Freelander คืนชีพเต็มตัว ตั้งเป้าขายทั่วโลก 3 แสนคันต่อปี

ดูเหมือนว่าเรื่องชื่อรถในอดีตอย่าง Freelander กำลังกลับมาอีกครั้งในฐานะแบรนด์รถยนต์ที่ดำเนินงานภายใต้บริษัทร่วมทุน Chery Jaguar Land Rover หรือ CJLR โดยแม้รถรุ่นแรกอย่าง Freelander 8 จะยังไม่เริ่มส่งมอบถึงมือลูกค้า แต่บริษัทก็ประกาศเป้าหมายครั้งใหญ่ หวังทำยอดขายมากกว่า 300,000 คันต่อปี ภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า
ที่น่าสนใจคือ Freelander ไม่ได้วางแผนพึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทต้องการให้ครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งหมด หรือประมาณ 150,000 คันต่อปี มาจากตลาดต่างประเทศ สะท้อนว่าแบรนด์ใหม่นี้ถูกวางให้เป็นผลิตภัณฑ์ระดับโลกตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ใช่รถที่พัฒนาเพื่อจำหน่ายในจีนเท่านั้น
ตั้งเป้าขายเดือนละ 5,000-8,000 คัน
สายการผลิตของ Freelander 8 เริ่มเดินเครื่องเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่โรงงานของ CJLR ในเมืองฉางซู ประเทศจีน โดยช่วงเริ่มต้นบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 5,000-8,000 คันต่อเดือน
หากสามารถรักษายอดขายระดับดังกล่าวได้ จะเท่ากับยอดขายประมาณ 60,000-96,000 คันต่อปีสำหรับรถรุ่นแรก ก่อนที่ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่จะทยอยเข้ามาช่วยผลักดันยอดขายรวมให้เข้าใกล้เป้าหมาย 300,000 คันต่อปีในอนาคต
จะทำทั้งพวงมาลัยซ้าย และ ขวา
เหวิน เฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เปิดเผยว่า Freelander จะผลิตรถหลายรูปแบบเพื่อรองรับตลาดที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย
- รุ่นพวงมาลัยซ้ายสำหรับประเทศจีน
- รุ่นพวงมาลัยซ้ายสำหรับตลาดโลก
- รุ่นที่พัฒนาตามข้อกำหนดของตลาดยุโรป
- รุ่นพวงมาลัยขวาสำหรับประเทศที่ใช้การจราจรแบบเดียวกับประเทศไทย
รายละเอียดนี้ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Freelander จะขยายไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นที่ใช้รถพวงมาลัยขวา อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ได้ประกาศรายชื่อประเทศหรือกำหนดการจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
แบรนด์ Freelander มีอิสระในการตัดสินใจ
แม้จะดำเนินงานภายใต้บริษัทร่วมทุนระหว่าง Chery และ Jaguar Land Rover แต่ผู้บริหารระบุว่า Freelander สามารถตัดสินใจด้านธุรกิจและการขยายตลาดได้อย่างเป็นอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากบริษัทแม่ในทุกขั้นตอน
แนวทางดังกล่าวน่าจะช่วยให้แบรนด์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับแผนตลาด และขยายไปยังประเทศต่าง ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญหากต้องการบรรลุเป้าหมายยอดขายระดับหลายแสนคันต่อปี
Freelander 8 เป็น SUV แบบ Range Extender
Freelander 8 รถรุ่นแรกของแบรนด์ มาในรูปแบบ SUV ทรงเหลี่ยมที่เน้นภาพลักษณ์แข็งแกร่ง พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ Range Extender โดยใช้แบตเตอรี่จาก CATL ความจุ 60.33 kWh ร่วมกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ซึ่งทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระยะทางในการเดินทาง
ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขกำลังสูงสุด แรงบิด หรือระยะทางขับขี่อย่างเป็นทางการ แต่ฮาร์ดแวร์ของรถสะท้อนว่า Freelander 8 ถูกพัฒนาให้รองรับการใช้งานออฟโรดจริง ได้แก่
- ระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Dual-chamber
- ดิฟเฟอเรนเชียลล็อกแบบกลไกที่ล้อหน้า
- ระบบ Virtual Center Differential
- ดิฟเฟอเรนเชียลแบบ Limited-slip ที่ล้อหลัง
อุปกรณ์เหล่านี้มีเป้าหมายช่วยเพิ่มการยึดเกาะและการส่งกำลังบนเส้นทางสมบุกสมบัน ขณะที่ช่วงล่างถุงลมน่าจะช่วยรักษาความสบายเมื่อต้องใช้งานบนถนนทั่วไปด้วย

เตรียมเปิดตัวรถใหม่ 6 รุ่นภายใน 5 ปี
Freelander 8 จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของไลน์อัปใหม่ เพราะบริษัทวางแผนเปิดตัวรถเพิ่มเติมรวม 6 รุ่นภายใน 5 ปี โดยจะมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่
- รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือ BEV
- รถปลั๊กอินไฮบริด หรือ PHEV
- รถไฟฟ้าแบบ Range Extender
การมีผลิตภัณฑ์หลายประเภทจะช่วยให้ Freelander รองรับตลาดที่มีโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการแตกต่างกัน เช่น ประเทศที่พร้อมใช้รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ และตลาดที่ยังต้องการเครื่องยนต์ช่วยเพิ่มระยะทาง
Freelander จะกลับมาในภาพลักษณ์ใหม่
ชื่อ Freelander เคยถูกใช้กับรถ SUV ขนาดกะทัดรัดของ Land Rover แต่การกลับมาครั้งนี้แตกต่างจากอดีต เพราะถูกยกระดับให้เป็นแบรนด์แยกภายใต้ CJLR พร้อมใช้ฐานการผลิตและเทคโนโลยีในประเทศจีนเพื่อทำตลาดทั่วโลก
โจทย์สำคัญจึงไม่ได้มีเพียงการสร้างรถให้ขายดีในจีน แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคต่างประเทศ ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย บริการหลังการขาย และภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทตั้งเป้าให้ยอดขายต่างประเทศมีสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไป
อัลบั้มภาพ 14 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี








