ได้เวลา "เอ็มจี3" บุกตลาดเก๋งเล็ก

ได้เวลา "เอ็มจี3" บุกตลาดเก๋งเล็ก
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

     หลังจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ตัดสินใจกระโดดเข้ามาลุยธุรกิจยานยนต์ในประเทศ ด้วยการร่วมทุนกับ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด หรือ เซี่ยงไฮ้ออโต้ฯ ยักษ์ใหญ่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน เปิดโรงงานประกอบรถยนต์แบรนด์ "เอ็มจี" สัญชาติอังกฤษ ในไทยที่โรงงานนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์น ซีบอร์ด ในจังหวัดชลบุรี

     นำร่องด้วยรถเก๋งกลุ่มซีเซ็กเมนต์ หรือรถยนต์เครื่องยนต์ 1.6 ขึ้นไป ไม่เกิน 2.0 ลิตร เป็นตลาดปราบเซียนตลาดหนึ่ง แม้ว่ายอดขายไม่หวือหวามากนัก แต่ด้วย "พลังแห่งซีพี" ทำให้ยอดขายไม่ขี้เหร่นักหากเทียบกับความเป็นแบรนด์ใหม่

     ล่าสุด เอ็มจีรุกไปอีกขั้น เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก หรือบีเซ็กเมนต์ เอ็มจี 3 เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และเป็นอีกตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดไม่แพ้ซีเซ็กเมนต์ เพราะต้องเจอกับเขี้ยวลากดินอย่างโตโยต้า วีออส, ฮอนด้า ซิตี้, ฮอนด้า แจ๊ซ แต่ละองค์หมัดหนักไม่ใช่เล่น

 

     เอ็มจีมีแผนจะเปิดตัว เอ็มจี 3 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ แต่ได้เชิญสื่อมวลชนกลุ่มแรกไปทดสอบแบบขำๆ ที่สนามขับรถหลังห้างซีคอนสแควร์ เมื่อเร็วๆ นี้ "นายพล" มีโอกาสได้ร่วมขับชิมลางก่อนเจอตัวจริง

     เอ็มจี3 เป็นรถขนาดซับคอมแพ็กต์ มิติตัวถังยาว 4018 มม. กว้าง 1,729 มม. สูง 1,507 มม. เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร VCT กำลังสูงสุด 106 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 137 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีดให้เลือก

     ภายในติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ หลังคาซันรูฟไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบโทรศัพท์บูลทูธ ออดิโอ สตรีมมิ่ง


     สำหรับรถรุ่นที่เอ็มจีเอามาให้ทดลองขับ เป็นเอ็มจีรุ่นใหม่ 2014 ทั้งรุ่นเอ็มจี3 (MG3) และเอ็มจี3 ครอส (MG3 Xross) คงเล็งเข้าไปเจาะตลาดระหว่างอีโคคาร์และบีเซ็กเมนต์ ราคาคงอยู่แถว 6 แสนขึ้นไปยัน 7 แสนในรุ่นท็อป แม้จะไม่ใช่ตัวที่จะขาย 100% แต่สเปกใกล้เคียงเกือบจะทั้งหมด

     สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกแบบรถยนต์ 5 ประตู หรือแฮตช์แบ๊ก ในรุ่นครอสใส่ล้อแม็กซ์ 16 นิ้ว มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

     กรอบโคมไฟทั้งด้านหน้าและด้านท้ายออกแบบอย่างมีสไตล์ ตัวถังที่จะมาขายจริงมีให้เลือกหลายสี ทั้งแดง ขาว เหลือง

     ภายในกว้างขวางใช้ได้โดยเฉพาะที่นั่งด้านหลัง เบาะหนังแบบเล่นสีสลับ ส่วนรุ่นธรรมดาเป็นเบาะผ้า

 

     แผงคอนโซลออกแบบเรียบง่าย แต่ยังคงมีตัวเลขดิจิตอลสีแดงแบบเดิมที่ค่อนข้างมองยาก

     ในรุ่นนี้ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติแบบใหม่ เป็นการรวมเอาข้อดีของเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดามาไว้ด้วยกัน ช่วยในเรื่องระบบส่งกำลังได้ดี

     จุดเด่นของเอ็มจี3 น่าจะอยู่ที่ช่วงล่างและระบบแฮนด์ลิ่ง หรือความแม่นยำของพวงมาลัย ถือว่าทำได้ดี

     สำหรับในรุ่นท็อปอย่างรุ่นครอส ตอบสนองดีกว่าเล็กน้อย เพราะล้อแม็กซ์และยางขนาดใหญ่กว่ารุ่นธรรมดา

 

     "คุณตุ้ม" พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็มจี (ประเทศไทย) จำกัด เล่ารายละเอียดการรุกตลาดรถยนต์ครั้งนี้ของเอ็มจีให้ฟังเพิ่มเติมว่า นอกจากแนะนำรถเอ็มจี3 ออกสู่ตลาดแล้ว ในช่วงปลายปีบริษัทจะส่งเอ็มจี5 รถระดับ บี-คาร์ พลัส ออกสู่ตลาดอีกรุ่น ก่อนจะมีรถเอสยูวีช่วงต้นปี 2559 รวมทั้งอนาคตจะนำเสนอรถปิกอัพขนาด 1 ตันออกสู่ตลาดประเทศไทยด้วย

     ส่วนที่ถามกันมากเรื่องโชว์รูม มีแผนจะเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการจากปัจจุบัน 12 แห่งทั่วประเทศ เป็น 40 แห่งในปีนี้ และเพิ่มบริการหลังการขายด้วยโมบายเซอร์วิสอีก 4 คัน เพื่อดูแลลูกค้าในการซ่อมด่วน

     ส่วนกิจกรรมด้านการตลาด ถือว่าเป็นช่วงแรกของการเข้ามาทำตลาดนี้ ยังคงเน้นการสร้างแบรนด์เอ็มจีให้ลูกค้าชาวไทยรับรู้เพิ่มขึ้น สำหรับยอดขายในช่วง 5 เดือน หลังจากเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เอ็มจี6 มียอดจำหน่าย 300 คัน

 

     ดังนั้นคงจะต้องคอยติดตามดูว่า เอ็มจี3 จะมาช่วยดันยอดขายเอ็มจีให้ได้ตามเป้าหมายที่เคยประกาศว่า ปีแรกจะมียอดขาย 2,000 คันได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ตลาดบีเซ็กเมนต์คึกคักแน่นอน เพราะยี่ห้อยักษ์ใหญ่ "ซีพี" ทำธุรกิจอะไร ไม่ธรรมดาแน่นอน