ที่มีครบทุกความหฤโหดตลอด 45 วัน

          ภารกิจสุดท้ายของทริปคือการนำไฮลักซ์ รีโว่ ทั้งหมดไปเยือนเกาะเวนิส จุดสิ้นสุดเส้นทางสายแพรไหมตามบันทึกการเดินทางของมาร์โค โปโล นักเดินทาง พ่อค้า และนักสำรวจชาวอิตาลีผู้เป็นตำนาน

          วันนี้ทีมคาราวานนำโดยคุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ออกเดินทางนำรถไฮลักซ์ รีโว่ จากเมตเต้ส์ เพื่อลงแพขนานยนต์ล่องรอบเกาะเวนิส และเข้าเทียบท่าที่ซาน จิโอร์จิโอ่ ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับมหาวิหารซาน มาร์โค สัญลักษณ์หนึ่งของเมืองนี้

     

          บรรยากาศเมื่อทีมคาราวานมาถึงซาน จิโอร์จิโอ เต็มไปด้วยความดีใจ ความภูมิใจ และความประทับใจ เพราะ 45 วันที่ผ่านมานั้น ไฮลักซ์ รีโว่ ได้พาทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัย ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นแบบไหน จะเปียกลื่น ขรุขระ เต็มไปด้วยทางโค้ง เจอพายุฝน เจอลูกเห็บ หรือขับผ่านทะเลทราย ไฮลักซ์ รีโว่ ก็ฝ่าฝันมาได้ทุกสถานการณ์ ทำให้ทีมคาราวานมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ที่ต้องยกเครดิตให้กับความแกร่งจริงของเครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost ระบบช่วงล่าง DCS อุปกรณ์ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวก

          ทีมคาราวานปิดท้ายทริปด้วยการสัมผัสความสวยงามของมหาวิหารซาน มาร์โก และเยี่ยมเยือนบ้านของมาร์โคโปโล ที่อยู่บนเกาะเวนิส ก่อนจะร่วมงานเลี้ยงฉลองขอบคุณคณะคาราวานที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วยกัน

    

 

 

 

[Advertorial]