เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล

รวมอาการแปลกที่คนไม่ท้องไม่รู้

รวมอาการแปลกที่คนไม่ท้องไม่รู้

รวมอาการแปลกที่คนไม่ท้องไม่รู้ เกี่ยวกับ คนท้อง

Amarin Baby And Kids

สนับสนุนเนื้อหา

Pregnancy Surprise! อย่างนี้ก็มีด้วย
รวมอาการแปลกที่คนไม่ท้องไม่รู้

                ใครไม่ท้องก็คงไม่รู้ว่า แม่ท้องต้องเจอกับอาการแปลกๆ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่หากไม่ท้องก็คงไม่มีทางเกิดแน่นอน ว่าแต่อาการน่าเซอร์ไพรส์มีอะไรบ้างนะ

ป้ำๆ เป๋อๆ ขี้หลงขี้ลืม
                 อาการนี้แม่ท้องไตรมาสที่สามมักเป็นกันเกือบทุกคน เช่น มือซ้ายถือโทรศัพท์ มือขวาถือถุงขยะ แต่สุดท้ายก็เลือกโยนโทรศัพท์ทิ้งถังแทนถุงขยะ ลืมแม้กระทั่งนัดสำคัญๆ ของคุณหมอ ลืมว่าล็อคบ้านหรือยัง ลืมว่าเอาลูกคนโตเข้านอนอีกห้อง แล้วตื่นตกใจนึกว่าลูกหาย ลืมไปว่าเขียนคิ้วไปข้างเดียวแล้วออกไปซื้อของข้างนอก หรือลืมแม้กระทั่งวันนี้ทำอะไรไปบ้าง เป็นต้น หากปกติเป็นแบบนี้อยู่แล้ว เวลาคุณท้องละก็ อาจเป็นหนักกว่าเดิมค่ะ

                ทำไม?อาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติของเหล่าแม่ท้อง เกิดจากฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ที่ไปรบกวนการทำงานของสมอง รวมถึงอาการนอนหลับยากของแม่ท้องก็ไปเพิ่มให้สมองทำงานด้อยลงไปด้วย


ฝันประหลาด
นี่ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่เป็นกลไกปกติของร่างกายของแม่ท้อง ที่มักจะฝันหวือหวา ฝันพิลึกพิลั่น ฝันวาบหวิว ฝันแบบแฟนตาซีสุดๆ เรียกว่าฝันไม่หยุดจนเหนื่อยไปเลย

                ทำไม?ความฝันคือภาพสะท้อนของจิตใจและอารมณ์ของเรา เมื่อตั้งครรภ์คุณแม่ต้องเจอกับสภาวะแปลกใหม่และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เต็มไปหมด หลายคนจึงเครียดและกดดัน ดังนั้นช่วงที่เราหลับสมองจึงทำงานอย่างหนักเพื่อปลดปล่อยความเครียด เรียบเรียงข้อมูลต่างๆ หรือขจัดข้อมูลที่ไม่จำเป็นที่เราได้รับมามากมายในแต่ละวันนั่นเอง


จมูกไวเกิน
หนึ่งในอาการยอดฮิตของแม่ท้องไตรมาสแรกคือ จมูกไวต่อกลิ่นมากๆ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้นตามไปด้วย บางคนไวขนาดที่ว่า คุณสามีแปรงฟันมาแล้วยังรู้เลยว่าก่อนหน้านี้ไปกินอะไรมา หรือกลิ่นน้ำหอมที่เคยหอมกลับเหม็นจนต้องเอาไปทิ้ง หรือเหม็นแม้กระทั่งกลิ่นของสามี

                ทำไม?อาการที่ว่ามานี้ล้วนเกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เปลี่ยนแปลงตอนตั้งครรภ์ทั้งสิ้น ทำให้การรับกลิ่นของคุณแม่ไวมากขึ้น เซ้นซิทีฟมากขึ้น ซึ่งอาการนี้ล้วนกระตุ้นให้คุณแม่เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้มากขึ้นกว่าเดิม วิธีแก้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นทำให้เกิดกลิ่น เช่น งดใช้น้ำหอม น้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีกลิ่นฉุน เลือกอาหารที่กลิ่นไม่แรง เป็นต้น และไม่ต้องห่วง พอพ้นไตรมาสแรกไปแล้วอาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ หายไป


หลับยากหลับเย็น
ทั้งๆ ที่ปกติหลับง่าย หลับยาว ไม่ตื่นกลางดึก แต่หากคุณท้องเมื่อไร โดยเฉพาะในไตรมาสสาม ทั้งนอนยาก หลับๆ ตื่นๆ  ตื่นกลางดึกจะแวะมาหาคุณทันที กลายเป็นปัญหาแม่ท้องระดับโลกที่สถาบันวิจัยหลายๆ แห่งพบว่า 4 ใน 5 ของแม่ท้อง จะมีปัญหาเรื่องการนอนเกือบทุกคน

                ทำไม?สาเหตุเกิดได้จากหลายๆ ปัจจัย ได้แก่ ปวดปัสสาวะบ่อย เป็นตะคริวกลางดึก ท่านอนไม่สบาย (นอนตะแคงได้อย่างเดียว) กรดไหลย้อนเล่นงาน หรือปกติหลับยากอยู่แล้ว ก็ยิ่งหลับยากเข้าไปใหญ่ ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นส่งผลถึงสุขภาพกายและอารมณ์ของแม่ไม่มากก็น้อย ดังนั้นหากคุณแม่หลับยากในตอนกลางคืน อาจหาเวลางีบในตอนกลางวันบ้างเพื่อให้ร่างกายได้พักบ้างนะคะ


มองเห็นไม่ชัด
จู่ๆ ก็มองภาพไม่ชัด ต้องเพ่งอยู่นาน หรือโฟกัสภาพไม่ได้ ทั้งๆ ที่ก่อนท้องสายตาก็ปกติดี หลายคนกังวลไม่น้อย นึกว่าสายตาสั้นขึ้นหรือยาวกว่าเดิม เกือบจะจูงมือสามีพากันไปตัดแว่นใส่เสียแล้ว ขอบอกว่า พอคลอดเจ้าตัวน้อยแล้ว เดี๋ยวก็หาย

                ทำไม?เพราะฮอร์โมนและการคั่งของของเหลวในร่างกายคุณแม่ มีส่วนทำให้กระจกตาของคุณแม่หนาขึ้นกว่าปกติ จึงทำให้มองเห็นภาพไม่ชัด นอกจากเรื่องนี้ คุณแม่อาจประสบกับอาการตาแห้งและไวต่อสิ่งกระตุ้นได้มากกว่าเดิม วิธีบรรเทาคือหมั่นหยอดน้ำตาเทียมเพื่อลดการระคายเคือง หรือหากการมองเห็นของคุณแม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาจักษุแพทย์ แต่...หากเห็นภาพซ้อน เบลอมากๆ ร่วมกับอาการคลื่นไส้ เวียนหัว ปวดหัวล่ะก็ ต้องรีบไปหาคุณหมอสูติโดยด่วนค่ะ เพราะอาจเป็นอาการของครรภ์เป็นพิษได้


ผมดกหนา
ใครเป็นคนผมบาง คราวนี้ก็ยิ้มออก เพราะจู่ๆ ผมก็หนาดกดำ สวยและมีน้ำหนักขึ้นมาเสียอย่างนั้น และไม่ใช่แค่ผม แต่เล็บ ขนตา ก็ยาวเร็วกว่าปกติด้วย

                ทำไม?มีแม่ท้อง 85-95 เปอร์เซ็นต์ ที่ผมดกหนาขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนอีก 5-15 เปอร์เซ็นต์นั้นเหมือนเดิม เหตุเนื่องจากการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ไปทำให้การหลุดร่วงของเส้นผมลดน้อยลง หรือบางคนจากผมหยักศกกลายเป็นผมตรงได้ด้วย แต่หลังจากคลอดไปแล้ว สภาพเส้นผมจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม และเริ่มร่วงมากๆ จนหลายคนกังวล แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะร่วงอย่างนี้ประมาณ 3-4 เดือนแรก และกลับมาปกติภายใน 6-12 เดือนค่ะ


เท้าโตขึ้น
มีไม่น้อยที่ต้องแปลกใจว่าระหว่างตั้งครรภ์ ขนาดเท้าของตัวเองเปลี่ยนเป็นใหญ่ขึ้น ต้องเสียทรัพย์ซื้อรองเท้าไซส์ใหญ่กว่าเดิมถึง 1 เบอร์เลยทีเดียว แถมเท้ายังดูบวมๆ อูมๆ น่ารักเชียว

                ทำไม?เพราะว่ามีการคั่งของของเหลวในร่างกายเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น สรีระของเท้าจึงปรับสภาพให้เหมาะสมต่อน้ำหนัก กระดูกเท้าจึงขยายออกและแบนขึ้น ทำให้ขนาดเท้าใหญ่ขึ้นกว่าเดิม แอบกระซิบว่า ขนาดเท้าของคุณแม่ขยายแล้วขยายเลย หลังคลอดไปแล้วก็ไม่หดกลับ ดังนั้นการเปลี่ยนไซส์รองเท้าของคุณแม่ตอนท้องจึงเป็นการเปลี่ยนไซส์แบบถาวร ถือโอกาสพาคุณพ่อไปช็อปปิ้งเปลี่ยนรองเท้าทั้งเซ็ตเสียเลย


เหงื่อออกตลอดเวลา
ชวนให้หงุดหงิดกับอาการเหงื่อไหลไคลย้อยตลอดเวลา แถมทำให้มีกลิ่นตัวเพิ่มไปอีก ขนาดหนาวๆ หรือกลางค่ำกลางคืนเหงื่อยังออก อ้อ! ตัวร้อนกว่าปกติด้วยนะ

                ทำไม?ที่เหงื่อของคุณแม่ออกง่ายกว่าปกติ ตัวร้อนกว่าเดิม นั่นเพราะร่างกายของคุณแม่มีอัตราการเผาผลาญที่เพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ (ก็เจ้าตัวน้อยในท้องมาช่วยเพิ่มพลังงานนั่นไง) และทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นด้วย จึงไม่แปลกที่เหงื่อจะออกตลอดเวลา ดังนั้นคุณแม่ควรใส่เสื้อผ้าที่สบายๆ ระบายเหงื่อได้ดี ดื่มน้ำเยอะๆ หลีกเลี่ยงแสงแดด หากมีกลิ่นตัวแรงก็ควรเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรงด้วย


อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ
คุณสามีหลายต่อหลายคนถึงกับกุมขมับ เพราะอารมณ์ของคุณภรรยาผันผวนแปรปรวนอย่างกับคลื่นในมหาสมุทร เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวหงุดหงิด เดี๋ยวเศร้า อย่าว่าแต่สามีรับมือกันไม่ถูกเลย ตัวคุณแม่ก็รับมือไม่ทันเช่นกัน

                ทำไม?เพราะการตั้งครรภ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและเอสโทรเจนอย่างมากนั่นเอง รวมถึงการตั้งครรภ์ยังทำให้ชีวิตประจำวันของคุณแม่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมด้วย ไหนจะอาการคนท้องที่ชวนให้หงุดหงิด ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวทับถมเข้าไปอีก ซึ่งจะเป็นมากๆ ในช่วงไตรมาสแรกนี่แหละ แล้วก็จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่หลังคลอดไปแล้วก็สามารถเกิดขึ้นได้อีก ดังนั้นคนใกล้ตัวต้องทำใจและเข้าใจคุณแม่ให้มากๆ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

                ยังมีอาการน่าเซอร์ไพรส์อีกมากมาย ซึ่งแม่ท้องแต่ละคนก็ประสบพบเจอแตกต่างกันไป บางเรื่องก็ชวนขำ บางเรื่องก็ชวนหัวเสีย แต่เชื่อเถอะว่าคุณจะผ่านพ้นไปได้ และนึกถึงเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยรอยยิ้มอย่างแน่นอน 

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด