13 เทคนิค พิชิตคราบสกปรก ให้คุณซักผ้าแบบมืออาชีพ

13 เทคนิค พิชิตคราบสกปรก ให้คุณซักผ้าแบบมืออาชีพ

13 เทคนิค พิชิตคราบสกปรก ให้คุณซักผ้าแบบมืออาชีพ เกี่ยวกับ บ้าน

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

งานซักผ้าเป็นงานแสนน่าเบื่อที่ใครหลายๆ คนรู้สึกว่าไม่อยากทำ แต่ขุ่นแม่ Sanook! Home จัดเทคนิคการซักผ้ามาเสิร์ฟถึงบ้าน ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่จะทำให้คุณซักผ้าได้แบบมืออาชีพ

1.ดูเรื่องอุณหภูมิ การกำหนดอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าแต่ละชนิดเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำความสะอาดเสื้อผ้าง่ายและสะดวกขึ้น เช่นน้ำเย็นเหมาะสำหรับผ้าเนื้อบาง ผ้าที่หดตัวได้ง่าย ส่วนน้ำอุ่นเหมาะกับเนื้อผ้าที่มีความสกปรกระดับปานกลาง ส่วนน้ำร้อนนั้นเหมาะกับผ้าที่สกปรกมาก และผ้าขาว

2.ทำอย่างไรให้ผ้าขาวสะอาด เมื่อผ้าสีขาวที่คุณสวมใส่กลายเป็นสีเทา หรือสีเหลืองนั้นอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่นการใช้ผงซักฟอกที่ไม่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด น้ำที่ซักมีอุณหภูมิต่ำเกินไป ดังนั้นคุณอาจใช้สารฟอกขาวช่วยในการซักผ้า

3.ป้องกันผ้าสีซีด มันเป็นเรื่องน่าเศร้าเมื่อกางเกงสีดำเข้มของคุณกลับซีดไม่เข้มสวยงามเหมือนเดิม ดังนั้นวิธีแก้ไขคือการกลับผ้าด้านในออกมาไว้ด้านนอกก่อนจะนำไปซักหรืออบแห้งเพื่อลดอาการสีตก และควรเช็คอุณหภูมิของน้ำด้วยว่าไม่ควรร้อนจนเกินไป โดยเช็คสลากที่ติดมากับเสื้อผ้าไปร่วมกัน

4.ป้องกันผ้าหด สาเหตุที่ทำให้ผ้าหดไม่ได้เกิดจากการอบผ้า แต่เกิดจากการซัก วิธีแก้ไขไม่ให้ผ้าหดตัวได้ดีที่สุดคือการใช้น้ำเย็นในการซักผ้า จากนั้นนำมันขึ้นมาตากและแขวน หรือถ้าจะใช้เครื่องเป่าให้มันแห้งก็อย่าตั้งอุณหภูมิสูง

5.ป้องกันผ้าสีตก วิธีทดสอบผ้าว่าสีตกหรือไม่ให้นำผ้านั้นไปแช่น้ำเปล่าก่อนนำเข้าเครื่องซักผ้า หากน้ำเปล่าสีใสๆ กลายเป็นสีเดียวกับเสื้อผ้าแสดงว่าคุณควรแยกซักผ้าชิ้นนั้นออกจากผ้าชิ้นอื่น

6.วิธีซักเสื้อชั้นใน วิธีที่เหมาะสมเมื่อคุณจะซักเสื้อชั้นในนั่นคือควรใส่ในถุงตาข่าย ไม่ควรโยนชุดชั้นในลงในเครื่องซักผ้าเพราะตะขอหรือสายเสื้อชั้นในอาจไปพันกันภายในเครื่องซักผ้า แต่วิธีที่ช่วยถนอมอายุชุดชั้นในได้ดีที่สุดคือการซักชุดชั้นในด้วยมือ ใช้น้ำยาซักผ้าแบบอ่อน ซักประมาณ 3-5 นาที หรือจะแช่น้ำยาซักชุดชั้นในไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น จากนั้นวางชุดชั้นในแบนราบกับผ้าขนหนู จากนั้นม้วนและบีบมันเบาๆ เพื่อให้ผ้าขนหนูช่วยซับน้ำออก

7.จำกัดสารซักฟอก หลายคนยังเชื่อว่าเวลาซักผ้าให้ใส่สารซักฟอก น้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกมากๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วผงซักฟอกน้อยดีกว่ามาก เพราะสารซักฟอกนั้นกลับไปสร้างคราบสกปรกบนเสื้อผ้าได้มากกว่า อีกอย่างหนึ่งคือ สารซักฟอกที่เทลงในเครื่องซักผ้ามันกลับไปติดข้างภายในเครื่องมากกว่าจะช่วยทำความสะอาดเสื้อผ้า

8.เรียงลำดับการซัก เวลาซักผ้าคุณควรเรียงสีเสื้อผ้า อุณหภูมิน้ำ คราบสกปรก เช่นผ้าขาวควรแยกมันออกไว้ต่างหาก โดยเฉพาะต้องแยกมันออกจากผ้าที่สีตกได้ง่าย ส่วนผ้าสีสว่างอาจจะแยกมันเป็นกลุ่มๆ เช่นสีพาสเทล สีสว่าง ส่วนผ้าสีดำก็แยกมันออกมาจากผ้าสีอื่นๆ ผ้าที่สกปรกมากก็ควรแยกมันออกมาเพราะมันอาจทำให้ผ้าชิ้นอื่นสกปรกไปด้วย

9.เลือกผงซักฟอกที่เหมาะสม สารซักฟอกแบบน้ำเหมาะสำหรับกำจัดคราบฝังแน่นหรือคราบอาหาร สำหรับสารซักฟอกแบบผงแป้งเหมาะกับเสื้อผ้าทั่วไป

10.อย่าลืมใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม ลดการเกิดรอยยับบนเนื้อผ้าด้วยการใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มจะเป็นแบบน้ำหรือแบบแผ่นก็ได้ แต่คุณควรละลายน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เจือจางก่อนจะเทลงไป และห้ามเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงบนเนื้อผ้าโดยตรง

11.อย่าปล่อยเสื้อผ้าที่ซักทิ้งไว้ในเครื่องซักผ้านาน หากซักผ้าเสร็จแล้วให้รีบนำเสื้อผ้าออกจากเครื่องซักผ้าทันที เพราะหากทิ้งไว้นานเสื้อผ้าจะเกิดรอยยับได้ง่าย หรือจะตั้งเวลาซักแบบอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ผ้านั้นแห้งจนเกินไป

12.ป้องกันคราบจับตัว สำหรับเสื้อผ้าที่มีคราบสกปรกฝังแน่น คุณอาจต้องแช่ผ้าชิ้นนั้นในน้ำก่อนเพื่อให้น้ำเย็นช่วยเจือจางคราบเหล่านั้นก่อนที่จะนำผ้าชิ้นนั้นใส่ลงไปในเครื่องซักผ้า

13.ตรวจตราถุงเท้า ถุงเท้าเป็นของใช้ชิ้นเล็กๆ ที่อาจหลุดไปอยู่ภายในท่อระบายน้ำได้ ดังนั้นเมื่อคุณซักเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ควรตรวจตราดูว่าถุงเท้าอยู่ครบจำนวนคู่ของมันก่อนที่คุณจะนำมันไปอบแห้ง รวมทั้งคุณไม่ควรนำถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็นอับมากลงไปซักในเครื่องซักผ้า แต่คุณควรแยกซัก

เรียบเรียงข้อมูลบางส่วนจาก http://ideas.thenest.com
ภาพจาก http://www.onegoodthingbyjillee.com

เรื่องล่าสุดของหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน

ดูหมวด เคล็ดลับเรื่องบ้าน ทั้งหมด