5 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ เกี่ยวกับ บุ๋ม ปนัดดา

5 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ เกี่ยวกับ บุ๋ม ปนัดดา

5 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ เกี่ยวกับ บุ๋ม ปนัดดา เกี่ยวกับ บุ๋ม ปนัดดา

นิตยสาร 247

สนับสนุนเนื้อหา

1. เธอมีอาชีพรับจ้าง
 
247 - นิยามอาชีพตัวเองได้ไหมตอนนี้

ปนัดดา - (ตอบทันที) รับจ้างค่ะ ส่วนใหญ่เวลาไปตามต่างประเทศ ไม่กล้าเขียนมิสไทยแลนด์ (หัวเราะ) ใครถามอะไรเราจะตอบอย่างนี้ เพราะว่าเรารับจ้างทั่วไปจริงๆ นี่ สมมุติว่าวันนี้จ้างบุ๋มไปดำนา ก็เออ เอาสิไป (หัวเราะ) ให้เลี้ยงควาย เล่นเกมแข่งขันก็ไป หนัดดาเลยบอกว่าอาชีพตัวเองคือรับจ้าง ตอนถ่ายแบบให้ 24 7 ช่างภาพสั่งมาอยากให้ทำอะไรทำเลย เราเป็นดาราตามสั่งอยู่แล้ว ซึ่งเราอาจจะเป็นคนที่เน้นการทำงานที่รวดเร็ว แล้วก็ได้งานอย่างที่ใช่ เลยไม่ชอบอะไรเยิ่นเย้อ เราทำงานออกมาตามสั่งได้ คนจ้างเราก็ได้งานออกมาดี จบในเวลา

 

2. เรื่องที่ว่าเธอดุหรือเหวี่ยง คนคิดกันไปเองทั้งนั้น
 
247 - เคยได้ยินมาว่า คุณดุ เหวี่ยง จริงไหม

ปนัดดา - หลายคนบอกว่า บุ๋มดุ เหวี่ยง บุ๋มไม่ได้เหวี่ยงนะ แต่นิสัยคนไทยคือห้ามถามถ้าเขาทำผิด ตัวบุ๋มเองนัดกี่โมงเรามาเป๊ะ ถ่าย GM กี่ครั้ง บุ๋มก็เป๊ะตลอดเวลา เพราะถือว่าเราให้เกียรติกัน ไม่ใช่ว่าเป็นดาราใหญ่แล้วจะต้องมาสายได้ เราอยู่ตำแหน่งไหน เป็นคอลัมนิสต์ เป็นช่างภาพ เป็นฝ่ายคอสตูม ช่างแต่งหน้า หรือดารา เราก็คือคนทำงานเหมือนกัน การมาตรงตามเวลานัดก็คือการให้เกียรติกันเบื้องต้นใช่ไหม (ยิ้ม) แต่กลายเป็นว่าพอบุ๋มถาม “ทำไมมาสาย” กับทีมงานบางคน เขากลับรู้สึกว่า “อุ๊ย ปนัดดาเหวี่ยง” ก็เอาไปเม้าท์กัน แต่จริงๆ คือกูไม่ได้เหวี่ยง แค่ถามเฉยๆ (หัวเราะ) หน้าบุ๋มอาจดูดุมั้ง แล้วบุ๋มก็เป็นคนเสียงทื่อๆ คนที่ไม่ชินก็บอกว่าเราเหวี่ยง เราก็นึกในใจ อุ๊ยตายแล้ว... เขาห้ามถามเนอะ (หัวเราะ) ก็ไม่รู้ไงว่าห้ามถาม แต่เราเป็นคนที่สงสัยก็ถามเลย จะได้ทำงานกันต่อไปได้ เราเน้นงานต้องออกมาดี มีอะไรก็ต้องเคลียร์กันไป มาสายก็อยากรู้ว่าเพราะอะไร เผื่อประสบการณ์ของคุณจะมาเป็นประสบการณ์ของฉันว่าเวลานี้รถมันติดมากนะ งานหน้าก็จะได้เผื่อเวลามาเร็วขึ้น มันต้องมองอย่างนี้ไง แล้วเก็บความผิดพลาดมาพัฒนาตัวเอง

 

3. เธอมองว่าเสียงดุๆ เป็นข้อเสียของตัวเอง
 
247 - มีอะไรที่คิดว่าเป็นข้อเสียของคุณที่คิดว่าบางคนอาจจะรับไม่ได้

ปนัดดา - บุ๋มเป็นคนเสียงดุ เอาจริง ไม่ได้ดั่งใจก็จะถามว่าทำไม ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นอย่างนั้นหรอก แต่นี่คือสันดาน (หัวเราะ) เราเป็นคนโผงผาง ต่อยก็ต่อยเลย ผู้ชายตัวใหญ่อย่างสามีบุ๋ม ยังขี้ตกใจกับเสียงบุ๋มเลย ถ้าไม่พอใจสีหน้าออกทันที บุ๋มเก็บสีหน้าไม่เก่ง บุ๋มก็จะแบบอะไร ทำไมทำไม่ได้ เป็นกับทุกคน สามีก็บอกว่าทุกคนไม่ได้คิดเร็วเหมือนคุณนะ ทุกคนไม่ได้ทำอะไรเร็วเหมือนคุณ จะมาให้ได้ดั่งใจคุณทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ เราก็อ๋อ...โอเค ก็ต้องมานั่งใจเย็นกันเพิ่มมากขึ้น ยังดีที่เขาเย็นใส่เราบ้าง

 

4. เธอนิยามคนรอบข้างเป็นสีเทา
 
247 - ตลอดระยะเวลาในวงการบันเทิง เรียนรู้อะไรจากวงการนี้บ้าง

ปนัดดา - ได้เรียนรู้จักคำว่า “คน” วงการนี้ทำให้เราได้รู้ว่าโอกาสในชีวิตต้องไขว่คว้าขนาดไหน ได้เรียนรู้ว่าคนเราไม่ใช่ขาวหรือดำเหมือนในละคร มันเป็นสีเทา ทุกคนเป็นสีเทา จะเทาเข้ม เทาอ่อน ขึ้นอยู่กับว่าคุณเอาความดำของคุณมาใส่มากแค่ไหน คนบางคนเคยเป็นศัตรูเกลียดขี้หน้ากันแทบตาย เจอกันวันก่อนยังทักทายกันยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางทีเราจะกลัวคนที่ร้ายกับเรา แล้วก็จะเชื่อคนที่ปากหวานกับเรา แต่ที่ผ่านมาทำให้เราเรียนรู้ว่าให้เลือกคบคนที่สีขาวของเขา และระมัดระวังสีดำของเขา เราจึงจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขทุกๆ ด้าน

 

5. เธอเคยอยู่แฟลตเล็กๆ มาก่อนที่จะมีบ้านหลังใหญ่ที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
 
247 - มองอนาคตตัวเองอีก 5-10 ปีไว้ยังไง

ปนัดดา - ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นดาราได้นานขนาดนี้ คิดว่าหลังอำลาตำแหน่งนางสาวไทยก็คงไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือ กับทำธุรกิจอะไรเล็กๆ น้อยๆ ตอนนั้นคิดแค่นั้น แต่ปัจจุบันชีวิตเรามันใหญ่กว่าสิ่งที่เคยเป็น เราเคยอยู่ในแฟลตเล็กๆ ปัจจุบันเรามีบ้านใหญ่โต มีลูก ตัวเองได้ใช้ชีวิตดีๆ อยากกินอะไรได้กิน โดยเฉพาะกินในสิ่งที่เราอยากกิน แต่วันนั้นเรากินไม่ได้เพราะไม่มีเงิน สุดท้ายเรากินไม่ได้มากหรอกมันอ้วน เวรกรรมจริงๆ (หัวเราะ) พอมาถึงตรงนี้ เลยยังงงๆ ว่าอนาคตอีก 5-10 ปีจะเป็นอย่างไร เรามีฝันนะ แต่ไม่อยากล่าฝันมาก เพราะเราเห็นชีวิตความเป็นจริงเยอะ ชื่อเสียงเงินทองบุ๋มไม่เชื่อว่ามันจะอยู่กับเราได้นาน มีมาก็ต้องมีไป ที่สุดแล้วอนาคตเราคงไม่ขออะไรมากเลย แค่มีความสุข ณ ทุกวันนี้ ชีวิตไม่มีหนี้ ได้ทำงานจุกจิก ได้เจอประชาชนบ้าง เจอเพื่อนๆ ดาราบ้าง วันนั้นเราอาจจะเป็นป้าแก่ๆ อยู่ในวงการมั้ง (หัวเราะ) หรือเป็นอาจารย์สอนทั่วไปเรื่อยๆ ทำธุรกิจกิ๊กก๊อกๆ ของบุ๋มไปเรื่อยๆ แค่นี้ก็พอใจแล้ว แต่ที่สำคัญคืออยากเห็นลูกมีความสุข อยากเห็นลูกปลอดภัย ก็พยายามใช้สองมือแม่ที่มีอยู่วันนี้ ปกป้อง และคุ้มครองเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เอาภาวะสังคมไปกดดันเขา ไม่เอาเขาออกงาน ให้เขาเป็นเด็กให้มากที่สุด อย่างที่เขาอยากเป็น

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด