Toyota ยังไม่รีบทำ Hilux PHEV ชี้อาจกระทบบรรทุกและลากจูง

ในช่วงที่รถกระบะปลั๊กอินไฮบริดเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ทั้งจากค่ายจีนและคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Ford Ranger PHEV หลายคนอาจสงสัยว่า Toyota Hilux จะมีเวอร์ชัน Plug-in Hybrid หรือ PHEV ตามออกมาหรือไม่ คำตอบล่าสุดจากฝั่ง Toyota คือ ยังไม่รีบ เพราะบริษัทมองว่าเทคโนโลยี PHEV ในปัจจุบันยังอาจไม่พร้อมสำหรับงานหนักแบบรถกระบะ โดยเฉพาะเรื่อง การบรรทุก และ การลากจูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของลูกค้า Hilux
เว็บไซต์ Carscoops ระบุว่า ผู้บริหาร Toyota Australia ยืนยันว่าบริษัทยังไม่ต้องการเร่งนำระบบปลั๊กอินไฮบริดมาใช้กับ Hilux หากเทคโนโลยียังไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้าได้ครบ
Ray Munday ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์และราคาของ Toyota Australia ระบุว่า Toyota รับรู้ถึงการแข่งขันในกลุ่มรถกระบะ PHEV และกำลังศึกษาอยู่ แต่หากเทคโนโลยียังไม่พร้อม บริษัทจะไม่รีบเปิดตัวรถที่อาจไม่ตอบโจทย์มาตรฐานของลูกค้า Hilux
เหตุผลหลักที่ยังไม่ทำ
จุดที่ Toyota กังวลมากที่สุดคือระบบ PHEV ต้องมีทั้งเครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และระบบควบคุมเพิ่มเติม ทำให้น้ำหนักรถเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
สำหรับรถเก๋งหรือ SUV น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจยังพอชดเชยได้ด้วยแรงมอเตอร์และการประหยัดน้ำมัน แต่สำหรับรถกระบะ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลโดยตรงต่อ payload หรือความสามารถในการบรรทุก และ towing capacity หรือความสามารถในการลากจูง
Toyota กังวลว่า Hilux PHEV อาจไม่สามารถรักษาความสามารถระดับเดียวกับรุ่นดีเซลได้ โดย Hilux ดีเซลมีความสามารถลากจูงได้สูงสุดราว 3,500 กก. และรองรับน้ำหนักบรรทุกประมาณ 1 ตัน ขณะที่ Hilux BEV แบบมอเตอร์คู่มีพิกัดลากจูงเพียง 2,000 กก. เท่านั้น
ระบบ PHEV ยังน่ากังวลกับรถกระบะ
สำหรับลูกค้ารถกระบะ โดยเฉพาะในตลาดที่ใช้รถทำงานจริง เช่น ออสเตรเลีย ไทย หรือหลายประเทศในอาเซียน ตัวเลขแรงม้าและความประหยัดไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะผู้ใช้จำนวนมากยังต้องการรถที่บรรทุกหนักได้ ลากพ่วงได้ และทนต่อการใช้งานหนักในชีวิตจริง
หากรถกระบะ PHEV มีแบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น แต่ต้องแลกกับการบรรทุกน้อยลงหรือลากจูงได้น้อยลง ก็อาจไม่ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มหลักของ Hilux ที่คาดหวังความทนทานและความสามารถเชิงพาณิชย์เป็นอันดับต้น ๆ
คู่แข่งเริ่มมี PHEV แล้ว Toyota ยังเลือกทางของตัวเอง
ปัจจุบันตลาดรถกระบะ PHEV เริ่มคึกคักขึ้น โดย Carscoops ระบุว่ามีทั้ง Ford Ranger PHEV ในบางตลาดนอกอเมริกาเหนือ รวมถึงรถกระบะปลั๊กอินไฮบริดจากค่ายจีน เช่น BYD Shark 6, GWM Cannon Alpha, Nissan Frontier Pro และรถรุ่นใหม่จาก Chery ที่กำลังตามมา
อย่างไรก็ตาม Toyota เลือกเดินเกมต่างออกไป โดย Hilux เจเนอเรชันใหม่มีทางเลือกทั้งดีเซล, ดีเซลไมลด์ไฮบริด 48V, เวอร์ชันไฟฟ้าล้วน และยังมีแผนเพิ่มรุ่น Fuel Cell หรือ FCEV ในปี 2028 แทนที่จะรีบเปิดตัว PHEV ในทันที
Hilux EV ก็สะท้อนโจทย์เดียวกัน
อีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นความท้าทายของระบบไฟฟ้าในรถกระบะคือ Hilux BEV หรือรุ่นไฟฟ้าล้วน แม้จะให้แรงบิดจากมอเตอร์และตอบโจทย์การใช้งานแบบไร้มลพิษในบางพื้นที่ แต่พิกัดลากจูงที่ลดลงเหลือประมาณ 2,000 กก. ทำให้ Toyota ยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนนำระบบไฟฟ้ารูปแบบอื่นมาใช้กับรถกระบะงานหนัก
กล่าวง่าย ๆ คือ Toyota ไม่ได้มองว่า PHEV ไม่มีอนาคต แต่ยังมองว่าเทคโนโลยีต้องพร้อมพอที่จะรักษามาตรฐานของ Hilux ได้ก่อน โดยเฉพาะเมื่อชื่อ Hilux ถูกผูกกับภาพลักษณ์เรื่องความอึด ทน และใช้งานหนักมายาวนาน
PHEV อาจยังเหมาะกับรถเก๋งและ SUV มากกว่าในตอนนี้
จากท่าทีของ Toyota แผนระบบปลั๊กอินไฮบริดในระยะใกล้น่าจะยังเน้นไปที่รถยนต์นั่งและ SUV มากกว่ารถกระบะ เพราะรถกลุ่มนี้ไม่ได้มีภาระเรื่องบรรทุกและลากจูงหนักเท่ารถปิกอัพ
ในมุมของผู้ใช้ทั่วไป PHEV ยังมีข้อดี เช่น วิ่งในเมืองด้วยไฟฟ้าได้บางระยะ ประหยัดน้ำมัน และยังมีเครื่องยนต์ช่วยเมื่อเดินทางไกล แต่เมื่อนำมาใช้กับรถกระบะที่ต้องลากจูงหรือบรรทุกหนัก ระบบต้องผ่านโจทย์ที่ยากขึ้นมาก
อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถึงกับไม่เกิดสักทีเดียวเพราะผู้บริหาร Toyota ระบุว่ายังมองหาโซลูชันระบบขับเคลื่อนใหม่ ๆ อยู่เสมอ แต่ต้องมั่นใจก่อนว่าระบบนั้นเหมาะกับตลาดและตอบโจทย์ลูกค้าจริง ดังนั้น Hilux PHEV อาจมีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต หากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ มอเตอร์ น้ำหนักระบบ และต้นทุนพัฒนาไปถึงจุดที่ไม่กระทบความสามารถหลักของรถกระบะ แต่ในตอนนี้ Toyota ยังเลือกไม่เร่งรีบ
ปิดท้าย
แม้ตลาดรถกระบะ PHEV จะเริ่มน่าสนใจมากขึ้น แต่ Toyota ยังไม่รีบส่ง Hilux Plug-in Hybrid ออกสู่ตลาด เพราะมองว่าระบบปลั๊กอินไฮบริดในปัจจุบันยังอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มและกระทบความสามารถด้านบรรทุกและลากจูง ซึ่งเป็นหัวใจของลูกค้า Hilux
ท่าทีนี้สะท้อนแนวทางของ Toyota ที่เลือกความพร้อมของเทคโนโลยีและการใช้งานจริงมากกว่าการรีบตามกระแส หากวันหนึ่ง Hilux PHEV จะเกิดขึ้นจริง ก็คงต้องเป็นเวอร์ชันที่ยังรักษาความแข็งแกร่งแบบรถกระบะไว้ได้ ไม่ใช่แค่เพิ่มช่องเสียบปลั๊กเพื่อแข่งกับคู่แข่งเท่านั้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


