เทียบสเป็ค 4 กระบะค่ายยักษ์ 'รีโว่ - ดีแม็กซ์ - นาวาร่า - ไทรทัน' คันไหนคุ้มสุด!

เทียบสเป็ค 4 กระบะค่ายยักษ์ 'รีโว่ - ดีแม็กซ์ - นาวาร่า - ไทรทัน' คันไหนคุ้มสุด!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     หลังจาก Toyota Revo 2015 ใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็สร้างสีสันให้กับตลาดรถกระบะในไทยอีกครั้ง เนื่องจากหลายคนก็รอดูค่ายเจ้าตลาดว่าจะมีอะไรเหนือกว่าคู่แข่งกันบ้าง


     คราวนี้ Sanook! Auto จึงจัดสเป็คปิกอัพขายดีทั้ง 4 รุ่นของเมืองไทยมาเปรียบเทียบกัน ได้แก่ Toyota Revo, Isuzu D-Max, Nissan NP300 Navara และ Mitsubishi Triton ตัวถังดับเบิ้ลแค็บ ตัวท็อปสุดทุกรุ่น ไปดูกันว่ารุ่นไหนจะคุ้มกว่ากัน...

 


     เครื่องยนต์และมิติตัวถัง


          ทุกรุ่นใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ DOHC เทอร์โบแปรผัน ขณะที่ Triton ติดตั้งระบบวาล์วแปรผัน MIVEC มาให้ด้วย โดย Narava ที่ใช้เครื่องยนต์ความจุ 2.5 ลิตร มีแรงม้ามากที่สุดที่ 190 แรงม้า ขณะที่แรงบิดเท่ากับ Revo คือ 450 นิวตัน-เมตร แต่ Revo มาในรอบต่ำกว่าที่ 1,600 รอบต่อนาที ยาวไปจนถึง 2,400 รอบต่อนาที แต่หากมองที่ตัวเลขแรงม้าอย่างเดียวนั้น ทั้ง Revo และ D-Max ถือว่ารั้งท้ายที่สุดในกลุ่มอยู่ที่ 177 แรงม้า (PS)

     ระบบเกียร์อัตโนมัติอัตโนมัติของ Navara เป็นแบบ 7 สปีด ซึ่งช่วยให้อัตราเร่งไหลต่อเนื่องมากขึ้น ขณะที่ Revo เป็นแบบ 6 สปีด ส่วนที่เหลือเป็นแบบ 5 สปีด ขณะที่ขนาดล้อของ Navara มีเส้นรอบวงใหญ่ที่สุดอยู่ที่ 18 นิ้ว ส่วนที่เหลือเป็นแบบ 17 นิ้ว

     หากดูที่ตัวเลขมิติตังถังแล้ว จะเห็นว่า Revo มีความได้เปรียบมากที่สุด ทั้งขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าใครเพื่อน รวมถึงพื้นที่กระบะด้านท้ายมีใหญ่ที่สุดด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังติดตั้งระบบดิฟล็อคสำหรับล็อคเฟืองท้ายเพื่อช่วยให้สามารถปีนป่ายอุปสรรคบนทางออฟโรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเจ้าเดียวที่มีมาให้ในกลุ่มที่เรานำมาเปรียบเทียบครั้งนี้

 

     อุปกรณ์มาตรฐานภายนอก


     รูปลักษณ์ภายนอกของทั้ง 4 รุ่นที่เรายกมาเปรียบเทียบกันนี้ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคน ขณะที่อุปกรณ์ภายนอกของทั้งสี่รุ่นถูกติดตั้งมาไม่แตกต่างกันมากนัก โดย Revo และ Navara ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสว่างและความสวยงาม ขณะที่ Triton แม้จะเป็นแบบ HID โปรเจคเตอร์ แต่ก็ให้ความสว่างไม่แพ้กัน แถมยังเป็นระบบที่รวมเอาชุดไฟสูง-ไฟต่ำไว้ในโคมเดียวกันด้วย ขณะที่ D-Max เป็นรุ่นเดียวที่ใช้หลอดแบบฮาโลเจน

     ทุกรุ่นติดตั้งไฟ Daytime Running Light แบบ LED มาให้ทั้งหมด แต่สำหรับ DRL ของ D-Max ถูกติดตั้งแทนที่ไฟตัดหมอกเดิม จึงทำให้เป็นรุ่นเดียวที่ไม่มีไฟตัดหมอกมาให้

 

     อุปกรณ์มาตรฐานภายใน


     ทุกรุ่นติดตั้งเบาะนั่งปรับไฟฟ้าฝั่งผู้ขับมาให้ ขณะที่ Navara มีความพิเศษตรงที่ดันหลังแบบไฟฟ้ามาให้ด้วย พร้อมกับที่บังแดดแบบมีกระจกแต่งหน้าและไฟส่องสว่าง รวมถึงเข็มทิศบริเวณกระจกมองหลัง ขณะที่ Revo เป็นรุ่นเดียวที่สามารถปรับพวงมาลัยได้ 4 ทิศทาง คือ สูง-ต่ำ-เข้า-ออก ส่วนรุ่นอื่นปรับได้แบบ 2 ทิศทาง สูง-ต่ำ เท่านั้น อีกทั้งยังมีกล่องเก็บความเย็นและช่องจ่ายไฟแบบ 220 โวลต์มาให้ด้วย

     ระบบปรับอากาศทุกรุ่นเป็นแบบอัตโนมัติ แสดงผลแบบดิจิตอล โดย Navara และ Triton ยังสามารถเลือกปรับอุณหภูมิแยกซ้าย-ขวาได้ ขณะที่ช่องแอร์หลังจะมีเฉพาะ Revo และ Navara

     ทุกรุ่นติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ยกเว้น D-Max

 

     ระบบเครื่องเสียง


     ทุกรุ่นติดตั้งเครื่องเสียงมาคล้ายๆกัน โดยทั้งหมดเป็นหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ซึ่งมี Interface การทำงานที่แตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อ รองรับการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ พร้อมระบบนำทาง (ใน Revo ต้องอาศัยการใช้งานระบบนำทางผ่าน T-Connect) โดย D-Max ติดตั้งลำโพงมาให้มากที่สุดถึง 8 ตำแหน่ง สามารถสร้างเสียงได้แบบเซอร์ราวด์

 

     ระบบความปลอดภัย


     ปัจจุบันระบบความปลอดภัยของรถกระบะรุ่นใหม่ๆ แทบไม่แตกต่างจากรถเก๋งเลยทีเดียว โดย Revo และ Triton ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาให้ทั้งหมดถึง 7 ลูก ทั้งคู่หน้า, ด้านข้าง, หัวเข่าฝั่งคนขับ และม่านถุงลมนิรภัย ส่วน D-Max และ Navara จะมีเพียงถุงลมนิรภัยคู่หน้าเท่านั้น

     ทุกรุ่นติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัวมาให้ รวมถึงระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันใน Revo, Navara และ Triton ขณะที่ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันจะมีให้เฉพาะ Revo และ Navara เท่านั้น

     นอกจากนั้น Revo ยังมีระบบควบคุมการส่ายของเทรลเลอร์พ่วงท้าย ในกรณีที่มีรถพ่วงลากจูงติดตั้งเอาไว้ด้วย

 

     สรุป หากว่ากันตามจริงแล้ว โตโยต้า รีโว ถือว่าได้เปรียบในเรื่องของความสดใหม่ ในขณะที่อ็อพชั่นภายในยังถือว่าไม่หนีกับคู่แข่งเท่าไหร่นัก อาจมีอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆบางชิ้น ที่ไม่มีในค่ายอื่น แต่หากเทียบกับราคาจำหน่าย ดูเหมือนว่า Navara จะกลับมาได้เปรียบในทันที เพราะแม้จะมีราคาถูกที่สุดในกลุ่ม แต่ก็จัดอ็อพชั่นมาให้แบบไม่ยั้ง รวมถึงเครื่องยนต์ที่ให้สมรรถนะสูงที่สุดเท่าที่เรานำมาเปรียบเทียบอีกด้วย

     ส่วน Triton ก็ให้สมรรถนะไม่เป็นรองใคร อ็อพชั่นอยู่ในระดับกลางๆไม่หนีคู่แข่ง แต่ก็เด่นในเรื่องของถุงลมนิรภัยรอบคันถึง 7 จุด

     ขณะที่ D-Max นั้น มีหลายจุดที่เทียบกับคู่แข่งไม่ได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอายุตลาดที่นานกว่าทั้ง 3 รุ่น แต่คาดว่าทางอีซูซุเองคงเตรียมปล่อยรุ่นปรับปรุงเพื่อรองรับคู่แข่งในไม่ช้านี้



     อย่างไรก็ดี การเปรียบเทียบครั้งนี้ เป็นเพียงการเปรียบเทียบสเป็คของรถแต่ละรุ่นเท่านั้น ไม่ได้บ่งบอกถึงสมรรถนะการขับขี่และการใช้งานจริงทั้งหมดแต่อย่างใด ทางที่ดีผู้อ่านท่านใดที่กำลังสนใจ ขอแนะนำให้ลองสัมผัสคันจริงที่โชว์รูมของแต่ละยี่ห้อ เพื่อที่จะได้รถกระบะที่ถูกใจคุณผู้อ่านมากที่สุดครับ

 

     ราคาจำหน่าย

  • Toyota Revo Double Cab 2.8 G AT 4WD ราคา 1,139,000 บาท
  • Isuzu D-Max V-Cross Double Cab 3.0 Z-Prestige AT ราคา 1,017,000 บาท
  • Nissan NP300 Navara Double Cab 2.5 VL AT 4WD ราคา 996,000 บาท    
  • Mitsubishi Triton 2.5 Double Cab GLS-LTD 4WD ราคา 1,008,000 บาท