เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

เลือกโรงเรียนนานาชาติให้เหมาะกับลูกคุณ

เลือกโรงเรียนนานาชาติให้เหมาะกับลูกคุณ

เลือกโรงเรียนนานาชาติให้เหมาะกับลูกคุณ เกี่ยวกับ โรงเรียนนานาชาติ

เด็กไทยที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติจะไม่สามารถเขียนอ่านภาษาไทยได้ เพราะโรงเรียนนานาชาติจะให้ความสำคัญกับภาษาไทยน้อย จุดอ่อนของโรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่ คือวัฒนธรรมและการแสดงออกที่ค่อนข้างเป็นฝรั่งโดย ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์

ในยุคที่การสื่อสารข้ามพรหมแดนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน และจะยิ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ คุณพ่อ คุณแม่ ในหลายครอบครัว จึงมีความคิดส่งลูกหลานเข้าศึกษาในโรงเรียนนานาชาติให้ได้มากที่สุดเท่าที่สภาพเศรษฐกิจของครอบครัวเอื้ออำนวย ขณะที่โรงเรียนเองก็มีการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อรองรับกับความต้องการนี้ จึงทำให้ครอบครัวในประเทศไทย มีทางเลือกมากขึ้นในการส่งเสริมและสนับสนุนลูกหลาน ให้มีโอกาสได้เข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ ตั้งแต่วัยอนุบาลโดยไม่ต้องเดินทางต่างประเทศ เพิ่มโอกาสให้ครอบครัวไทยมากขึ้น

สำหรับระบบการศึกษานานาชาติในประเทศไทยมี 3 หลักสูตรใหญ่ที่แตกต่างกัน คือ
1. หลักสูตรอังกฤษ (British National Curriculum) ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด
2. หลักสูตรที่จัดทำโดยองค์กรเอกชน หรือ International Baccalaureate (IB)
3. หลักสูตรอเมริกัน

หลักในการเลือกโรงเรียนนานาชาติให้เด็กไทย

อนุบาลเด่นหล้าอลิสัน เทอร์เนอร์ อาจารย์ใหญ่ Denla British School
คุณอลิสัน เทอร์เนอร์ อาจารย์ใหญ่ของ Denla British School แนะนำเทคนิคในการเลือกโรงเรียนนานาชาติมาให้เหล่าคุณแม่ด้วย ดังนี้

1. มองเป้าหมายของลูกและของครอบครัวเป็นอันดับแรก
พ่อแม่ต้องถามตัวเองว่าอยากให้ลูกเป็นผู้ใหญ่แบบไหนเมื่อเรียนจบ อยากให้ลูกเรียนต่อต่างประเทศและเติบโตเป็นประชากรของโลกหรืออยากให้อยู่ในเมืองไทยเหมือนพ่อแม่ รวมทั้งคำนึงถึงประเทศที่ต้องการจะส่งลูกไปเรียนต่อ เพราะแต่ละประเทศจะมีวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกระบบที่สามารถปูพื้นฐานให้ลูกได้
2. เลือกโรงเรียนที่ตรงกับเป้าหมายข้างต้น
ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับจุดยืนของโรงเรียน และเลือกโรงเรียนที่มีแนวคิดตรงกับเป้าหมายของคุณ อย่าเลือกโรงเรียนแล้วคาดหวังว่าโรงเรียนจะเหมาะกับลูกของคุณ เพราะโรงเรียนต้องหนักแน่นในปรัชญาของตัวเองเช่นกัน
3. เข้าไปดูโรงเรียนเพื่อดูวิธีการสอน
นอกจากจะดูสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์การเรียนที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของลูกแล้ว พ่อแม่ควรเข้าไปพูดคุยกับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน รวมทั้งดูวิธีการสอนของครูด้วย การเรียนการสอนที่ดีจะต้องเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกัน โดยครูจะเป็นผู้ที่ปลดล็อกการเรียนรู้ และเป็นตัวอย่างในการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน การมีส่วนร่วมจะทำให้นักเรียนรู้สึกสบายใจในการเรียน มีความภาคภูมิใจในตัวเอง คิดบวก ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดอนุบาลเด่นหล้าดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ (นั่ง) และ ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ (ยืน) ผู้บริหารโรงเรียนเด่นหล้า

ดร.ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า สาขาเพชรเกษม และ Denla British School (DBS) กล่าวว่า แม้ว่าการเรียนในโรงเรียนนานาชาติจะช่วยให้เด็กสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องเหมือนเจ้าของภาษา แต่ก็มีจุดอ่อนอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะวิธีคิดและการแสดงออกที่อาจจะไม่สอดคล้องกับสังคมนอกโรงเรียน โดยเฉพาะกับครอบครัว
อนุบาลเด่นหล้า

สำหรับ  Denla British School  เป็นโรงเรียนที่สร้าง “เด็กไทยที่มีความเป็นสากล” คือมีทั้งทักษะภาษาอังกฤษ ความกล้าแสดงออก และความคิดสร้างสรรค์อย่างชาวตะวันตก แต่ยังคงมีรากฐานของวัฒนธรรมไทย

หลักสูตรของ Denla British School ที่นำมาใช้สอนนักเรียน เรียกว่า “Enhanced English National Curriculum” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 แกนหลักของโรงเรียน ได้แก่

1. Enhanced English National Curriculum: การเสริมกิจกรรมอย่างรอบด้านผ่านชั่วโมงกิจกรรมหลังเลิกเรียนตามแบบโรงเรียนเอกชนในอังกฤษ ทั้งการเล่นกีฬาเป็นทีม การเล่นดนตรีเป็นวง การแสดงละครเวที
2. วิชาการ: การเพิ่มชั่วโมงการเรียนรู้ทางวิชาการให้สมดุลกับกิจกรรม ให้เด็กได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ เพราะมีเวลาเรียนและเวลาทำกิจกรรมมากขึ้น
3. ทักษะการเป็นผู้ประกอบการ: การสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการเป็นผู้ประกอบการ ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ ความกล้าหาญในการตัดสินใจและลงมือทำ การค้นพบตัวเอง และความรักในงานที่ทำ ผ่านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ต่างๆ
4. ภาษาและวัฒนธรรมไทย: การสอนทักษะภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย เน้นการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันให้อ่านออกเขียนได้ รวมทั้งส่งเสริมเรื่องวัฒนธรรมเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง โดยเฉพาะรากฐานของวัฒนธรรมไทยที่น่าชื่นชม เช่น ความมีน้ำใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน สัมมาคารวะการเคารพผู้ใหญ่ และพระพุทธศาสนา

อนุบาลเด่นหล้า

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหลักสูตรและเทคนิคที่น่าสนใจมากมาย แต่สิ่งที่จะลืมไม่ได้ก็คือ “ตัวตน” ของลูกคุณ เพราะฉะนั้น ควรพิจารณาลักษณะนิสัยและความชอบของลูก ควบคู่ไปกับการตัดสินใจเลือกโรงเรียนด้วย เพราะเด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่มีความสุข ไม่กดดันหรือเครียดจนเกินไป Sanook! Women ก็ขอเอาใจช่วยทั้งคุณแม่และคุณลูกทุกคนนะคะ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ โรงเรียนนานาชาติ

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด