คาราวานไฮลักซ์ รีโว่เจอจีนจัดหนัก! มาครบทั้งลม ฝุ่น ทราย

คาราวานไฮลักซ์ รีโว่เจอจีนจัดหนัก! มาครบทั้งลม ฝุ่น ทราย
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

          เข้าสู่สเตจที่ 2 อย่างเป็นทางการกันแล้ว สำหรับ “ไฮลักซ์ รีโว่ คาราวาน ทริป...บทพิสูจน์จริงระดับโลก” ที่ตั้งเป้าเดินทางจากเมืองไทยถึงอิตาลี แล้วตอนนี้ก็เป็นหน้าที่ของนักขับและสื่อมวลชนกลุ่มที่ 2 ที่มารับไม้ผลัดในการเป็นสักขีพยานในประวัติศาสตร์หน้านี้จากกลุ่มแรกเป็นวันแรก 

          สเตจนี้เริ่มต้นด้วยการนำคาราวานไปพิสูจน์ความงามของถ้ำโม่เกา ซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าผาด้านตะวันออกของภูเขาหมิงซาซาน  ถ้ำนี้ถือเป็นขุมทรัพย์ล้ำค่ำแห่งพุทธปฏิมาศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง สมฉายา “เพชรน้ำหนึ่งแห่งศิลปะตะวันออก”

          จากนั้นทีมคาราวานก็มุ่งหน้าสู่เมืองฮามิ เมืองหน้าด่านของมณฑลซินเจียง เส้นทางช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นทางตรง ส่วนสภาพภูมิประเทศนั้นถึงจะสวยงามก็แต่มีความแห้งแล้งเพราะภูมิประเทศกึ่งทะเลทราย อากาศจึงร้อนขึ้นเมื่อเทียบกับเมืองตุนหวง การเดินทางช่วงนี้ถือว่าไม่โหดนัก ถ้าจะมีอะไรที่ยากสักหน่อยก็จะเห็นจะเป็นเรื่องลมแรงเนื่องจากต้องผ่านส่วนหนึ่งของทะเลทรายโกบี แต่ทุกคันก็ได้ระบบช่วงล่าง DCS และ Firm Platform ที่ช่วยให้รถนิ่งได้ตลอดทางจนถึงเมืองฮามิในช่วงเย็น

          มาถึงวันที่ 10 ของการเดินทาง วันนี้คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ออกสตาร์ทกันเช้ากว่าวันอื่นเล็กน้อย เพราะต้องเดินทางกว่า 400 กิโลเมตรเพื่อไปยังเมืองทูรูฟาน เมืองโอเอซิสแห่งหนึ่งของจีน ซึ่งขึ้นชื่อว่ารวมความเป็นที่สุดในจีนไว้หลายด้านมาก ทั้งร้อนที่สุด แล้งที่สุด ลมแรงที่สุด และต่ำที่สุด

          สองข้างทางช่วงนี้เป็นทะเลทรายสลับกับโอเอซิส ให้ความรู้สึกเวิ้งว้างแต่สวยงาม อย่างที่บอกว่าเมืองนี้ครองตำแหน่งลมแรงที่สุดด้วย ดังนั้นทีมคาราวานจึงต้องเจอกับลมแรงเป็นระยะ แต่เสียงลมก็ทะลุเข้ามาทำลายความเงียบของภายในห้องโดยสารไม่ได้ ส่วนบางคันที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ก็เลือกที่จะต่อ USB ฟังเพลงเพลินๆ ไปอีกแบบ

          เจอลมแรงที่สุดแล้ว คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ยังได้เจอกับความร้อนที่สุดด้วยตัวเอง เพราะทันทีที่ถึงเมือง อุณหภูมิก็พุ่งไปถึง 50 องศาเซลเซียส แต่โชคดีที่ระบบปรับอากาศของรถปรับอุณหภูมิได้ไวมาก เลยไม่มีใครออกอาการอ่อนเพลียจากอากาศร้อนนอกรถ

          ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของเมืองทูรูฟานเป็นทะเลทราย เพราะส่วนหนึ่งของทะเลทรายตากลิมากัน ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีนและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกก็อยู่ในเมืองนี้ แต่ที่น่าทึ่งก็คือทูรูฟานเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการปลูกผลไม้มายาวนาน โดยเฉพาะองุ่น ที่ทีมคาราวานได้แวะเยี่ยมชมกันด้วย ก่อนจะกลับเข้าที่พัก ทีมคาราวานยังได้แวะดูบ่อน้ำคันเอ๋อจิงที่เป็นหลักฐานถึงการวางระบบชลประทานอันชาญฉลาดของคนเมืองนี้

          เป้าหมายในวันที่ 11 ของการเดินทางกับปลายทางที่เหมือนคูการ์และระยะทางอีก 650 กิโลเมตร หลังจากเจอทะเลทรายติดต่อกันตั้งแต่วันแรกของสเตจ 2 ทีมคาราวานเริ่มคุ้นเคยกับภูมิประเทศแบบที่ราบกึ่งทะเลทรายมากขึ้น แต่ก็ยังทึ่งกับความสวยของธรรมชาติที่เห็นระหว่างทาง อุปสรรคอย่างหนึ่งของการขับในวันนี้ก็คือทางโค้งจำนวนมาก แต่ด้วยสมรรถนะที่แกร่งจริงของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost และระบบช่วงล่าง DCS ก็ทำให้อุปสรรคไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป

          วันนี้คาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ อาจจะเน้นอยู่บนถนนกันมากหน่อย แต่ทุกคนก็ยังเพลิดเพลินกับการเดินทาง และรู้ว่าต้องเก็บแรงไว้สำหรับวันรุ่งขึ้นที่กำลังจะเข้าสู่เมืองคาชการ์ อีกหนึ่งเมืองที่จัดว่าเป็นไฮไลท์ของเส้นทางสายไหม  

          จาก 650 กิโลเมตรในวันที่ 11 ทีมคาราวานก็ต้องแบกระยะทางเพิ่มขึ้นเป็น 700 กว่ากิโลเมตรในวันที่ 12 ของทริป แถมวันนี้นอกจากทะเลทรายแล้ว ยังต้องเจอกับสิ่งที่ไม่มีนักขับคนไหนอยากเจอ นั่นคือลมแรงอย่างต่อเนื่องที่พัดเอาทั้งฝุ่นและเม็ดทรายเข้าหารถแบบจังๆ ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่ระบบช่วงล่าง DCS ทำให้ขบวนไฮลักซ์ รีโว่ผ่านไปได้อย่างปลอดภัย 

          คาราวานไฮลักซ์ รีโว่มาถึงเมืองคาชการ์กันตอนค่ำจึงยังไม่มีโอกาสออกสำรวจตัวเมืองกัน แต่อย่างที่บอกว่าที่นี่ถือเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของเส้นทางสายไหม เพราะเคยเป็นทั้งศูนย์กลางการเมือง การค้า และวัฒนธรรม ทีมคาราวานเลยจะหยุดพักที่คาชการ์กัน 1 วัน เพื่อให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ท่องเที่ยวในเมืองนี้อย่างเต็มที่

          เตรียมติดตามเรื่องราวและภาพสวยๆ จากเมืองคาชการ์ได้เร็วๆ นี้ ทาง www.toyota.co.th/hiluxrevocaravantrip และทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/toyotahiluxthailand รับรองว่าสวยคุ้มค่าการติดตามแน่นอน

 

 

 

 

 

 

[Advertorial]