“รถไมล์ 50,000 ใช้แต่ในเมือง vs 100,000 ทางไกล คันไหนโทรมกว่ากัน?”

“รถไมล์ 50,000 ใช้แต่ในเมือง vs 100,000 ทางไกล คันไหนโทรมกว่ากัน?”

“รถไมล์ 50,000 ใช้แต่ในเมือง vs 100,000 ทางไกล คันไหนโทรมกว่ากัน?”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เวลาเลือกซื้อรถมือสอง หลายคนมักมองเลขไมล์เป็นอันดับแรก รถคันไหนวิ่ง 50,000 กิโลเมตรก็ดูน่าสนใจกว่ารถที่วิ่งมาแล้ว 100,000 กิโลเมตร แต่รู้หรือไม่ว่า รถไมล์น้อยไม่ได้แปลว่าสึกหรอน้อยกว่าเสมอไป

เพราะระยะทางเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลขที่บอกว่ารถถูกใช้งานมามากแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าระยะทางเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการคลานอยู่ในเมือง หรือวิ่งทางไกลด้วยความเร็วคงที่

Sanook Auto จะพาไปดูว่า ระหว่าง รถติดในเมือง กับรถที่วิ่งทางไกลจนเลขไมล์เยอะ แบบไหนมีโอกาสทำให้รถโทรมเร็วกว่ากัน?

ขับรถในเมืองติดหนักๆ

ลองนึกภาพรถสองคันเดินทาง 30 กิโลเมตรเท่ากัน คันแรกวิ่งทางไกลใช้เวลาเพียง 30 นาที ขณะที่อีกคันเจอรถติดและใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง

เมื่อถึงปลายทาง เลขไมล์ของทั้งสองคันเพิ่มขึ้น 30 กิโลเมตรเหมือนกัน แต่รถคันหลังมีเครื่องยนต์ ระบบปรับอากาศ พัดลมระบายความร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานนานกว่ามาก

นี่คือเหตุผลว่า เลขไมล์อย่างเดียวไม่สามารถสะท้อนชั่วโมงการทำงานของรถทั้งหมดได้ โดยเฉพาะรถที่ต้องจอดติดเครื่องเป็นเวลานาน

ขับในเมืองต้องเร่งและเบรกบ่อยกว่า

การใช้งานแบบ Stop-and-Go เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้รถหลายส่วนต้องทำงานหนัก เพราะผู้ขับต้องออกตัว เร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดรถซ้ำๆ ตลอดเส้นทาง

ชิ้นส่วนที่มีโอกาสสึกหรอจากการใช้งานลักษณะนี้ ได้แก่

  • ผ้าเบรกและจานเบรก
  • ยางรถยนต์
  • ระบบส่งกำลังและชุดคลัตช์ในระบบเกียร์บางประเภท
  • ระบบระบายความร้อน
  • แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า
  • ช่วงล่าง หากต้องเจอหลุม ฝาท่อ และพื้นผิวถนนไม่เรียบบ่อยๆ

ดังนั้นรถที่ใช้ในเมืองทุกวัน แม้เลขไมล์เพิ่มขึ้นไม่เร็ว ก็ไม่ได้หมายความว่าชิ้นส่วนต่างๆ จะทำงานน้อยตามเลขไมล์ไปด้วย

 20260807-434_batch

แล้วรถวิ่งทางไกลไมล์เยอะ ทำไมบางครั้งกลับโทรมน้อยกว่า?

รถที่ใช้เดินทางต่างจังหวัดหรือวิ่งบนทางหลวงเป็นประจำอาจมีเลขไมล์เพิ่มขึ้นเร็ว แต่ข้อได้เปรียบคือรถสามารถรักษาความเร็วค่อนข้างคงที่เป็นเวลานาน

เครื่องยนต์ไม่ต้องเร่งและผ่อนซ้ำๆ มากเท่าการคลานในเมือง เกียร์ไม่ต้องเปลี่ยนจังหวะถี่ และเบรกถูกใช้งานน้อยกว่า อีกทั้งเครื่องยนต์ยังมีโอกาสทำงานอยู่ในอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ยกตัวอย่าง รถที่วิ่งทางหลวงวันละ 150 กิโลเมตร อาจมีเลขไมล์ทะลุ 100,000 กิโลเมตรอย่างรวดเร็ว แต่ระยะทางจำนวนมากเกิดขึ้นจากการวิ่งด้วยความเร็วคงที่ ซึ่งอาจสร้างภาระต่อบางระบบน้อยกว่ารถที่ต้องคลานและหยุดตลอดเวลา

20260807-463_batch

แต่อย่าเข้าใจว่ารถทางไกลไม่สึกหรอ

แน่นอนว่าเลขไมล์ยังมีความหมาย เพราะชิ้นส่วนหลายอย่างสึกหรอตามระยะทางจริง ไม่ว่ารถจะวิ่งอยู่ที่ไหน

ยาง ลูกปืนล้อ ของเหลวต่างๆ ระบบกันสะเทือน สายพาน รวมถึงชิ้นส่วนที่มีรอบการเปลี่ยนตามระยะทาง ยังคงต้องได้รับการตรวจสอบตามกำหนด

รถทางไกลที่ถูกขับเร็วมากเป็นประจำ บรรทุกหนัก หรือไม่ได้รับการบำรุงรักษาตามระยะ ก็สามารถโทรมกว่ารถในเมืองที่ได้รับการดูแลอย่างดีได้เช่นกัน 

ไม่อยากให้รถพังทำยังไง?

หากคุณไม่อยากให้รถพังเร็วไม่ว่าจะเป็นการขับในเมืองหรือต่างจังหวัด สิ่งที่ควรทำคือ

  • หมั่นตรวจเช็คความผิดปกติของรถด้วยสายตา เช่นยางลมพอไหม? การขับเคลื่อนยังปกติไหม
  • เช็คระยะตามเวลที่เหมาะสม
  • ไม่ใช้อย่างเดียวดูแลสักหน่อยก็ได้

อย่างไรก็ตามแล้วการใช้งานแต่ละแบบก็ทำให้เกิดความสึกหรอได้เหมือนกัน แต่รถจะอยู่ได้นานไหมขึ้นกับการดูแลของคุณแลความใส่ใจด้วย เพราะรถมีราคาหลายบาท กว่าจะได้มาก็ไม่ใช้ง่ายนะ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล