วิธีกำจัดพุงที่ได้มาจากการดื่มเบียร์

วิธีกำจัดพุงที่ได้มาจากการดื่มเบียร์

วิธีกำจัดพุงที่ได้มาจากการดื่มเบียร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คำพูดสองอย่างที่เป็นจริงเสมอในชีวิตของคนเราก็คือ  เราจะไม่รู้จักความหวานถ้าเราไม่เคยได้ลองรสเปรี้ยว และเราไม่สามารถจะดื่มเบียร์โดยไม่มีพุงตามมา การกำจัดพุง ที่เกิดจากผลพวงของการดื่มเบียร์ หรือที่เรียกกันว่า Beer belly อย่างง่ายที่สุด ก็คือ การเลิกดื่มเบียร์นั่นเอง

ลองมาดูความสัมพันธ์ระหว่างเบียร์กับพุงกันก่อน  จริง ๆ แล้ว มีการบันทึกไว้ว่า พุงนั้นไม่ใช้ผลโดยตรงของการดื่มเบียร์มาก แต่ปัญหาอยู่ที่การได้ปริมาณแคลอรี่มาก แต่ขยับเนื้อขยับตัวไม่เพียงพอ โดยทั่ว ๆ แอลกอฮอล์ ซึ่งรวมไปถึงไวน์ และเหล้าด้วยนั้น ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นด้วยกันทั้งหมด เพราะตับของเราจะเผาผลาญแอลกอฮอล์ก่อนไขมัน และเบียร์ ก็มีคาร์โบไฮเดรตเยอะ ซึ่งก็ทำให้ได้รับปริมาณแคลอรี่สูงเช่นกัน

ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันเอาไว้ที่หน้าท้องมากกว่าผู้หญิง และไขมันที่หน้าท้องนี้ ก็มีความเกี่ยวพันธ์กับปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือโรคความดันโลหิตสูง

เมื่อคุณต้องการจะกำจัดไขมันหน้าท้องนี้ แน่นอนว่า คุณต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย 5 เทคนิคต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณจัดการกับไขมันหน้าท้องได้ง่ายยิ่งขึ้น

1.       EPOC ย่อมาจาก Excess post oxygen consumption หรือที่มักจะเรียกกันว่า Afterburn ซึ่งก็หมายถึง แคลอรี่ ที่เราเผาผลาญ หลังการออกกำลังกาย การออกกำลังกายหนักและต่อเนื่อง จะทำให้มีการเผาผลาญสูง โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบ HIIT หรือ High Intensity Interval Training เป็นการออกำลังกายแบบเข้มข้น สลับกับผ่อนคลาย เช่น การวิ่งเร็วมาก สลับกับวิ่งช้า ๆ นั่นเอง คุณอาจจะเริ่มต้นด้วยการสลับเร็วและช้าในอัตรา 1:1 ก่อน แล้วค่อย ๆ ขยับเป็น 2:1 แล้วค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นเข้าไป วิธีนี้จะช่วยสลายไขมันหน้าท้องให้คุณได้เร็วขึ้น

2.       ใช้เทคนิคในการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง เลือกท่าที่จะช่วยให้ข้อต่อ และกล้ามเนื้อแข็งแรง ขณะเดียวกับไขมันก็ถูกเผาผลาญไป เช่นการยกน้ำหนัก ตั้งเป้าหมายไว้ว่า การยกน้ำหนักนั้น เพื่อสร้างความแข็งแรง ยิ่งนานวัน ความแข็งแรงก็เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเทคนิคนี้ ยังช่วยแก้ปัญหาผิวหนังเหี่ยว หย่อนคล้อย หลังการลดน้ำหนักให้คุณได้ด้วย

3.       กระตุ้นระบบพลังงานและการการเผาผลาญ หรือที่เรียกว่า Metabolic Conditioning คุณอาจจะเคยสังเกตเห็นว่า ในคลาสฟิตเนสนั้น จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวแบบไม่มีหยุด ซึ่งในข้อนี้ ไม่ได้หมายถึง Zumba และ CrissFit แต่พวกเขากำลังทำในส่วนที่เรียกว่าเป็น Nonstop part หลังจากการออกกำลังกายอย่างหนัก และสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งเรียกว่าเป็น met-cons หรือ Metabolic conditioning ซึ่งก็เหมือนกับ HIIT ฝึกหนักสลับเบา กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ เร่งการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด สลับกับการเร่งอัตราการเผาผลาญ

4.       การควบคุมอาหาร เนื่องจากการที่เราจะมีน้ำหนักลด หรือน้ำหนักเพิ่มนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าปริมาณแคลอรี่ ที่รับประทานเข้าไป กับปริมาณที่เผาผลาญออก อะไรมากกว่ากัน หากเรารับประทานเข้าไปมากกว่า น้ำหนักก็ย่องเพิ่มมากขึ้น ความหนาแน่ของกล้ามเนื้อก็น้อยกว่าไขมัน การเลือกอาหารที่จะรับประทานเข้าไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ เลือกอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป และมีคุณค่าต่อร่างกายเป็นหลัก รวมทั้งอาหารที่มีโปรตีนสูง นอกจากนี้ งดของว่างและมือดึก ก็เป็นสิ่งที่จะช่วยให้การลำไขมันหน้าท้องเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

5.       กิจกรรมเผาผลาญไขมันที่ไม่ใช่การออกกำลังกาย หรือที่เรียกว่า NEAT หรือ Non-exercise activity thermogenesis เช่น การเดินไปทำงานตอนเช้า และกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยให้มีการเผาผลาญนั้น จัดว่าเป็น NEAT ทั้งหมด กิจกรรมเหล่านี้ควรทำควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ และวิธีง่าย ๆ อย่างหนึ่ง ก็คือพยายามอย่านั่งติดเก้าอี้ตลอดทั้งวัน ขยับเขยื้อนลุกเดินบ่อย ใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์ และจอดรถให้ไกลที่ทำงานออกไปอีกสักหน่อย เพียงแค่นี้ ก็ช่วยการเผาผลาญในแต่ละวันให้มากขันได้แล้ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook