วิธีรับมือเมื่อไฟแนนซ์ขู่ยึดรถ พร้อมระวังแก็งต้มตุ๋น

วิธีรับมือเมื่อไฟแนนซ์ขู่ยึดรถ พร้อมระวังแก็งต้มตุ๋น
Grandprix

สนับสนุนเนื้อหา

     หลังจากที่เป็นข่าวในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ว่ามีแก๊งต้มตุ๋นใช้ช่องว่างหลอกลวงอ้างว่าบริษัทไฟแนนซ์ส่งมาเพื่อทำการยึดรถยนต์ และด้วยความที่ตกใจ และกลัว ประกอบกับแก็งพวกนี้แถมมีเอกสารกรรมสิทธิ์ผู้ครอบครองฉบับปลอมแปลง มาโชว์สร้างความน่าเชื่อถือ และขอตรวจยึดรถ โดยมิจฉาชีพพวกนี้ส่วนมากเคยเป็นพนักงานตรวจยึดรถของบริษัทไฟแนนซ์หลายแห่งมาก่อนจึงมีประสบการณ์และมีเครือข่ายที่ติดต่อซื้อข้อมูลรถลูกค้าในราคาคันละ 3 บาท เพื่อใช้เป็นข้อมูล

 

400

     หลายคนจึงหลงเชื่อว่ามาจากบริษัทจริงโดยที่ไม่ได้โทรสอบถามกลับบริษัทไฟแนนซ์ของตนเองว่า ส่งคนมายึดรถหรือไม่ และเมื่อมิจฉาชีพพวกนี้ก่อเหตุสำเร็จจะนำรถที่ได้มาส่งต่อไปยังหัวหน้าแก๊งรับค่าจ้างคันละ 5 พันบาท ก่อนจะนำไปขายต่อในตลาดมืดในราคา 60 เปอร์เซ็นต์ของราคาจริง เพื่อไม่ให้เป็นการถูกหลอกลวงและเสียรถยนต์แสนรักไปแบบฟรีๆแถมยังจะต้องผ่อนลมต่อไปอีกจนหมดนะครับ

     เอาละครับไม่ว่าจะเป็นตัวจริง หรือตัวปลอม เราควรพูดคุยสอบถามไปยังบริษัทไฟแนนซ์นั้นๆก่อนว่าส่งคนมาจริงหรือเปล่าเช็คให้แน่ใจ แต่อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งยอมให้ยึดรถไปเด็ดคาดนะครับ วันนี้เรามีข้อมูลดีๆมาฝากกันว่าเมื่อไฟแนนซ์จะทำการยึดรถเราควรทำอย่างไร

 

มีรถ-มีเงิน

     วิธีรับมือหากท่านกำลังถูกไฟแนนซ์ขู่ยึดรถ ให้ใจเย็น ๆ ไม่ต้องตกใจนะครับไฟแนนซ์สามารถยึดรถได้ต่อเมื่อผิดชำระค่าเช่าซื้อ 3 เดือนขึ้นไป

     1. คุณจงจำไว้ว่า ไฟแนนซ์จะสามารถยึดรถเราได้ต่อเมื่อ เราค้างชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกันขึ้นไป ก่อนยึดรถอีก 1 เดือน รวมเป็น 4 เดือน ซึ่งบางครั้งอาจจะนานกว่านี้ด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าไฟแนนซ์ยึดรถก่อนหน้านี้จะมีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องสัญญาดังนั้นผู้เช่าซื้อต้องอย่ายอมให้ยึดรถ และให้เรียกตำรวจมาเป็นพยานหากเราไม่ยินยอมให้ยึดรถ ไฟแนนซ์ไม่สามารถบังคับ หรือข่มขู่เราได้

     2. ไฟแนนซ์มักขู่เรียกค่าเสียหายสูง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่สามารถเรียกค่าใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ การค่าเสียหายเรียกได้ตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น ดังนั้นผู้เช่าซื้ออย่าวิตก

     3. หากเราไม่ยินยอมให้ยึดรถ ไฟแนนซ์จะยึดรถไม่ได้ และถ้ามีการบังคับขู่เข็ญ หรือไล่ให้ผู้เช่าซื้อลงจากรถ หรือกระชากกุญแจรถไป หรือแม้แต่เอากุญแจสำรองมาเปิดรถ และขับหนีไปถือว่าทำความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และถ้ากระทำการโดยมีอาวุธหรือร่วมกระทำความผิดด้วยกัน ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

     เพราะฉะนั้นถ้ามีคนกระทำการดังกล่าวให้ถ่าย รูปหรือบันทึกเสียงไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งความดำเนินคดีอาญาได้เลย สามารถแจ้งความได้ทันทีหากถูกบังคับ หรือยึดรถไปด้วยวิธีไม่สมัครใจ

     4. ข้อนี้สำคัญครับ ถ้าคุณไม่ได้แคร์การติดแบล็คลิสต์ ‘เครดิตบูโร‘ ไม่ควรให้ไฟแนนซ์ยึดรถไม่ว่าในกรณีใด ๆ เพราะถ้าถูกยึดรถแล้วเราก็จะหมดอำนาจต่อรองทันที และหลังจากยึดรถไปแล้ว ไฟแนนซ์จะนำรถของเราไปขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก ซึ่งส่วนมากมักจะไม่พอจ่ายหนี้ที่เราเป็นอยู่ และไฟแนนซ์จะเรียกค่าเสียหายจากเรา พูดง่าย ๆ ว่า ‘รถไม่มีแต่หนี้ยังอยู่’ นั่นเอง

     5. ในกรณีที่เราถูกยึดรถไปแล้ว และไฟแนนซ์มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือ อย่าตกใจให้หาทนายสู้คดี เพราะค่าเสียหายของไฟแนนซ์มักจะสูงจนเว่อร์ แต่ศาลมักพิพากษาให้จ่ายเพียง 30% หรือครึ่งเดียวเท่านั้นไม่มีเงินจ่ายไฟแนนซ์ ไม่ต้องติดคุก เพราะเป็นคดีแพ่งเท่านั้น

     6. เมื่อแพ้คดี ไฟแนนซ์จะยึดทรัพย์ของเราที่ถือครองในนามลูกหนี้เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย แต่ถ้าเราไม่มี หรือเป็นทรัพย์ที่ถือครองโดยญาติ พี่น้อง ไฟแนนซ์ไม่สามารถกระทำการใด ๆ ได้ เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครเดือดร้อนเพราะคุณแน่นอน

     7. คำถามที่หลายคนสงสัย และเป็นกังวลว่า ‘ถ้าไม่มีเงินจ่ายไฟแนนซ์จะติดคุกหรือไม่’ คำตอบคือไม่ครับ เพราะเป็นคดีแพ่งไม่ใช่คดีอาญา และการเป็นหนี้ไฟแนนซ์ ไม่ต้องลาออกจากงาน เพราะไม่มีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน การเป็นหนี้สินถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไฟแนนซ์ไม่สามารถนำเรื่องส่วนตัวไปประจานให้เพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชาของลูกหนี้รับรู้ได้ ถ้าทำถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งเราสามารถฟ้องได้ครับ

     แต่อย่างไรก็ตามบทความนี้เป็นเพียงวิธีการป้องกันการข่มขู่ และการเสียเปรียบ แต่อย่าเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควรนะครับ

 

     สุดท้ายขอขอบคุณข้อมูลจาก ทนายพี นะครับ

 

     เรื่อง : ณัฐพล เดชสิงห์

     เรียบเรียงข้อมูลโดย www.gpinews.com

     ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th