“รถไมล์ 50,000 ใช้แต่ในเมือง vs 100,000 ทางไกล คันไหนโทรมกว่ากัน?”

เวลาเลือกซื้อรถมือสอง หลายคนมักมองเลขไมล์เป็นอันดับแรก รถคันไหนวิ่ง 50,000 กิโลเมตรก็ดูน่าสนใจกว่ารถที่วิ่งมาแล้ว 100,000 กิโลเมตร แต่รู้หรือไม่ว่า รถไมล์น้อยไม่ได้แปลว่าสึกหรอน้อยกว่าเสมอไป
เพราะระยะทางเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลขที่บอกว่ารถถูกใช้งานมามากแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าระยะทางเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการคลานอยู่ในเมือง หรือวิ่งทางไกลด้วยความเร็วคงที่
Sanook Auto จะพาไปดูว่า ระหว่าง รถติดในเมือง กับรถที่วิ่งทางไกลจนเลขไมล์เยอะ แบบไหนมีโอกาสทำให้รถโทรมเร็วกว่ากัน?
ขับรถในเมืองติดหนักๆ
ลองนึกภาพรถสองคันเดินทาง 30 กิโลเมตรเท่ากัน คันแรกวิ่งทางไกลใช้เวลาเพียง 30 นาที ขณะที่อีกคันเจอรถติดและใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง
เมื่อถึงปลายทาง เลขไมล์ของทั้งสองคันเพิ่มขึ้น 30 กิโลเมตรเหมือนกัน แต่รถคันหลังมีเครื่องยนต์ ระบบปรับอากาศ พัดลมระบายความร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานนานกว่ามาก
นี่คือเหตุผลว่า เลขไมล์อย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนชั่วโมงการทำงานของรถทั้งหมดได้ โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดติดเครื่องเป็นเวลานาน
ขับในเมืองต้องเร่งและเบรกบ่อยกว่า
การใช้งานแบบ Stop-and-Go เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รถหลายส่วนต้องทำงานหนัก เพราะผู้ขับต้องออกตัว เร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดรถซ้ำๆ ตลอดเส้นทาง
ชิ้นส่วนที่มีโอกาสสึกหรอจากการใช้งานลักษณะนี้ ได้แก่
- ผ้าเบรกและจานเบรก
- ยางรถยนต์
- ระบบส่งกำลังและชุดคลัตช์ในระบบเกียร์บางประเภท
- ระบบระบายความร้อน
- แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า
- ช่วงล่าง หากต้องเจอหลุม ฝาท่อ และพื้นผิวถนนไม่เรียบบ่อยๆ
ดังนั้นรถที่ใช้ในเมืองทุกวัน แม้เลขไมล์เพิ่มขึ้นไม่เร็ว ก็ไม่ได้หมายความว่าชิ้นส่วนต่างๆ จะทำงานน้อยตามเลขไมล์ไปด้วย

แล้วรถวิ่งทางไกลไมล์เยอะ ทำไมบางครั้งกลับโทรมน้อยกว่า?
รถที่ใช้เดินทางต่างจังหวัดหรือวิ่งบนทางหลวงเป็นประจำอาจมีเลขไมล์เพิ่มขึ้นเร็ว แต่ข้อได้เปรียบคือรถสามารถรักษาความเร็วค่อนข้างคงที่เป็นเวลานาน
เครื่องยนต์ไม่ต้องเร่งและผ่อนซ้ำๆ มากเท่าการคลานในเมือง เกียร์ไม่ต้องเปลี่ยนจังหวะถี่ และเบรกถูกใช้งานน้อยกว่า อีกทั้งเครื่องยนต์ยังมีโอกาสทำงานอยู่ในอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ยกตัวอย่าง รถที่วิ่งทางหลวงวันละ 150 กิโลเมตร อาจมีเลขไมล์ทะลุ 100,000 กิโลเมตรอย่างรวดเร็ว แต่ระยะทางจำนวนมากเกิดขึ้นจากการวิ่งด้วยความเร็วคงที่ ซึ่งอาจสร้างภาระต่อบางระบบน้อยกว่ารถที่ต้องคลานและหยุดตลอดเวลา

แต่อย่าเข้าใจว่ารถทางไกลไม่สึกหรอ
แน่นอนว่าเลขไมล์ยังมีความหมาย เพราะชิ้นส่วนหลายอย่างสึกหรอตามระยะทางจริง ไม่ว่ารถจะวิ่งอยู่ที่ไหน
ยาง ลูกปืนล้อ ของเหลวต่างๆ ระบบกันสะเทือน สายพาน รวมถึงชิ้นส่วนที่มีรอบการเปลี่ยนตามระยะทาง ยังคงต้องได้รับการตรวจสอบตามกำหนด
รถทางไกลที่ถูกขับเร็วมากเป็นประจำ บรรทุกหนัก หรือไม่ได้รับการบำรุงรักษาตามระยะ ก็สามารถโทรมกว่ารถในเมืองที่ได้รับการดูแลอย่างดีได้เช่นกัน
ไม่อยากให้รถพังทำยังไง?
หากคุณไม่อยากให้รถพังเร็วไม่ว่าจะเป็นการขับในเมืองหรือต่างจังหวัด สิ่งที่ควรทำคือ
- หมั่นตรวจเช็คความผิดปกติของรถด้วยสายตา เช่นยางลมพอไหม? การขับเคลื่อนยังปกติไหม
- เช็คระยะตามเวลที่เหมาะสม
- ไม่ใช้อย่างเดียวดูแลสักหน่อยก็ได้
อย่างไรก็ตามแล้วการใช้งานแต่ละแบบก็ทำให้เกิดความสึกหรอได้เหมือนกัน แต่รถจะอยู่ได้นานไหมขึ้นกับการดูแลของคุณแลความใส่ใจด้วย เพราะรถมีราคาหลายบาท กว่าจะได้มาก็ไม่ใช้ง่ายนะ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




