ลูกเกด เมทินี แชร์ประสบการณ์การเป็นนางแบบมืออาชีพ

ลูกเกด เมทินี แชร์ประสบการณ์การเป็นนางแบบมืออาชีพ

ลูกเกด เมทินี แชร์ประสบการณ์การเป็นนางแบบมืออาชีพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Lukkade Talks Model Career
ลูกเกด เมทินี แชร์ประสบการณ์การเป็นนางแบบมืออาชีพ

#แม่ก็คือแม่ กลายเป็นแฮชแท็กที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายนับตั้งแต่รายการ The Face Thailand ซีซั่นที่ 2 เริ่มออกอากาศ และหนึ่งใน ‘แม่’ ที่ผู้คนกล่าวถึงกันอยู่เสมอเพราะยกให้เป็น ‘ตัวแม่’ แห่งแวดวงนางแบบเมืองไทยก็คือเมนเทอร์มากฝีมืออย่าง ‘ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม ชาร์พเพิลส์’ ที่วันนี้เธอจะมาแชร์ประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 20 ปี กับการทำงานในแวดวงแฟชั่นและวงการบันเทิง รวมถึงบทบาทที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอกับการเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ‘น้องสกาย ชาร์พเพิลส์’

เริ่มต้นเส้นทางสายนางแบบด้วยเวทีนางงาม
“ตั้งแต่แรกเลยที่พี่เกดกลับมาเมืองไทยใหม่ๆ จริงๆ ใจเราอยากจะเป็นนางแบบเลยนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ไม่รู้จะเข้าไปยังไง ก็เลยไปประกวด Miss Thailand World แล้วพอได้ตำแหน่งมาก็ได้เริ่มได้เดินแบบ ถ่ายแบบ ซึ่งก็กลายเป็นเข้าทางเราเลย แล้วสมัยแรกๆ ยังเดินไม่เป็นเลยนะ เดินเหมือนเป็ดเลย แต่ก็พยายามพัฒนาให้ดีขึ้นๆ เรื่อยๆ”

Picture Credit : instagram @metinee


เป็นนางแบบไม่ใช่เรื่องง่าย
สำหรับใครที่เคยคิดว่าการเป็นนางแบบคืออาชีพที่สบายได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ เดินไปเดินมา หรือโพสท่าให้ตากล้องถ่ายแล้วก็จบคงจะต้องลองคิดใหม่ เพราะลูกเกดยืนยันกับเรามาแล้วว่า “อาชีพนางแบบเนี่ย มันไม่ใช่อาชีพที่ Glamourous ไง คนที่จะเป็นได้ก็ต้องสตรองจริงๆ ต้องเป็นคนที่จิตใจเข้มแข็ง เพราะนางแบบต้องดูแลรูปร่างตลอดเวลา ออกกำลังกายเป็นประจำ ต้องอดบ้างก็มี แล้วเหนื่อยนะ ไม่ใช่ไม่เหนื่อย บางทีต้องยืนใส่บิกินี่ ถ่ายแบบในที่ๆ แบบโคตรหนาว ไปยืนกลางสี่แยก แดดร้อนๆ แต่ใส่เสื้อโค้ท หรือบางทีต้องไปเดินแบบแล้วใส่ร้องเท้าที่เจ็บที่สุดในโลก ปวดเท้ามาก(ลากเสียงยาว) แต่เราก็ต้องทน เพราะฉะนั้นมันไม่ Glamourous เลย มันต้องอดทนมาก”

กลายเป็นนางแบบระดับท็อปของเมืองไทยขนาดนี้แล้ว มีอะไรที่เสียดายว่าไม่ได้ทำบ้างไหม
“พี่เคยคิดอย่างอยากบุกตลาดอินเตอร์ แต่ด้วยความรับผิดชอบทางนี้และอะไรหลายๆ อย่าง ก็เลยไม่สามารถไปได้ แต่ก็ไม่ได้เสียดายมากขนาดนั้นนะ เพราะกับจุดที่เรามาถึงทุกวันนี้เราก็แฮปปี้มาก แต่ถ้าในวงการบันเทิงเมืองไทยที่ยังไม่ได้ทำก็คงเสียดายที่ร้องเพลงไม่เป็น เลยไม่ได้ออกเทป อีกอย่างก็ละครเวที ที่ถ้ามีเข้ามาจริงๆ ก็คงไม่กล้ารับ เพราะการเล่นละครเวทีมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ไม่รู้ว่าเราจะทำได้รึปล่าว”

Picture Credit : instagram @metinee

ชอบบทบาทไหนที่สุด ตั้งแต่เริ่มทำงานมา
“พี่รักอาชีพนี้มาก รักการเป็นนางแบบมาก แต่ที่ชอบที่สุดมันก็จะเปลี่ยนไปเป็นช่วงๆ นะ เพราะการเป็นนักแสดงก็ไม่นึกว่าเป็นอะไรที่เราจะได้ทำ”

‘ม้า อรนภา’ คือนางแบบในดวงใจ
“ไอดอลของเกดคือ ‘พี่ม้า-อรนภา กฤษฎี’ เกดเคยดูพี่ม้าเดินแบบตอนเกดอายุประมาณ 12 ที่พี่ม้าไปเดินแบบการกุศลที่นิวยอกร์ก เหมือนเป็น Thai Festival อะไรประมาณนั้น แล้วแม่เกดบอกว่า รู้มั๊ย คนเนี้ย เกิดมาไม่ใช่ผู้หญิงนะ เราก็แบบห๊ะ! แล้วทำไมสวยมาก สง่า ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยขนาดนี้มาก่อน แล้วนั่นก็ทำให้พอเรายิ่งโตก็ยิ่งอยากเป็นนางแบบ”

อยากเป็นนางแบบฟังทางนี้
“พี่ว่านางแบบทุกวันนี้จำเป็นต้องมี Agency คอยช่วยหางานให้ เพราะการแข่งขันมันสูงมาก เรามีคู่แข่งทั้งดารา นักร้อง นางแบบต่างชาติ แล้วการที่เรามีทีมที่ดีคอยช่วยมันก็มีผลดีต่อการวางภาพลักษณ์มากกว่าแน่นอน เพราะการเป็นนางแบบเราก็ต้อง Market ตัวเองว่าเราจะไปทางไหน จะเซ็กซี่มากน้อยแค่ไหน เลือกหัวนิตยสารที่เราจะลง อันไหนลงได้ อันไหนไม่ควรลงเราก็ต้องดูให้ดี”

จะมาเป็นนางแบบอย่างเดียวไม่ได้แล้ว ยุคนี้ต้อง ‘ครบเครื่อง’
“บอกก่อนเลยว่าคำว่า Super Model เดี๋ยวนี้มันไม่มีแล้ว เพราะทุกวันนี้มันเน้นขายความเป็นเซเล็บบริตี้ เพราะฉะนั้นเนี่ย ควรไปเรียนเพิ่มทักษะความสามารถอื่นๆ อย่าง เต้น ร้องเพลง การแสดง อะไรได้เรียนไปเลย เพราะการที่จะอยู่ได้นานมันต้องมีอย่างอื่นด้วย เมืองไทยจะโชคดีตรงที่สายงานในวงการมันไม่ตายตัวเหมือนอย่างเมืองนอกที่เป็นนางแบบไปเลยอย่างเดียว เป็นนักร้องไปเลยอย่างเดียว เพราะฉะนั้นเรายิ่งทำอะไรได้เยอะ มันก็เหมือนเป็นโบนัสของเรา อย่าคิดแค่ว่าหนูจะมาแค่เดินแบบอย่างเดียว มันไม่พอกินแน่นอน”

Picture Credit : instagram @metinee

สำหรับลูกเกด จะทำแค่งานในวงการอย่างเดียวไม่ได้
“คือ พอเราทำงานมาสักพัก เราจะรู้เราว่าเราต้อง Market ตัวเอง ใช้ความเป็นดาราหน้ากล้องให้เกิดประโยชน์ที่สุด ทุกวันนี้พี่ก็มีก็ธุรกิจร้านทำผม The Lounge ที่ต้องดูแล แล้วก็กำลังมองหาธุรกิจที่จะทำที่ภูเก็ตอยู่ แต่ก็ต้องเซอร์เวย์ก่อนเพราะคงต้องลงทุนสูงมาก”

สิ่งที่ได้จากการเป็นคุณแม่
“พี่เกดมีความสุขกับอาชีพคุณแม่มากๆ เลย สิ่งที่พี่อยากจะแชร์คือ การบาลานซ์ชีวิตของการเป็นแม่กับเวิร์คกิ้งวูแมนเนี่ยก็เหนื่อยนะ บางทีคิดถึงลูกมาก เพราะอาทิตย์นึงก็พี่อยู่กรุงเทพ 4 วัน ทำงานเต็มที่ แล้วอยู่ภูเก็ต 3 วัน แต่เราก็รู้สึกว่าน้องสกายเค้ามีความสุขมากกว่าที่ได้อยู่ที่โน่น ไม่ต้องมาใช้ชีวิตเร่งรีบเหมือนตอนอยู่กรุงเทพฯ”

เรื่องดูแลตัวเองก็ขาดไม่ได้
“ถ้าอยู่กรุงเทพฯ พี่ก็จะตื่นประมาณตี 5 มาออกกำลังกาย แล้วหลังจากนั้นก็ต้องลุยงานอย่างเดียว แต่ถ้าอยู่ภูเก็ต ก็ทำหน้าที่คุณแม่ ตื่นเช้าไปส่งลูกเรียน แล้วไปฟิตเนสกับคุณสามี ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง กลับบ้านทานข้าวกลางวัน แล้วก็อีเมล์ติดต่องาน เสร็จแล้วไปรับลูกกลับมา พาลูกไปวิ่งเล่นชายหาด หรือดินเนอร์ไทม์ แล้วก็อยู่กับลูกค่ะ ส่วนการกินเดี๋ยวนี้พี่ก็ค่อนข้างตามใจปากตัวเองพอสมควร ไม่ได้อยากผอมแห้งเหมือนเทรนด์เมื่อก่อน พี่แค่อยากดูดีและ Healthy”

ขอบคุณข้อมูล : http://www.vogue.co.th/fashion/article/lukkade-talks-model-career

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook