BMW โชว์มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง เครื่อง 6 สูบ BMW K1600GT / BMW K1600GTL

BMW โชว์มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง เครื่อง 6 สูบ BMW K1600GT / BMW K1600GTL

BMW โชว์มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง  เครื่อง 6 สูบ BMW K1600GT / BMW K1600GTL
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บี เอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เปิดตัว BMW K1600GT / BMW K1600GTL ในงาน INTERMOT 2010 ที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา BMW K1600GT ซึ่งเป็นสุดยอดมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง ‘Gran Turismo’ ที่มาพร้อมนวัตกรรมเครื่องยนต์ 6 สูบที่เหนือชั้น ส่วน BMW K1600GTL ซึ่งเป็นรุ่น ‘Luxury’ ได้รับการตกแต่งพิเศษ รวมถึงตำแหน่งท่านั่งที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการเดินทางไกลด้วยความ สะดวกสบายสูงสุด

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

BMW K1600GT / BMW K1600GTL มีคาร์แรกเตอร์การขับขี่ที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงที่สามารถผลิตกำลังมหาศาลได้อย่างเรียบเนียนและราบรื่น อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้น ทั้งระบบ DTC Dynamic Traction Control และระบบช่วงล่าง ESA II Electronic Suspension Adjustment ที่ ช่วยเพิ่มความปราดเปรียวคล่องตัว ในขณะเดียวกันก็ให้ความมั่นคงปลอดภัย มั่นใจในทุกการเดินทาง ทำให้ BMW K1600GT / BMW K1600GTL เป็นสุดยอดมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง สมกับคอนเซ็ปต์ ‘Gran Turismo’ อย่างเต็มขั้น

 

สุดยอดของสุดยอด: เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง

สมรรถนะสูง ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดและขนาดกะทัดรัดที่สุดในบรรดาเครื่องยนต์ 1,000 ซีซี

 

วิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูได้ออกแบบเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงใน BMW K1600GT / BMW K1600GTL ให้มีรูปทรงแคบเรียวและขนาดกะทัดรัดที่สุด โดยอาศัยการออกแบบให้กระบอกสูบมีขนาดเพียง 72 มิลลิเมตรและถูกจัดวางเรียงชิดกันด้วยระยะเพียง 5 มิลลิเมตร ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ขั้นสูงและเทคโนโลยีการผลิตที่มีความแม่น ยำเป็นพิเศษ

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

เครื่องยนต์ของ BMW K1600GT / BMW K1600GTL เป็นเครื่องยนต์แบบ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 1,649 ซีซี สามารถผลิตกำลังสูงสุด 160 แรงม้าที่ 7,750 รอบ และแรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตรที่ 5,250 รอบ ซึ่งกว่า 70% ของแรงบิดมาตั้งแต่รอบเพียง 1,500 รอบ ทำให้การขับขี่เป็นไปได้อย่างมีพลังต่อเนื่องและเรียบเนียน ซึ่งเป็นคาร์แรกเตอร์ที่สำคัญของมอเตอร์ไซค์ประเภททัวร์ริ่งที่เน้นการวิ่ง ทางไกล

 

เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียงใน BMW K1600GT / BMW K1600GTL มีการจัดวางตำแหน่งของลูกสูบเอียงทำมุม 55 องศา ซึ่งเป็นเทคนิคการจัดวางลูกสูบเดียวกับที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับเครื่อง ยนต์ 4 สูบในมอเตอร์ไซค์รุ่นใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยูอย่าง K 1300 มาแล้ว ซึ่งการจัดวางแบบนี้ นอกจากจะช่วยในเรื่องของการกระจายน้ำหนักแล้วยังช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับมอเตอร์ไซค์แบบสปอร์ตทัวริ่ง ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและการทรงตัวยอดเยี่ยม ประโยชน์อีกประการหนึ่งของการวางเครื่องยนต์เอียงทำมุมไปด้านหน้านี้ คือ แอร์โร่ไดนามิกส์ของการระบายอากาศ โดยช่องดักลมจะถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งเหนือเครื่องยนต์พอดีเพื่อช่วยให้ ประสิทธิภาพการทำงานดีที่สุด นอกจากนั้นยังช่วยให้การออกแบบเฟรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสง่า งามด้วย

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

ความเหนือชั้นอีกประการอยู่ที่เทคโนโลยี Lightweight Engineering โดยเครื่องยนต์ 6 สูบของ BMW K1600GT / BMW K1600GTL นี้มีน้ำหนักเพียง 102.6 กิโลกรัม ซึ่งจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในคลาสเครื่อง ยนต์ > 1,000 ซีซี และที่สำคัญ นอกจากน้ำหนักเบาแล้ว เครื่องยนต์นี้ยังมีความแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของวิศวกรบีเอ็มดับเบิลยู ยกตัวอย่างเช่น แคมชาร์ฟและกระเดื่องวาล์วน้ำหนักเบาที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมอย่าง เหนือชั้นและผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ อีกทั้งยังได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลในตัวเอง จึงไม่ต้องอาศัย Balance Shaft ในการสร้างสมดุลให้กับเครื่องยนต์ เพื่อช่วยลดชิ้นส่วนที่เกินจำเป็น

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

ระบบแชสซีไฮเทคเหนือชั้น

สะดวกสบาย ปราดเปรียวคล่องตัว และปลอดภัยในทุกการเดินทาง

 

นอกจากนั้น วิศวกรได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Lightweight Engineering ในการออกแบบแชสซีและตัวถัง เพื่อให้มีความแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีน้ำหนักเบา ยกตัวอย่างเช่น เฟรมของตัวรถเป็นโครงสร้างแบบ Bridge และระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ Duolever และช่วงล่างด้านหลังแบบ Paralever โดยทั้งหมดนี้ผลิตจากวัสดุอัลลอยด์ที่น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ อีกทั้งวิศวกรของบีเอ็มดับเบิลยูยังให้ความสำคัญกับการกระจายน้ำหนักที่ สมดุลและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อให้มีการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมีความปราดเปรียวคล่องตัวที่เหนือชั้น ซึ่งเป็นพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด

 

ผลลัพธ์จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Lightweight Engineering ทั้งในส่วนของเครื่องยนต์ โครงสร้างแชสซี และตัวถัง ทำให้ BMW K1600GT มีน้ำหนักรวมเพียง 319 กิโลกรัม และ BMW K1600GTL มีน้ำหนัก 348 กิโลกรัม รวมกล่องเก็บสัมภาระแล้ว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่งที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในเซ็ก เมนท์

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

นอกจากการออกแบบโครงสร้างแชสซีให้มีน้ำหนักเบาและมีการกระจายน้ำหนักอย่าง สมดุลซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญแล้ว BMW K1600GT / BMW K1600GTL ยังมาพร้อมกับระบบอิเลคทรอนิคเพื่อช่วยควบคุมแชสซี ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยและสุนทรียภาพในการขับขี่อีกขั้น ยกตัวอย่างเช่น อ๊อปชั่นระบบ DTC Dynamic Traction Control เพื่อช่วยปรับการจ่ายกำลังเพิ่มแทร็คชั่นให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่แตกต่างกัน โดยระบบ DTC นี้สามารถปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ Rain, Road และ Dynamic และอ๊อปชั่นระบบ ESA II Electronic Suspension Adjustment ที่ช่วยปรับความแข็ง-นุ่มและปรับอัตราการคืนตัวของระบบแดมเปอร์ทั้งหน้าและ หลัง เพื่อเพิ่มความมั่นคงและเพิ่มศักยภาพการทรงตัวภายใต้น้ำหนักบรรทุกที่แตก ต่างกัน โดยระบบนี้สามารถปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Normal และ Comfort

 

อุปกรณ์ไฮเทค

เพิ่มความหรูหราและสะดวกสบายขั้นสูงสุด

 

BMW K1600GT / BMW K1600GTL มาพร้อมกับระบบแสดงผลข้อมูล Multi-Controller สุดไฮเทค โดยแสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์แบบ Color TFT ขนาด 5.7 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่ระหว่างมาตรวัดความเร็วและวัดรอบ ซึ่งนอกจากจะสามารถแสดงข้อมูลจากระบบ On-board Computer ต่างๆ แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมสั่งการระบบ Infotainment ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่มีการประยุกต์ใช้ระบบดังกล่าวในมอเตอร์ไซค์

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

อีกหนึ่งนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอย่างเหนือชั้น คือ กระจกบังลมหน้า ที่ปรับด้วยไฟฟ้าและมีเมมโมรี่จำตำแหน่ง รูปทรงและตำแหน่งของกระจกบังลมหน้าของ BMW K1600GT / BMW K1600GTL ได้รับการออกแบบอยู่บนหลักการแอร์โร่ไดนามิกส์ พร้อมทั้งยังได้ผ่านการทดสอบในอุโมงค์ลม เพื่อให้ได้ขนาด รูปร่าง และมุมของกระจกบังลมหน้าที่นอกจากจะให้ศักยภาพการปกป้องผู้ขับขี่ที่ดีที่ สุดแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสามารถด้านแอร์โร่ไดนามิกส์ โดยการลดลมวนขณะใช้ความเร็วสูงให้น้อยที่สุดด้วย

 

BMW K1600GT / BMW K1600GTL

สองแนว สองสไตล์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ GT Gran Turismo

 

ในขณะที่ BMW K1600GT ได้รับการออกแบบให้มีตำแหน่งท่านั่ง - ทั้งในส่วนของตำแหน่งแฮนด์พวงมาลัย เบาะนั่ง และที่วางเท้า - ที่เน้นการขับขี่แบบแอคทีฟทัวร์ริ่ง ส่วน BMW K1600GTL ซึ่งเป็นรุ่น Luxury เน้นความหรูหราสะดวกสบายสำหรับใช้ในการเดินทางไกลโดยเฉพาะ มันมีตำแหน่งท่านั่งที่ยืดตัวตั้งตรง โดยแฮนด์พวงมาลัยจะยืดมาด้านหลังเพิ่มขึ้น ในขณะที่ที่พักเท้าจะเยื้องไปด้านหน้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นท่านั่งผ่อนคลายสำหรับการเดินทางไกล นอกจากนั้นยังได้รับการตกแต่งด้วยคิ้วโครเมี่ยมและกล่องเก็บสัมภาระด้านข้าง และด้านบน

BMW K1600GT / BMW K1600GTLBMW K1600GT / BMW K1600GTL

 

ทั้ง BMW K1600GT / BMW K1600GTL ยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย เช่น ไฟหน้าซีนอน ระบบ Cruise Control และระบบ On-board Computer อีกทั้งยังมีอ๊อปชั่นเพิ่มเติมอีกมากมาย รวมถึงระบบ Adaptive Headlight ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าวในมอเตอร์ไซค์ด้วย

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ ของ BMW โชว์มอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง เครื่อง 6 สูบ BMW K1600GT / BMW K1600GTL

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล