ขับรถมานานเพิ่งรู้! ท่าจับพวงมาลัยที่ "ดีที่สุด" อาจไม่ใช่ตำแหน่ง 10 โมง 10 นาที

จับพวงมาลัยตำแหน่งไหนปลอดภัยที่สุด? ครูสอนขับรถญี่ปุ่นเผย ท่า 10 โมง 10 นาที อาจไม่ใช่คำตอบ
จับพวงมาลัยตำแหน่งไหนดีที่สุด? ครูสอนขับรถญี่ปุ่นเผย ไม่จำเป็นต้องจับ 10 โมง 10 นาทีเสมอไป พร้อมเทียบวิธีจับ 9 และ 3 หรือ 8 และ 4 นาฬิกา
หลายคนที่เคยเรียนขับรถน่าจะคุ้นเคยกับคำแนะนำให้จับพวงมาลัยในตำแหน่ง "10 โมง 10 นาที" หรือเปรียบเสมือนการวางมือซ้ายไว้ที่ 10 นาฬิกา และมือขวาไว้ที่ 2 นาฬิกา ซึ่งเป็นวิธีที่ครูสอนขับรถนิยมแนะนำกันมานาน แต่เมื่อเทคโนโลยีรถยนต์พัฒนาไป วิธีจับพวงมาลัยที่เหมาะสมก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
ล่าสุด ครูสอนขับรถชาวญี่ปุ่นเปิดเผยว่า การจับพวงมาลัยรถยนต์ยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกาอีกต่อไป เพราะยังมีตำแหน่งอื่นที่ช่วยให้ควบคุมรถได้ดี โดยเฉพาะตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา รวมถึง 8 และ 4 นาฬิกา ซึ่งอาจเหมาะกับการขับรถบางสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งจับพวงมาลัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมรถและความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะรถยนต์ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยบริเวณพวงมาลัย
ทำไมสมัยก่อนถึงสอนให้จับพวงมาลัย 10 โมง 10 นาที?
เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น grape เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ "ชิมะ" (Shima) ครูสอนขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นผู้ดำเนินช่อง YouTube ชื่อ 教習指導員バイクチャンネルmysimasima เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2026 โดยพูดถึงวิธีจับพวงมาลัยที่เหมาะสมกับรถยนต์ในปัจจุบัน
ชิมะอธิบายว่า ในอดีตโรงเรียนสอนขับรถมักแนะนำให้ผู้เรียนจับพวงมาลัยในตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา เนื่องจากรถยนต์รุ่นเก่ามีพวงมาลัยที่ค่อนข้างหนัก และการหมุนพวงมาลัยจำเป็นต้องใช้แรงมากกว่ารถยนต์ยุคใหม่
การวางมือในตำแหน่งดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่มีระยะในการออกแรงหมุนพวงมาลัย และสามารถควบคุมรถที่มีระบบบังคับเลี้ยวแบบเดิมได้สะดวกขึ้น จึงกลายเป็นท่าจับพวงมาลัยที่ได้รับความนิยมและถูกสอนต่อกันมาเป็นเวลานาน
แต่ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่มีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ ทั้งแบบไฮดรอลิกและไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดแรงที่ต้องใช้ในการหมุนพวงมาลัยอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องจับพวงมาลัยในตำแหน่งสูงเหมือนรถยนต์สมัยก่อน
จับพวงมาลัย 9 และ 3 นาฬิกา ทำไมถึงได้รับคำแนะนำมากขึ้น?
สำหรับรถยนต์ยุคใหม่ ชิมะระบุว่า การจับพวงมาลัยในตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา เป็นอีกวิธีที่เหมาะสมและช่วยให้ควบคุมพวงมาลัยได้ดี โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ตำแหน่งนี้หมายถึงการวางมือซ้ายไว้ทางด้านซ้ายของพวงมาลัยที่ 9 นาฬิกา และมือขวาไว้ทางด้านขวาที่ 3 นาฬิกา หากมองพวงมาลัยเป็นหน้าปัดนาฬิกา มือทั้งสองข้างจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน
ข้อดีคือช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมพวงมาลัยได้อย่างสมดุล และมีช่วงการเคลื่อนไหวของแขนสำหรับปรับทิศทางรถเมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องยกมือขึ้นไปอยู่บริเวณด้านบนของพวงมาลัยมากเกินไป
นอกจากนี้ สมาคมรถยนต์อเมริกัน (AAA) ยังแนะนำให้จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้างที่ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา เพราะช่วยให้ควบคุมรถและตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา มีข้อดีอย่างไร?
- ควบคุมพวงมาลัยได้สมดุล เพราะมือทั้งสองข้างอยู่บริเวณด้านข้างของพวงมาลัย
- ตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้ดี ช่วยให้มีระยะหมุนพวงมาลัยเพื่อหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
- ลดความเสี่ยงจากตำแหน่งมือที่สูงเกินไป โดยเฉพาะเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน
- เหมาะกับพวงมาลัยรถยนต์ยุคใหม่ ที่ออกแบบให้ใช้แรงหมุนน้อยลงและมีระบบช่วยผ่อนแรง
อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่ควรปรับตำแหน่งเบาะและพวงมาลัยให้เหมาะกับสรีระของตัวเอง เพื่อให้สามารถจับพวงมาลัยได้อย่างมั่นคงโดยไม่ต้องเหยียดแขนจนตึง
ขับรถบนทางด่วนหรือทางหลวง จับพวงมาลัย 8 และ 4 นาฬิกาได้ไหม?
อีกหนึ่งคำแนะนำที่น่าสนใจจากครูสอนขับรถญี่ปุ่น คือผู้ขับขี่สามารถปรับตำแหน่งมือให้ต่ำลงมาอยู่ที่ 8 และ 4 นาฬิกาได้ในบางสถานการณ์ เช่น การขับรถบนทางด่วนหรือทางหลวงที่ต้องเดินทางต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ตำแหน่งดังกล่าวหมายถึงการวางมือซ้ายไว้บริเวณ 8 นาฬิกา และมือขวาไว้บริเวณ 4 นาฬิกา ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำกว่าตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกาเล็กน้อย
การจับพวงมาลัยในตำแหน่งที่ต่ำลงอาจช่วยให้ผู้ขับขี่บางคนวางแขนได้อย่างเป็นธรรมชาติและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ แต่ต้องมั่นใจว่ายังสามารถจับพวงมาลัยได้อย่างมั่นคงและควบคุมรถได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ทั้งนี้ ตำแหน่ง 8 และ 4 นาฬิกาไม่ได้หมายความว่าเป็นท่าที่ดีที่สุดสำหรับการขับทางด่วนทุกกรณี เพราะการเลือกตำแหน่งมือควรพิจารณาร่วมกับรูปทรงพวงมาลัย สรีระของผู้ขับขี่ และความสามารถในการควบคุมรถ
คู่มือการขับขี่ของ Saskatchewan Government Insurance ประเทศแคนาดา ระบุว่า ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกา รวมถึง 8 และ 4 นาฬิกา เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการจับพวงมาลัย โดยตำแหน่งที่สะดวกที่สุดอาจแตกต่างกันตามความกว้างของไหล่และรูปทรงพวงมาลัย
เปรียบเทียบ 3 ตำแหน่งจับพวงมาลัย แบบไหนเหมาะกับการขับรถ?
| ตำแหน่งจับพวงมาลัย | ลักษณะการจับ | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| 10 และ 2 นาฬิกา | มือทั้งสองข้างอยู่ค่อนไปทางด้านบน | เป็นท่าที่นิยมใช้ในอดีต แต่ปัจจุบันไม่ใช่ตัวเลือกที่แนะนำเป็นหลักสำหรับรถที่มีถุงลมนิรภัย |
| 9 และ 3 นาฬิกา | มืออยู่ด้านซ้ายและขวาในระดับใกล้เคียงกัน | เป็นตำแหน่งที่แนะนำอย่างแพร่หลาย ช่วยให้ควบคุมพวงมาลัยได้ดีและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน |
| 8 และ 4 นาฬิกา | มืออยู่บริเวณด้านล่างซ้ายและด้านล่างขวา | เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่จับได้ถนัด แต่ต้องมั่นใจว่ายังควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
สำหรับการขับขี่ทั่วไป ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมตามคำแนะนำของหน่วยงานด้านความปลอดภัยหลายแห่ง ส่วนตำแหน่ง 8 และ 4 นาฬิกาอาจใช้เป็นทางเลือกได้ หากเหมาะกับสรีระและรถยนต์ที่ใช้งาน
จับพวงมาลัยผิดตำแหน่ง อาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน
นอกจากความสะดวกในการควบคุมรถแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลที่คำแนะนำเรื่องตำแหน่งจับพวงมาลัยเปลี่ยนไป คือการใช้งานถุงลมนิรภัยในรถยนต์สมัยใหม่
ถุงลมนิรภัยฝั่งผู้ขับขี่ติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางพวงมาลัย และจะพองตัวอย่างรวดเร็วเมื่อระบบตรวจพบการชนที่เข้าเงื่อนไข หากผู้ขับขี่วางแขนหรือมืออยู่ในตำแหน่งที่ขวางการทำงานของถุงลม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บบริเวณมือ แขน หรือใบหน้า
สำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NHTSA) จึงแนะนำให้จับพวงมาลัยโดยวางมือทั้งสองข้างไว้ด้านนอกของขอบพวงมาลัย และหลีกเลี่ยงการจับบริเวณด้านบนในลักษณะที่อาจทำให้แขนอยู่ในแนวการทำงานของถุงลมนิรภัย
เอกสารของ NHTSA ยังอธิบายว่า วิธีจับพวงมาลัยแบบ 10 และ 2 นาฬิกาไม่ใช่วิธีที่แนะนำสำหรับรถยนต์บางประเภทที่มีพวงมาลัยขนาดเล็กและติดตั้งถุงลมนิรภัย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
5 วิธีจับพวงมาลัยให้ถูกต้อง ลดอาการเมื่อยล้าและช่วยให้ขับรถปลอดภัย
ครูสอนขับรถชาวญี่ปุ่นเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การบังคับตัวเองให้จับพวงมาลัยในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งตลอดเวลา แต่ต้องเลือกท่าทางที่สามารถควบคุมรถได้ดี และไม่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งโดยไม่จำเป็น
1. จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้าง
การจับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้างช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องปรับทิศทางอย่างรวดเร็ว ควรหลีกเลี่ยงการขับรถด้วยมือเดียวเป็นเวลานานโดยไม่มีเหตุจำเป็น
2. ไม่กำพวงมาลัยแน่นจนเกินไป
ควรจับพวงมาลัยให้กระชับแต่ไม่เกร็ง เพราะการกำแน่นตลอดเวลาอาจทำให้กล้ามเนื้อมือ แขน และไหล่เกิดความเมื่อยล้า รวมถึงทำให้การควบคุมพวงมาลัยไม่เป็นธรรมชาติ
3. ปรับเบาะนั่งให้เหมาะกับสรีระ
ควรปรับเบาะให้สามารถเหยียบแป้นควบคุมรถได้เต็มที่ และจับพวงมาลัยโดยข้อศอกงอเล็กน้อย ไม่ต้องเหยียดแขนจนสุดหรือเอนตัวเข้าใกล้พวงมาลัยมากเกินไป
4. หลีกเลี่ยงการจับพวงมาลัยด้านบนตลอดเวลา
การจับพวงมาลัยด้วยมือเดียวบริเวณ 12 นาฬิกา หรือวางแขนพาดผ่านกึ่งกลางพวงมาลัย อาจทำให้ควบคุมรถได้ไม่ดีเท่าที่ควร และเพิ่มความเสี่ยงจากการทำงานของถุงลมนิรภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
5. เลือกตำแหน่งที่ควบคุมรถได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ไม่ว่าจะเลือกจับตำแหน่ง 9 และ 3 หรือ 8 และ 4 นาฬิกา ควรมั่นใจว่าสามารถหมุนพวงมาลัยได้อย่างมั่นคงและแม่นยำ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตำแหน่งมืออย่างลนลานเมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด
สรุป จับพวงมาลัยตำแหน่งไหนดีที่สุดสำหรับรถยุคใหม่?
คำแนะนำจากครูสอนขับรถญี่ปุ่นและหน่วยงานด้านความปลอดภัยสะท้อนว่า การจับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 10 และ 2 นาฬิกา ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมในอดีต ไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถยนต์ยุคปัจจุบันอีกต่อไป
โดยตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกาเป็นรูปแบบที่ได้รับคำแนะนำอย่างแพร่หลาย เพราะช่วยให้ควบคุมรถได้ดีและลดความเสี่ยงจากการวางแขนสูงเกินไปเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน ส่วนตำแหน่ง 8 และ 4 นาฬิกาเป็นทางเลือกที่ใช้ได้สำหรับผู้ขับขี่บางคน หากยังควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกท่าจับพวงมาลัยที่เหมาะกับสรีระและรูปทรงพวงมาลัยของรถแต่ละคัน โดยจับให้มั่นคง ไม่เกร็งแขนหรือไหล่มากเกินไป และพร้อมตอบสนองต่อสถานการณ์บนท้องถนนอยู่เสมอ เพราะการขับรถที่ปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งมือเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยสมาธิและการควบคุมรถอย่างเหมาะสมด้วย
- ทำไมควรมี "สบู่ก้อน" ไว้ในรถ? ต่างชาติเผยประโยชน์สุดว้าว ไม่ใช่แค่ 1 แต่ได้ถึง 2
- เปิดชื่อ 12 ประเทศใช้ "ใบขับขี่ไทย" ขับรถเที่ยวได้เลย ไม่ต้องเสียเงินทำสากล!
- รถจมน้ำท่วมหลายวัน ประกันรถยนต์ "ชั้นไหน" คุ้มครองบ้าง? เช็กเงื่อนไขก่อนเคลม!

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- grape Japan - 『10時10分』はもう古い? 現在の正しいハンドルの握り方とは (4 พฤศจิกายน 2026)
- National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) - Using Efficient Steering Techniques
- Saskatchewan Government Insurance - Driver's Handbook: Steering
- AAA - How to Handle Unexpected Situations on the Road
- AARP - Steering Wheel Hand Position and What You Need to Know
- Ctwant
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)