รถยนต์-จยย.ค้างชำระภาษีเกิน1ปี ต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษี

รถยนต์-จยย.ค้างชำระภาษีเกิน1ปี ต้องตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษี
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     กรมการขนส่งทางบก เผยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป เจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ค้างชำระภาษีประจำปีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปีที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศหรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.)


     นายสุชาติ กลิ่นสุวรรณ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้เจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ค้างชำระภาษีประจำปีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนการเสียภาษีประจำปีพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือน

     ทั้งนี้หากเจ้าของรถที่ค้างชำระภาษีรถประจำปีเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปีที่ชำระภาษีก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนชำระภาษีประจำปี โดยต้องชำระภาษีประจำปีพร้อมเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเจ้าของรถต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนเสียภาษีประจำปีนั้น

     หากรถดังกล่าวมีการค้างชำระภาษีประจำปีเกิน 1 ปีแต่ไม่เกิน 3 ปี เจ้าของรถสามารถเลือกนำรถเข้ารับการตรวจสภาพได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศหรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก่อนเสียภาษีประจำปีพร้อมเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนดไว้

     นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับรถที่ค้างชำระภาษีประจำปีติดต่อกันเกิน 3 ปีขึ้นไป ทะเบียนจะระงับโดยผลของกฎหมายทันที และหากเจ้าของรถที่ทะเบียนระงับมีความประสงค์ใช้รถดังกล่าวต่อไปจะต้องดำเนินการยื่นขอจดทะเบียนรถใหม่เท่านั้น โดยต้องชำระภาษีประจำปีย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่มและคืนแผ่นป้ายทะเบียนเดิมก่อนเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนรถใหม่

     ทั้งนี้หากเจ้าของรถรายใดมีความจำเป็นต้องหยุดใช้รถ เช่น รถอยู่ระหว่างการซ่อม หรือเลิกใช้รถแล้ว ขอให้ยื่นแบบคำขอแจ้งการไม่ใช้รถ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยใช้หลักฐานคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และแผ่นป้ายทะเบียนรถ เพื่อจะได้ไม่ต้องรับภาระภาษีประจำปีพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

 

     ที่มา VoiceTV