Sanook! Drive : Nissan Sylphy 1.8 ดีเกินคาด ถ้าชอบความหรู

Sanook! Drive : Nissan Sylphy 1.8 ดีเกินคาด ถ้าชอบความหรู
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

                ถ้าถามว่ารถยนต์ที่เราต้องการคืออะไร มันก็คงไม่ต่างจากการถามตัวเองว่าชอบอะไร แต่ในขณะที่หลายคนมองว่าการมีรถยนต์สักคัน อาจจะเน้นในการแสดงสถานะทางสังคมที่ความหรูหรา และสมรรถนะต้องบรรจบเข้ากันอย่างลงตัว แต่ครั้นจะซื้อรถหรูราคาแพงก็ไกลเกินเอื้อมไปหน่อย ถ้าทุกอย่างที่เรากล่าวมาทั้งหมดนั้นคือความเป็นคุณ เราแนะนำอย่างแรง!!! ว่าต้องไม่ลืมที่จะไปดูรถยนต์  Nissan Sylphy  

                การออกมาเปิดตัวทำตลาดรถยนต์  Nissan Sylphy ใหม่ เป็นไปตามการมาเป็นตัวแทนรถรุ่น  Nissan Tida  ที่เคยแนะนำในคราบ 4 ประตูมาก่อน ทำให้การกลับมาในครั้งนี้ นิสสันปรับกลยุทธ์ใหม่ในการแยกรุ่นและเลิกเสียบกลางระหว่างเซ็กเม้นท์หันมาชนตรงๆกับคู่แข่งที่มีมากมายในตลาด ซึ่งเมื่อมองย้อนในก่อนหน้านี้ Nissan  ถือเป็นอีกค่ายรถยนต์หนึ่งที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนี้  และนี่คือโอกาสสำคัญ ในการหวนสู่ตำแหน่งที่ดูดีกว่าที่เราคาดคิดไว้เสียอีก

 Nissan SylphyNissan Sylphy

ภายนอกดูหรู แอบใหญ่อีกหน่อย

                ตั้งแต่ที่งานเปิดตัว และก่อนหน้านั้นที่เราเห็นภาพรถยนต์รุ่นนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่จีน เสน่ห์ของ  Nissan Sylphy มุ่งเน้นในการตอบโจทย์ที่ไม่ซ้ำใคร แต่ในขณะที่หลายค่ายอาจจะมองดูว่า  รถรุ่นนี้เน้นหนักในความสปอร์ต เพราะ ถ้ามองตามข้อเท็จจริงคนซื้อรถระดับนี้ยังคงเป็นคนที่ขับรถเองส่วนใหญ่ ทว่า Nissan  กับว่า ตำแหน่ง Sylphy  ให้แตกต่างจากคู่แข่ง

                ความหรูหราและดูดีมีรสนิยม กลายเป็นคำตอบที่  Nissan  สร้างขึ้นมาตอบโจทย์ลูกค้า ที่ต่อข้อคำถามว่าทำไม ??  หลังมีโอกาสพูดคุยสนทนาเล็กๆ ก็ได้คำตอบว่า ต้องการฉีกตลาดที่มีอยู่เดิม และแน่นอนเมื่อมองทั้งพี่และน้อง ของรถที่เหมือนญาติๆกันทั้ง  Nissan Teana  และ  Nissan Almera  มันก็มาพร้อมโจทย์ที่คล้ายกัน ที่เมื่อมอง Sylphy เราจะพบว่ามันมีความสปอร์ตกว่าอีกประมาณหนึ่ง

Nissan SylphyNissan Sylphy

                ใบหน้าที่มาตามเส้นสายแนวใหม่ของ  Nissan  ถูกปรับให้มีความลงตัวทางด้านการออกแบบมากยิ่งขึ้น ใบหน้าที่ดูดีมีสไตล์แต่แอบหรูผนวกความสปอร์ตเล็กๆ พร้อมโดนใจด้วยโคมไฟหน้ามาพร้อมไฟ LED  ที่ฉีกตลาดอย่างชัดเจน ทำให้รถมีความลงตัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในสไตล์ที่วางไปในทางความหรูหรา

                เส้นสายด้านข้างเน้นความคมเข้มแต่ไม่ชูความสปอร์ตมากมายนักไปจรดบั้นท้ายของตัวรถที่ลงตัวกับไฟท้ายแบบ LED  ที่ดูมีเสน่ห์ ถ้ามองดีๆจะพบว่า ที่บั้นท้ายรถเน้นที่ความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ในขณะที่เส้นสายอาจจะมองบ้างเหมือนรถยุโรป บ้างเหมือนรถญี่ปุ่น แต่ที่ฟันธงเหมือนกันคือรถที่เราพูดถึงทั้งหมดมีบุคลิกในคราบความสปอร์ตหรู

ห้องโดยสารกว้างขวาง โอ่อ่าตามสไตล์

                ดูรถท่ามกลางสายฝนกันพอสมควร ก็ได้เวลาที่เราจะต้องก้าวเข้าไปสัมผัส Nissan Sylphy เสียที ในทริปนี้เราได้บัดดี้เป็น ท่านอาจารย์รุ่นใหญ่ อย่างคุณ J!mmy จาก headlightmag.com  รุ่นพี่แห่งวงการจะเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งปรมาจารย์ทางด้านรถยนต์บนโลกออนไลน์ก็ไม่ผิดนัก

                สำหรับเรานี่คือครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกันอย่างจริงจัง เส้นทางทดสอบ Nissan Sylphy ในช่วงแรกนี้ เริ่มต้นที่ ย่านชานเมืองเชียงใหม่และทางหลวงโดยรอบ ก่อนจะไปไต่เส้นทางเขานิดหน่อย และเมื่อเรามานั่งในห้องโดยสาร Nissan Sylphy ก็มีกลิ่นอายที่เน้นหนักในเรื่องของความหรูหราพอสมควร

Nissan SylphyNissan Sylphy

                การตบแต่งภายในเน้นไปที่โทนสีเทาที่ค่อนข้างดูลงตัว โดยเฉพาะการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ตรงหน้าคนขับพวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทางคือ ยืด-หด  และสูงต่ำ มาพร้อมหน้าจอเรือนไมล์เรืองแสงที่ค่อนข้างมีความลงตัวทางด้านความหรูหรา แต่เมื่อหันเหลียวไปๆมาๆ ในการสำรวจก่อนเดินทางเราพบเรื่องแปลกใจอยู่ 2 เรื่อง

                เรื่องแรกคือเบรกมือ ตามหลักตำแหน่งชุดเบรกมือนั่งควรจัดวางไว้ใกล้ตัวคนขับมากกว่าแต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ Nissan Sylphy ใหม่กลับจัดวางชุดเบรกมือไว้ค่อนข้างห่างตัวคนขับ แถมดันไปอยู่ใกล้คนนั่งมากกว่า ทำให้ใช้งานลำบาก แม้จะมองว่าเบรกมือเอาไว้ใช้ตอนจอดเท่านั้น แต่ลองคิดดูเล่นๆว่า สมมติ คนขับและคนนั่งเกิดทะเลาะ ปรากฏวีนแตกทำอะไรคนขับไม่ได้ ชีก็เล่นดึงเบรกมือนึกว่าคนขับเป็นมือ  Drift!!  งานนี้คงดูไม่จืดแน่นนอน โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนถนน

Nissan SylphyNissan Sylphy

                เมื่อจะเริ่มการขับขี่ การปรับเบาะนั่งและพนักพิงหลังดูเข้าที แต่เมื่อขยับหัวหมอนเบาะนั่ง  มันกลับดูเหมือนจะผลักหัวเราไปข้างหน้าจนอาจพอจะเรียกว่ามากเกินไปสักหน่อย ทำให้ท่านั่งที่ดูแล้วสบายกลับกลายเป็นเรื่องไม่สบายที่ช่วงคอนัก และก็ไม่ต้องสงสัยว่า อาจจะปวดเมื่อยช่วงคอและช่วงไหล่ได้ ถ้าขับขี่เป็นเวลานานๆ

                ช่วงก่อนการทดสอบเราแอบลงไปนั่งเบาะตอนหลังดูบ้างเพื่อสำรวจความกว้าง และหลังจากสัมผัสอยู่ครู่ ก็พบว่าคนสูงใหญ่นั้นสามารถนั่งในรถ Nissan Sylphy ได้อย่างสบายเกินคาด และด้วยพิกัดของผู้ทดสอบสูง 182 ซ.ม. หนัก 91 ก.ก.  ก็ยังมีพื้นที่ว่างระหว่างช่วงขาหรือ leg room อีกราวๆ 40 ม.ม. รวมถึงการออกแบบท่านั่งก็สบายไม่ชันเข่ามากนัก รวมถึงในส่วนของที่รองนั่งและพนักพิงหลังก็โอบกระชับดีและลงตัวพอที่จะเผลอหลับได้